
พ่อของส้มมีอาการน่าเป็นห่วง เพราะเรื่องการถือหุ้นนั้น ดูทรงแล้วน่าจะมีความผิดจริง เพราะถ้าหากในการตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริง คงเถียงไม่ได้ว่าในช่วงที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2562 นั้น พ่อของส้มถือหุ้น ITV จริง และถ้าดูวัตถุประสงค์ของบริษัท ITV ที่เป็นบริษัทมหาชนนั้น ก็เป็นบริษัทที่มีความตั้งใจจะประกอบอาชีพสื่อหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการทำรายการโทรทัศน์และมีช่องทีวีของตนเองเท่านั้น และหากพิจารณาว่าบริษัท ITV เลิกทำธุรกิจสื่อแล้วหรือยัง ก็จะพบว่าไม่เคยมีการจดแจ้งการเลิกทำกิจการสื่อแต่อย่างใด และในขณะเดียวกันก็ยังมีข้อพิพาทกับสำนักนายกรัฐมนตรี มีการฟ้องร้องกันอยู่ หากบริษัท ITV ชนะ ได้คลื่นกลับคืนมา ก็อาจจะมีการทำธุรกิจในการผลิตรายการโทรทัศน์ได้ เพราะไม่เคยแจ้งยกเลิกการทำธุรกิจสื่อ
ที่ผ่านมาในตอนต้นปีนี้ มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นและมีการแจ้งว่า มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ผลประกอบการนำเสนอกระทรวงพาณิชย์ ก็แสดงว่ายังมีการดำเนินกิจการอื่นๆ ที่เข้าข่ายลักษณะของการเป็นธุรกิจสื่อ คนที่พยายามจะตีความว่าการทำธุรกิจสื่อของบริษัท ITV จะต้องเป็นการผลิตรายการโทรทัศน์ และจะต้องมีช่องโทรทัศน์สำหรับออกอากาศนั้น คุณตีความแคบไป หวังว่าการตีความเช่นนี้จะเป็นประโยชน์กับพ่อของส้ม ถ้าหาก กกต.และศาลทุกศาลตีความเหมือนอย่างคนที่เชียร์พ่อของส้ม ก็อาจจะทำให้พ่อของส้มพ้นความผิดตามมาตรา 151 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อไม่มีความผิดตามมาตรา 151 แล้ว พ่อของส้มจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีนะ เพราะยังมีรั้วที่จะต้องข้ามอีกหลายรั้ว จากการกระทำที่เหมือนสร้างรั้วไว้กันตัวเองทั้งนั้น อย่าได้สร้างวาทกรรมว่าถูกกลั่นแกล้งเลย
ความพยายามที่จะเอาชนะกรณีพิพาทด้วยความหวังที่จะมีช่องสำหรับออกอากาศ ก็แสดงว่าบริษัท ITV มีความต้องการที่จะดำเนินกิจการด้านสื่อโทรทัศน์อีกต่อไป การที่เขามีจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแสดงงบการเงิน และรายงานการดำเนินกิจการของบริษัทนั้น ก็แสดงว่ายังคงต้องการที่จะดำเนินกิจการสื่อต่อไป ความพยายามที่จะเอารายงานการประชุมมาเปรียบเทียบกับคลิปเสียง (ที่ไม่รู้ว่ามีการตัดต่อหรือไม่) จึงไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญเท่ากับเอกสารทางราชการที่แสดงว่าบริษัท ITV เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจสื่อ ที่ทำแล้ว ทำอยู่ และยังคงตั้งใจจะทำต่อ รายงานการประชุมหรือคลิปเสียง อันไหนจริง อันไหนเท็จ คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับการพิสูจน์ว่าบริษัท ITV เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจสื่อหรือไม่ พ่อของส้มถือหุ้นสื่อในตอนที่สมัครลงรับเลือกตั้งหรือไม่ และบริษัท ITV เคยจดแจ้งยกเลิกการทำธุรกิจสื่อหรือไม่
การที่ชื่อเป็นผู้ถือหุ้น โดยไม่ได้มีข้อความกำกับว่าเป็นผู้จัดการมรดก และการโอนหุ้นให้แก่คนอื่นเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะเป็นเหตุทำให้พ่อของส้มตายคาหนังคาเขา ถ้าหากคลิปประชุมมีการตัดต่อจริง และเมื่อมีการนำเสนอคลิปของการประชุมทั้งหมดออกมา คนที่นำเสนอก็จะมีความผิดในการสร้างหลักฐานปลอมด้วย การนำเอาเรื่องคลิปและรายงานการประชุมว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ คงจะไม่สำคัญไปกว่าการแสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ การมีชื่อพ่อของส้มเป็นผู้ถือหุ้น และการที่บริษัท ITV ไม่ได้จดทะเบียนยกเลิกการทำธุรกิจสื่อ และในตอนนี้เชื่อว่าคลิปบันทึกการประชุมฉบับเต็มน่าจะยังมีอยู่ในมือใครสักคนที่เป็นผู้ทำหน้าที่สอบสวนเรื่องนี้ สามารถเรียกเอามาดูได้ แต่เมื่อดูแล้ว ก็คงแค่ได้คำตอบว่ารายงานการประชุมที่เป็นเอกสารกับคลิปเสียงนั้น อันไหนจริงอันไหนเท็จ แต่คงไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปสู่การพิจารณาว่าพ่อของส้มถือหุ้นในวันที่ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าหากยังถืออยู่ ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว การโอนหุ้นในตอนปลายเดือนพฤษภา.ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรพ่อของส้มได้
