ไม่รู้เป็นกระแสฮิต หรือโรคติดต่อข้ามพรรคอย่างไรกันแน่ เพราะเมื่อวันอังคาร “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพิ่งแจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่าติดเชื้อโควิด-19 แม้จะฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว 6 เข็ม พอมาถึงวันพุธสัญจร “แพทองธาร ชินวัตร” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยก็โพสต์รูปผลตรวจ ATK และเนื้อหาบนไอจีว่าติดเชื้อโควิด-19 ด้วย แหม! ตอนนี้ก็ต้องลุ้นและจับตากันต่อว่า “แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง “เศรษฐา ทวีสิน” และ “ชัยเกษม นิติสิริ” รวมถึงแคนดิเดตนายกฯ พรรคอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ใครต่อใครต่างบอกว่า “โหงวเฮ้ง” ผู้นำประเทศทาบทับ จะติดโควิด-19 ด้วยหรือไม่อย่างไร ...๐
ที่บอกว่า “ราศีลุงป้อม” จับนั้น นอกจากบรรดาคอการเมืองแห่ทำนายทายทัก ไม่ว่าจะเป็น “ไพศาล พืชมงคล” อดีตคนใกล้ชิดแล้ว ยังมี “จตุพร พรหมพันธุ์” วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ที่ฟันธงมาตั้งแต่ไก่โห่แล้ว และยิ่งได้ฟัง “ตุ๊ดตู่” วิเคราะห์วิจารณ์ในการจัดเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “โลกสวย” ด้วยแล้ว ก็มีเค้าลางอย่างยิ่ง ยิ่งมีการจับแพะชนแกะว่าด้วย “ลุงป้อม” เดินทางไปอังกฤษแล้วแวะกินเป็ดที่โฟร์ซีซั่นด้วยแล้ว และจับมาผสมกับการทยอยเก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่ง “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้เริ่มขยับโดยการขนพระบูชากลับแล้ว แต่ “พี่ป้อม” กลับยังไม่มีการขน “ปลามังกร” ที่นำมาเลี้ยง ก็ยิ่งเข้าทฤษฎีสมคบคิดว่าด้วย “ดีลลับลังกาวี” หรือดีลลับเมืองผู้ดีเริ่มมีเค้าลางให้ตงิดกันมากขึ้น ...๐
โดยปัจจัยหลักที่ทำให้มีการจับแพะชนแกะกันจังเบอร์ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเก้าอี้ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” หลัง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้า ได้โพสต์เฟซบุ๊กไว้ตั้งแต่ 23 พ.ค.ในหัวข้อ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งที่พรรคก้าวไกลเสียไปไม่ได้เป็นอันขาด” ก็เกือบจะครบ 1 เดือนแล้วที่เรื่องดังกล่าวยังไม่ลงตัว แม้ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา “ก้าวไกล” จะหายใจหายคอได้สะดวกจากหลักการของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองหัวหน้าพรรค พท. ที่ออกมาระบุไว้ว่าให้พรรคได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งครอง แต่ดูเหมือนเสียงบรรดาลูกพรรคและแฟนคลับต่างไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อดิศร เพียงเกษ” ที่ต้องเรียกว่าออกหมัดตรงค้านหัวชนฝา ยิ่งในการสัมมนาพรรคล่าสุดที่ “เอสซี ปาร์ค” อดิศรประกาศชัดว่าจะไม่ให้ “เณร” หรือ “พระบวชใหม่” เป็นเจ้าอาวาส รวมทั้งการสำรวจความเห็นของ ส.ส. 141 ราย ซึ่งกว่า 90% ไม่เห็นด้วยที่จะยกเก้าอี้ดังกล่าวให้ ก็เรียกว่าเหมือนบทละครที่ “จตุพร” ได้บอกไว้อย่างไรอย่างนั้น เพราะทั้ง “สหายอ้วน” และ “สหายตุ๊” นั้นต่างก็เป็นคนเดือนตุลา ที่เคยเข้าป่าหนีตายมาด้วยกัน ทำไมกับเรื่องแค่นี้ถึงเล่นใหญ่ประดุจละคร “ระเบิดภูเขาเผากระท่อม” เสียอีก ...๐
แล้วที่น่าคิดเข้าไปอีก ตัวละครอย่างพ่อมดดำ “สุชาติ ตันเจริญ” ที่ถูกคาดคะเนว่าจะมานั่งเก้าอี้ประธานสภาของพรรคเพื่อไทยนั้น ตั้งแต่เกิดกระแสแย่งชิงของทั้ง 2 พรรค ไม่เคยออกมาพูดซักแอะ และล่าสุดก็ยิ่งประจวบเหมาะ เพราะในการประชุมพรรค “สุชาติ” ก็ไม่มาร่วมงานสัมมนาทั้งที่เป็นผู้บรรยายกิจกรรม โดยให้คนใกล้ชิดมากระซิบบอกว่าไม่ได้เลี่ยงหรือหลบ แต่เพราะเพิ่งไป “ผ่าฟันคุด” มา ต้องบอกว่าอะไรมันจะประจวบเหมาะอย่างยิ่ง งานนี้ความฝันหวานของพรรคก้าวไกล ทั้งเก้าอี้ผู้นำรัฐบาล หรือแม้แต่รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ศิริกัญญา ตันสกุล” ที่ฝันจะเป็นขุนคลังหญิงคนแรกที่ได้เซ็นชื่อลงในธนบัตรในการใช้จ่าย หรือแม้แต่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ที่โชว์วิชั่นรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) บนเพจเฟซบุ๊กของพรรค ก็อาจต้องกินแห้วตามลูกพี่ก็เป็นได้นะจ๊ะจะบอกให้ ...๐
ต้องปรบมือให้กับ ส.ส.ใหม่ป้ายแดง เพราะทันทีที่ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ป้ายแดงอย่าง “ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์” หรือมาดามกระแต ส.ส.เขต 1 เพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ก็ลงพื้นที่ลุยงานทันที วันก่อนเห็นควงคู่ไปกับโฆษกแรงงาน “เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์” คู่หูดูโอ้เก่าที่เคยทำงานด้วยกันสมัยมาดามกระแตเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน งานนี้ รมต.เฮ้ง “สุชาติ ชมกลิ่น” มอบหมายให้ลงพื้นที่ไปดูกลุ่มรับงานไปทำที่บ้านแปรรูปไม้ตาลที่เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังมีแนวคิดที่จะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับกลุ่มเปราะบาง ถือเป็นความโชคดีของคนเมืองเพชรที่ได้ ส.ส.น้ำดี ต่อไปชาวบ้านจะได้ไม่ต้องตกงาน แถมยังมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


