บันทึกหน้า 4

Www.thaipost.net ไทยโพสต์ ขับเคลื่อน "อิสรภาพแห่งความคิด" @ ประชาชื่น 46 คดีเรื่องหุ้นสื่อไอทีวีของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เหมือนจะดีขึ้นในหน้าของสื่อสารมวลชนบางแขนง โดยเฉพาะข้อมูลจากฝั่งไอทีวีที่ออกมา รวมทั้งคลิปเสียง 

แต่หากไปถาม “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” มือตรวจสอบ หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสิน คือ บริษัทนั้นเลิกกิจการและจดยกเลิกไปแล้วหรือไม่ มีรายได้จากการทำสื่อหรือไม่ โดยไม่สนใจว่าจะมีสัดส่วนการถือหุ้นเท่าไหร่ สวนทางกับฝ่ายหนุน “พิธา” ที่บอกว่า ศาลดูว่ารายได้มีที่มาเกี่ยวกับสื่อหรือไม่ รวมทั้งอ้างคำพิพากษาศาลฎีกา ดูว่าสัดส่วนการถือหุ้นครอบงำกิจการสื่อได้หรือไม่ 

นอกจากเรื่องหุ้นสื่อไอทีวีแล้ว อีกข้อต่อสู้หนึ่งที่ยังไม่ยุติคือ "พิธา" ถือหุ้นสื่อในนามผู้จัดการมรดกหรือไม่ ยิ่งการโอนหุ้นไอทีวีในนาม "พิธา" ให้น้องชายเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา มิใช่ "การสละมรดก" คำถามจึงตามมาว่า แท้จริงแล้วมีการแบ่งทรัพย์สินในฐานะผู้จัดการมรดกและสละมรดกตอนไหน สละทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเองหรือไม่ และสละหุ้นสื่อไปก่อนที่จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ปี 62 และ 66 หรือไม่ แม้จะมีหลักฐานคำสั่งศาลที่ยื่นทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ในปี 2562 ว่าการถือหุ้นสื่อในฐานะผู้จัดการมรดกแล้วก็ตาม  

๐ จากข้อสังเกตนี้ทำให้ "เรืองไกร" ขอให้ กกต.ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของ พิธาที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่ารายการโฉนดที่ดิน หมายเลข 13543 ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ ไม่ระบุวัน เดือน ปี ที่ได้มา เนื้อที่ 14 ไร่ 0 งาน 62.7 ตารางวา มูลค่าปัจจุบัน (ประมาณ) 18,000,000 บาท โดยที่ดินแปลงดังกล่าวมีหมายเหตุระบุว่า “ลำดับที่ 2 เป็นทรัพย์ที่ได้รับจากการรับมรดก”

คำถามก็คือ “เป็นทรัพย์ที่ได้รับจากการรับมรดก” จึงอาจไม่สอดรับกับข้อมูลที่มีการยื่นเพิ่มเติมกรณีแจ้งการถือครองหุ้นไอทีวี ที่กล่าวอ้างตามปรากฏในสื่อต่างๆ ว่ายื่นในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ทั้งนี้กล่าวโดยสรุป “เรืองไกร” มองว่า เพราะแท้จริงแล้ว พิธาแบ่งมรดกเสร็จสิ้น โอนทรัพย์สินมรดกมาเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้วทุกอย่างใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปมข้อสังเกต และจะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญ 98 (3) หรือไม่ คงอยู่ที่ กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินอย่างไร  

๐ งงกันเป็นแถวหลังขึงขังกันทั้งสองฝ่ายคือพรรคก้าวไกลได้จำนวน 151 เสียง และพรรคเพื่อไทยได้จำนวน 141 เสียง จะต้องยึดเก้าอี้ประธานสภาฯ ให้ได้ เพราะมีตัวเลขห่างกันแค่ 10 เสียงเท่านั้น เพราะมีผลต่อการกำหนดเกมต่างๆ ทั้งเรื่องการเลือกนายกฯ และผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่สำคัญ รวมถึงการแก้ไขมาตรา 112 แต่ทำไมจู่ๆ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาประสานเสียง พรรคที่ได้เสียง ส.ส.อันดับหนึ่งได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนพรรคอันดับสองได้ตำแหน่งรองประธานสภาฯ เล่นเอาสมาชิกและคอการเมืองสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น โดย "อดิศร เพียงเกษ" ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาสอนมวยว่า เก้าอี้ดังกล่าวจะตัดสินจากแกนนำ 1-2 คนไม่ได้ พร้อมกล่าวหา "เสี่ยอ้วน" เป็นก้าวไกลไปแล้ว 

ขณะที่คนการเมืองก็สงสัยว่าเพื่อไทยกำลังเล่นเกมอะไร ทั้งที่เป้าหมายที่จะพานายใหญ่ กลับบ้าน พรรคเพื่อไทยต้องได้ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น เพื่อต่อรองกับผู้มีอำนาจ  บางฝ่ายมองว่าแกล้งฟัดกันเองให้เกิดประเด็นความเห็นต่างภายในพรรคแดงเพื่อให้เกิดการฟรีโหวต เพราะเป็นการลงคะแนนลับหากมีการเสนอคู่แข่ง หรืออาจมองว่าสุดท้ายเพื่อไทยอาจมีคะแนนเหนือพรรคก้าวไกล กลายมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการรับรอง ส.ส.ของ กกต. ที่ตัด ส.ส.พรรคก้าวไกลจำนวนมาก หรือจะมีบางพรรคสลายตัว ด้วยยุทธวิธี “ไพบูลย์โมเดล” หรือใช้มติขับ ส.ส.ออกจากพรรคบางส่วน อย่าง “ธรรมนัสโมเดล” เพื่อไปรวมเสียงให้พรรคเพื่อไทยจนได้เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ “ภูมิธรรม” และ “ประเสริฐ” คือ พรรคอันดับหนึ่งได้ประธานสภาฯ และอาจหมายรวมถึงส้มหล่นเก้าอี้นายกฯ ด้วยใช่หรือไม่.

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