การที่มีคนหลายคน สื่อหลายสำนัก อดีตผู้พิพากษา กูรูทางกฎหมายหลายคนว่าพ่อของส้มอาจจะไปไม่ถึงดวงดาว เพราะมีปมต่างๆ ที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ที่เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอยู่อีกหลายเรื่อง บางอย่างแม้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง คนที่มองการณ์ไกล วิเคราะห์สถานการณ์เชิงรับ เขาจะมองด้วยความไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยมสุดโต่ง ที่ตอนนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าทำไม่ได้ แต่หากดันทุรังทำจนได้ เพื่อเป็นการรักษาสัญญากับคนที่เลือกหลายคน ก็ห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เรื่องนโยบายเศรษฐกิจ เรื่องนโยบายต่างประเทศ เรื่องการแก้มาตรา 112 เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เรื่องการแบ่งแยกดินแดนที่พวกเขาใช้คำว่ากระจายอำนาจ ก็เป็นเนื่องที่หลายฝ่ายแสดงความห่วงใย และกลุ่มคนที่มีความเป็นห่วงเรื่องต่างๆ ที่ว่านี้ก็คือสมาชิกวุฒิสภาที่มีหน้าที่ยกมือเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี
เวลานี้การรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลที่มี 8 พรรค ทำ MOU กันนั้น ก็เห็นได้ชัดว่ายังได้เสียงไม่ถึง 376 ที่จะทำให้พ่อของส้มได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ข่าวที่ออกมานั้นไม่มีทีท่าว่าพ่อของส้มจะได้คะแนนถึง 376 อันที่จริงแล้ว ก่อนจะไปถึงการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องมีการลงคะแนนเสียงเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อถึงเวลานั้นเราก็ไม่แน่ใจว่าพรรคที่ได้ที่ 1 และที่ 2 นั้น เขาจะตกลงกันได้หรือเปล่า และถ้าหากตกลงกันไม่ได้ สถานะของ MOU ที่ลงนามกันเอาไว้นั้นจะเป็นเช่นไร
บอกได้เลยว่าการที่พ่อของส้มจะไปไม่ถึงดวงดาว ไม่รอดข้อกล่าวหาต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้นั้น เป็นการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น อย่าได้สร้างวาทกรรมว่าถูกกลั่นแกล้ง ถูกสกัดกั้นเลย เพราะกฎหมายต่างๆที่พ่อของส้มทำผิดนั้น มีมาก่อนที่พรรคพ่อของส้มจะเกิดด้วยซ้ำไป คงไม่มีใครตาทิพย์หยั่งรู้อนาคตได้ จนทำให้เกิดการตรากฎหมายขึ้นมาเอาไว้สกัดไม่ให้พ่อของส้มได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหาร เพราะรัฐบาลคงไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ ส่วนการตีความแบบศรีธนญชัยนั้นอาจจะเป็นความพยายามที่ไร้เดียงสา และดูถูกภูมิปัญญาของตุลาการและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรักษากฎหมาย เพราะเวลานี้มีความจริงเชิงประจักษ์มากมายที่หลายคนมองว่าน่าจะรอดยาก
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการทำผิดของคนคนหนึ่งจะโดยตั้งใจหรือเผอเรอก็ตาม จะทำให้เกิดอาการเสียคนไปหลากหลายวงการ ทั้งนักวิชาการ ทั้งสื่อมวลชน ทั้งนักการเมืองที่เป็นแนวร่วม ทั้งด้อมส้ม กลายเป็นคนที่สร้างวาทกรรมบ้าง ก้าวร้าวบ้าง แสดงอาการจะเอากติกูมากกว่าการเคารพกติกา เวลาด้อมส้มที่มีความก้าวร้าว มีความรุนแรงทางวาจานั้น ได้ทำให้ส้มหามิตรยากเต็มทีแล้ว แม้แต่วุฒิสมาชิกเอง ด้อมส้มก็แสดงท่าที่เป็นศัตรูกับพวกเขา ตอนหาเสียงก็ตั้งเงื่อนไข ไม่เอาคนนั้น ไม่เอาพรรคนั้นพรรคนี้ แล้วจะเหลือใครไว้เป็นแนวร่วมให้มีคะแนนเสียงถึง 376 อย่างนี้ไงล่ะ ที่หลายคนเขามองว่าน่าจะรอดยาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปีใหม่...ที่อาจหนักหนา-สาหัสกว่าปีที่แล้ว!!!
เท่าที่ฟังๆ จากบรรดาพวก กูรู-กูรู้ ทั้งหลาย...ท่าทาง เศรษฐกิจไทย ปีนี้ หรือปีใหม่ น่าจะหนักหนา-สาหัสมิใช่น้อย เผลอๆ อาจลากยาวไปถึงปีโน้น หรือปี พ.ศ.2570 โน่นเลย
มาแต่ไก่โห่!
ประเดิมสัปดาห์แรกปี 2569 แวดวง “สีกากี” เริ่มต้นกันที่สารเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ส่งความสุขและความปรารถนาดีไปยัง
พรปีใหม่ 2569
จะปีนั้น-ปีนี้...ใช่ปีใหม่ แค่ เวลา เลื่อนไหลไปตามวิถี ไม่ว่า ใหม่ หรือ เก่า ก็เท่านี้ เท่าที่ สิ่งนี้-สิ่งนี้ ...จะเป็นไป
สดุดี 'ทหาร-ตำรวจ'
สัปดาห์สุดท้ายปลายปี 2568 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ "ปีใหม่" พุทธศักราช 2569 แวดวง "กากีกะสีเขียว" ตลอดปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ประเทศไทยในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง!!!
จากที่เคยเรียกๆ กันว่า คุณพ่ออเมริกา อันเนื่องมาจากความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ระดับสามารถ สั่งหันซ้าย-หันขวา ใครต่อใครมาทั่วทั้งโลก แม้แต่ประเทศไทยแลนด์
ถึงคิว 'ปอยเปต'
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

