ตื่นเต้นกันในโลกโซเชียล เรียกว่าทุกห้องไลน์แทบจะแตก กับการโพสต์และแชร์ข่าวแถลงของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทยแล้วเป็นคนแรก ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเดินทางมาจากประเทศสเปน
หากเป็นการบอกเล่าเก้าสิบธรรมดา ประมาณว่า "เธอรู้ยัง.เจอโอมิครอนในบ้านเราแล้วน้า" ก็ถือเป็นเรื่องปกติของคนเมาธ์กันไปเสียทุกเรื่อง หรือมองมุมบวกก็คือเป็นความตื่นรู้ในด้านข้อมูลข่าวสาร แล้วแชร์บอกเพื่อนๆ
แต่ดูเหมือนปฏิกิริยาหลายห้องแชตที่เกิดขึ้นนั้น เข้าทำนองตื่นตูมกันยกใหญ่
ราวกับว่าโอมิครอนมาอยู่หน้าบ้านแล้ว ถึงขั้นบางรายยกเลิกการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวไปสัมผัสลมหนาวกันเลยทีเดียว
มนุษย์ป้าอยากถามว่า..ตื่นกลัวเกินไปไหม???
ทำไม?!? ไม่มองมุมบวกกันบ้างว่า รู้เร็วเคลมเร็ว รักษาได้เร็ว ป้องกันได้ทันการณ์ ทุกอย่างก็อยู่ในกระบวนการที่ควบคุมดูแลได้ ชาวเราทั้งหลายก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติวิถีใหม่ สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่าง ต่อไป ไม่เห็นต้องตื่นตระหนกจนต้องปิดประตูบ้านให้วุ่นวาย ตราบเท่าที่เรามีวินัย เคารพกติกามารยาทอยู่ให้เป็นกับโควิด
อากาศเย็นๆ แบบนี้ ออกจะน่าเที่ยวนะคะ ยิ่ง ททท.ออกแคมเปญใหม่ ..มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ..มันก็ยิ่งปลุกเร้าให้เราควรจะออกเดินทางไปดูโลกกว้าง หลังจากจับเจ่าอยู่แต่ในบ้านและเวิร์กฟรอมโฮมมามากกว่าครึ่งปีนะจ๊ะ
ถ้ายังเกร็ง ยังกลัว ชีวิตนี้คงไม่ต้องก้าวออกจากบ้านแล้วล่ะ เพราะธรรมชาติของไวรัสนั้นมันก็จะกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ แต่มนุษย์สุดประเสริฐอย่างพวกเราต้องชนะแน่นอน ..ในที่สุด หากไม่ประมาท.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก
เรื่องนี้...ต้องขยาย
เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย


