เมื่อวานได้เขียนถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กจีน ที่ต้องแข่งขันกันอย่างเข้มข้น...จนทำให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองต่างพากันเครียดไปตามๆ กัน
ผมคุยกับอาจารย์ภากร กัทชลี ซึ่งกำลังเรียนทำปริญญาเอกที่เมืองจีนในเรื่องนี้ ก็ต้องถามว่านอกจากจะต้องแข่งกันเข้าสถาบันอุดมศึกษากันอย่างรุนแรงแล้ว พอจบออกมาการหางานทำจะต้องแข่งกันดุเดือดระดับเดียวกันหรือไม่
อาจารย์ภากรบอกว่า การหาอาชีพในเมืองจีนก็เจอกับการแข่งขันหนักหน่วง มีแรงกดดันไม่แพ้กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ทางเลือกทางหนึ่งคือ ถ้ายังไม่ทำงานทันทีหลังจบมหาวิทยาลัยก็ทำปริญญาโทต่อ
กลายเป็นว่าตอนนี้คนจีนเรียนต่อ ป.โทไม่น้อย
“และการเรียนต่อปริญญาโทก็ต้องแข่งกันสอบเข้าอีกเช่นกัน ต้องแข่งขันกันหนักอีกรอบหนึ่ง...”
และตอนนี้คนหางานบางตำแหน่งมีแค่ปริญญาตรีอาจจะไม่พอแล้ว ต้องมีปริญญาโทด้วย
โดยเฉพาะในสาขาที่ต้องใช้ความรู้เข้มข้น เช่นด้านไอทีและเอไอ ซึ่งถือว่าเป็นสาขาที่คนจีนหางานมากที่สุดในตอนนี้ เพราะมีความต้องการในตลาดแรงงานสำหรับสองด้านนี้มากขึ้น ทำให้เด็กจีนหันไปเรียนทางด้านนี้หนักขึ้นเช่นกัน
เพราะนโยบายของรัฐบาลจีนกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทางด้านนวัตกรรม ซึ่งก็ต้องใช้คนมีความรู้ด้านเอไอมากขึ้นทุกที
เป็นงานที่ได้เงินเดือนสูงกว่าอาชีพอื่นๆ เช่นกัน
อีกสาขาหนึ่งที่คนจีนแข่งกันเรียนและหางานคือ ด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะหลังประสบการณ์โควิด-19
ทำให้เด็กจีนมุ่งเรียนทางด้านการแพทย์และสุขอนามัยมากขึ้นเช่นกัน
แต่ครอบครัวจีนส่วนใหญ่ขณะนี้ต้องการให้ลูกเรียนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ สูงกว่าความนิยมทางด้านแพทยศาสตร์ด้วยซ้ำไป
เพราะก่อนและระหว่างการระบาดของโควิด บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักมาก อีกทั้งยังมีการฟ้องร้องโดยคนไข้ ทำให้ความนิยมด้านเรียนทางการแพทย์ลดน้อยถอยลง...แซงหน้าโดยการเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์
อีกด้านหนึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่กำลังปรากฏตัวค่อนข้างชัดเจน แต่สถิติคนว่างงานของเยาวชนกลับแย่ลง
ในภาพรวมนั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนดูเหมือนจะเป็นไปตามแผน อันเนื่องมาจากนโยบายปลอดโควิดที่เคยเข้มข้นอย่างมากมาตลอด 3 ปี
แต่จำนวนเยาวชนว่างงานกลับเพิ่มขึ้น เป็นการเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ยากลำบากข้างหน้าสำหรับรัฐบาลจีน ในการที่จะบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพทางสังคม
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนได้เปิดเผยดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์
ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามปกติเพื่อหลีกเลี่ยงจากภาวะไม่ปกติ ในกิจกรรมด้านเศรษฐกิจช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน ซึ่งมักจะตรงกับวันที่ต่างกันทุกปี
สถิติทางการแจ้งว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.4% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 1.3% ในเดือนธันวาคม
ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.5% พลิกกลับจากที่ลดลง 1.8% ในเดือนก่อนหน้า
ตัวเลขการเติบโตเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานพุ่งขึ้น 5.5% สูงกว่าประมาณการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้จ่ายด้านทุนกับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและเครื่องทำความร้อน และทางรถไฟพุ่งสูงขึ้นราว 20%
ตัวเลข PMI ล่าสุดบ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
โดยผลผลิตของโรงงานในเดือนกุมภาพันธ์ จากรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แตะระดับสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษ
นักวิเคราะห์มองว่า การเบาบางลงของโควิดทำให้สภาพเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี
แต่พออ่านรายงานนี้ให้ละเอียดลงไปก็เจอว่าไม่ใช่ทุกอย่างเป็นข่าวไปทางบวก
ตัวเลขที่น่าจะสร้างความกังวลให้ทางการจีนคือ อัตราการว่างงานของเยาวชนเพิ่มขึ้น
อัตราว่างงานของคนอายุ 16 ถึง 24 ปี แตะ 18.1% ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ เทียบกับ 16.7% ในเดือนธันวาคม อัตราการว่างงานโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 5.6%
ขณะเดียวกันภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงจมอยู่ในภาวะตกต่ำอย่างหนัก
การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ลดลง 5.7% จากปีที่แล้วในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ แม้ว่าจะเป็นการกระเตื้องขึ้นจากการลดลง 12.2% ในเดือนธันวาคม ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ตามพื้นที่หดตัว 3.6%
ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติได้กำหนดแผนการเติบโตอย่างระมัดระวังสำหรับปีนี้ โดยตั้งเป้าจีดีพีไว้ที่ราว 5% และเป้าหมายการสร้างงาน 12 ล้านคน
แต่หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เข้ารับตำแหน่งต่อจากหลี่ เค่อเฉียง ยอมรับว่า "ไม่ใช่งานง่าย" ที่จะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
หลี่ เฉียง เน้นย้ำถึงความท้าทายในการสร้างงานให้ได้เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของคนจีนรุ่นใหม่
“บัณฑิตวิทยาลัยในปีนี้คาดว่าจะสูงถึง 11.58 ล้านคน จากมุมมองของการจ้างงานจะมีแรงกดดันบางอย่าง” เขากล่าว
และเสริมว่า “เราจะขยายช่องทางการจ้างงานและช่วยเหลือเยาวชนต่อไป”
ปัญหาคนรุ่นใหม่ว่างงานย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับประเทศจีนที่มีประชากรผู้สูงวัยมากขึ้นทุกที แต่จำนวนคนเกิดใหม่มีน้อยลง
ทำให้ภาระการดูแลพ่อแม่และลูกตกอยู่กับคนรุ่นที่จบมหาวิทยาลัย และต้องหางานทำเพื่อสร้างรายได้ให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน
ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ของจีนจะมุ่งมั่นที่จะต้องเรียนหนังสือเพื่อให้เข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพื่อจะได้ออกมาหางานทำที่มีรายได้มากพอที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นคนดี ทั้งในฐานะลูก พ่อ และสามี (หรือภรรยา) ที่ดี
ในขณะที่ต้องดำรงตนให้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมจีนวันนี้อีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


