สงสัยว่าบรรดาเอฟซีพรรคอนาคตใหม่และด้อมส้มแห่งพรรคก้าวไกลจะจัดฉลองล่วงหน้าสุราเสรีกันกี่เพลาดี เพราะ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เคาะเอาวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แล้ว เพราะหลังจากมีข่าวออกไปดูเหมือนบรรดาด้อมส้มทั้งหลายตั้งเวลานับถอยหลังกันเลยทีเดียว ...๐
แต่หากพินิจพิเคราะห์คำให้สัมภาษณ์ของ “วันนอร์” ให้ดีในระหว่างบรรทัดก็อาจทำให้แฟนานุแฟนอาจต้องฉลองเก้อก็เป็นได้หากมีการเฮฮาปาร์ตี้กันล่วงหน้า เพราะว่าที่ ประธานสภาฯ บอกว่าต้องเลือกจนกว่าจะได้นายกฯ เพื่อมาบริหารประเทศ โดยดูที่เสียง 376 เสียงเป็นหลัก มิพักว่านายกฯ จะต้องชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จากพรรคก้าวไกลเท่านั้น ...๐
แล้วก็เหมือน “ส้มหล่น” ใส่พรรคประชาชาติแบบจังเบ้อเร่อ เพราะนอกจากคว้าเก้าประมุขฝ่ายนิติบัญญัติไปครองแล้ว “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกลยังบอกด้วยว่า เก้าอี้ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับเก้าอี้ฝ่ายบริหาร ดังนั้น งานนี้ ปช.จึงได้อีกหนึ่งตำแหน่งแน่นอนแล้ว ซึ่งคนที่จะมานั่งก็คงหนีไม่พ้น “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติแน่นวล ...๐
บอกได้คำเดียวที่อุตส่าห์ดูฤกษ์พานาทีเอาวันที่ 13 ก.ค.เป็นวันโหวตนายกฯ โดย เลือกวันตรงกับสีพรรคก้าวไกลก็ตามที รวมทั้งยังเป็น “ภูมิปาโลฤกษ์” หรือแปลว่าผู้รักษาแผ่นดินด้วย แต่คงลืมไปว่า วันที่ 13 ก.ค.2566 ก็ตรงกับ “โจโรฤกษ์” หรือฤกษ์โจรด้วย งานนี้เราอาจได้เห็นเหมือนที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” อดีตประธานคนเสื้อแดง ที่วันนี้กลายร่างเป็นวิทยากรคณะหลอมรวมประชาชนที่ได้วิเคราะห์ล่าสุด ยังยืนยันว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะได้แต่งตัวเป็นนายกฯ คนที่ 30 ...๐
แม้ใครต่อใครจะหยามว่า “ตุ๊ดตู่” ก็ทายผิดไปแล้วในเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นชื่อ “สุชาติ ตันเจริญ” แต่สุดท้ายหวยก็มาออกที่ “วันนอร์” ก็ตามที แต่ในระหว่างบรรทัดของการวิเคราะห์การเมืองของคนแดนไกลที่ชักใยอยู่เบื้องหลังนั้น ก็ถูกมาตั้งแต่ต้นมิใช่เหรอ ว่าคนที่จะเป็นประธานสภาฯ นั้น จะไม่ใช่คนจากพรรคก้าวไกลแน่นอน งานนี้การทำนาย ที่ “จตุพร” ยืนยันมาตั้งแต่กรณี “สุชาติ” เป็นประธานสภาฯ โดยมีชื่อของ “บิ๊กป้อม” เคียงข้างนั้นจึงต้องฟังหูไว้หูไว้แล ...๐ เอ่ยถึง “บิ๊กป้อม” แล้วไม่เอ่ยถึงโลกออนไลน์ที่เอารูป “ลุง” ไปส่งต่อรวมทั้งวิเคราะห์วิจารณ์ว่าหลับในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก และยังมีการแต่งเติมเสริมแต่งรูปกันอย่างสนุกสนาน ก็กลายเป็นประเด็นร้อนในพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก เพราะ เล่นเอา “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ต้องออกมาบอกว่าเป็นการดิสเครดิต รวมทั้ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส.พะเยา ก็ออกมายืนยันเช่นกันว่าเป็นการผิดมารยาททางการเมือง งานนี้ก็ไม่รู้ว่า “รมว.ดีอีเอส” ที่เป็น ผู้คลอดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ที่สำคัญควรทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง แม้ “บิ๊กป้อม” จะไม่ค้าความก็ตามที เพราะจะได้รู้เช่นเหตุชาติว่าทั่นผู้ทรงเกียรติ ซึ่งกำลังจะเป็นผู้ออกกฎหมายแท้ๆ แต่กลับละเมิดกฎหมายเสียเอง หรือหากเป็นช่างภาพสื่อมวลชนก็จะได้รู้เรื่องของมาตรฐานและจรรยาบรรณที่พึงมี ...๐
เอ่ยถึง “พิธา” แล้วไม่พูดเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินก็ไม่ได้ เพราะ ป.ป.ช.เพิ่งเผยแพร่ข้อมูลของ “แดดดี้ทิม” ออกมา ซึ่งก็ต้องเรียกว่าเก็บรายละเอียดแบบหมดจดจนอาจถึงขั้นเรียกประชดประชันก็ได้ เพราะมีการใส่ชื่อหนังสือที่ตัวเองมี หรือแม้แต่เสื้อสูท เนคไท รองเท้า แต่ดูเหมือนเรื่องของ “ทรัพย์สิน” ที่ยังเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ ทั้งเรื่อง หุ้นไอทีวี และที่ดินที่ อ.ปราณบุรี ก็ยังคงเป็นบ่วงรัดคออยู่ตามเดิมนั่นแล เพราะหากสุจริตเป็นแม่นมั่นแล้วทำไมการส่งรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้ตามกำหนดเส้นตาย 18 มิ.ย. ยังต้องทำให้ ป.ป.ช.ต้องขอรายละเอียดเพิ่มเติมจนขยายเวลาไปถึง 23 ก.ค.ด้วยเล่า ...๐
ทิ้งท้ายด้วยสัตว์คู่บุญบารมีเมืองไทยกันบ้าง เพราะ “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ก็เล่าถึงอาการของช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ว่าดีวันดีคืน และล่าสุดยังชี้แจงให้กลุ่มแฟนคลับช้างไทยที่ห่วงใยช้างอีก 2 เชือกที่ยังอยู่ศรีลังกาที่อาจประสบชะตากรรมเดียวกับ “พลายศักดิ์สุรินทร์” ทั้ง “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” ให้บรรดาเอฟซีได้คลายกังวลกันได้บ้าง ต้องถือเป็นผลงานทิ้งท้ายของ “ท็อป” ที่โดนตาโดนใจสังคมอย่างมากทีเดียว ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


