
แก่จะเข้าโลงกันอยู่แล้ว..
อย่าเสียพลังงานในชีวิต (ที่มีเหลืออยู่น้อย) ไปกับการเมือง-เรื่องของการแย่งชิงอำนาจเลย เก็บแรงไว้สูดลมหายใจจะดีกว่ามั้ง?
นี่..กำลังพูดถึงคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินด้านจิตรกรรม ผู้ก่อตั้งหอศิลป์ริมน่าน ซึ่งอ่านจากผู้จัดการออนไลน์รายงาน..ว่าเป็นเพื่อนกับนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ
และได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Winai Prabripoo เป็นภาพที่อ้างว่าเพื่อนผู้รักการอ่านได้นำหนังสือที่นายเนาวรัตน์เป็นคนเขียนมาเผาทิ้ง
พร้อมระบุข้อความ.. “เสียใจด้วยเพื่อนรักที่นายสูญสิ้นความรักและศรัทธา ต่อคนที่เคยงดงามด้วยอักษรเสรีกระทั่งไม่เผาผีกัน แต่...
เข้าใจนะเพื่อน เอาแบบสบายใจ หลุดพ้นพันธนาการเองดีที่สุด (ภาพจากเพื่อนผู้รักอ่านหนังสือที่ถนอมรักษาเนินนาน แต่..มาทับอกหนักใจส่งมาให้รับทราบว่าเผาจริงแล้ววันนี้)”
ครับ..ที่ทับอกหนักใจจนคุณวินัยต้องเผาหนังสือของคุณเนาวรัตน์ ด้วยเพราะฝ่ายหลังซึ่งเป็น ส.ว. ได้ลงมติ “งดออกเสียง” ในการประชุมโหวตตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั่นแหละ
ก็..คงโมโห เกลียด แค้น โกรธเอามากที่คุณพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ จาก “เพื่อนรัก” เลยกลายเป็นเพื่อน “ไม่เผาผีกัน”!
และได้ลามถึงหนังสือ-งานเขียน (กวี) ที่งดงามด้วยอักษรเสรี ก็พลอยถูกเกลียดชังไปด้วย ยังดีที่คุณวินัยยังอุตส่าห์เสียเวลาเผาทิ้ง ไม่ได้ถึงกับ “ไม่เผา (ผี) หนังสือ” ด้วยอาฆาต
แต่..สำหรับคนที่รักความงดงามของอักษรแล้ว ถือเป็นเรื่องน่าเศร้า-หดหู่ และใครไม่รู้ได้กล่าว.. “หนังสือฆ่าไม่ได้ด้วยไฟ คนตายแต่หนังสือไม่มีวันตาย”!
ฉะนั้น..หนังสืองานกวีของคุณเนาวรัตน์ ไม่ว่าจะ เพียงความเคลื่อนไหว, คำใดจะเอ่ยได้ดั่งใจ, เจ้าประคุณเอ๋ย, ที่นี่ขัดข้องหนอ, มืดจริงหนอ, เดินไปสู่หนไหน, คว้างหล่นบนแผ่นดิน และอื่นๆ..
ก็จะยังมีลมหายใจให้ได้เสพได้อ่านกันอยู่ต่อไป!
ส่วน “คนเผา”กับ “คนเขียน” จะอยู่ได้ทันเห็นคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ก็อย่างที่ว่าแต่ต้น..รักษาอารมณ์ เก็บแรงไว้สูดลมหายใจเถิด!
พูดถึงคุณพิธา เหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ในสภาเก้าอี้นายกฯ ก็ไม่ได้ นอกสภาอดีตภรรยาก็ไปพูดเป็นปริศนากับประเด็นที่พิธีกรถาม..
“อะไรที่คิดว่าเขาทำให้แล้วรู้สึกโรแมนติก” ซึ่งคุณต่าย ชุติมา ได้ตอบว่า “จูบเท้า จูบด้วยความทะนุถนอม อย่าไปคิด 18+ นะ ไม่ใช่ (หัวเราะ) เราก็ลูบหัวเขาอะไรแบบนี้”
ทำเอาชาวเน็ตได้แสดงความคิดเห็นตามมโนตัวเองว่อนไปทั่ว จนเจ้าตัวต้องโพสต์ไอจี.. “จะถล่มเพื่ออะไรหรอคะ? จะดราม่าเพื่ออะไรคะ? จะยิ้มสู้ทำไมคะ? งงค่า
ขอแถลงแจ้งตรงนี้ว่าไม่เคยพูดประโยค “พิธา หรืออดีตสามีจูบเท้า” ค่ะ ใครมีหลักฐานไปแคปมาทีค่ะ
ในรายการพิธีกรถามถึง “ประสบการณ์สุดโรแมนติกในชีวิตรักที่ผ่านมา” ต่ายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความทรงจำที่ประทับใจ
ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่เรารู้สึกดี จะทำให้คนฟังตีความและพาดพิงถึงบุคคลที่เราอาจจะไม่ได้เอ่ยถึงในชีวิตเรา
รบกวนหากใครจะโยง ให้นึกถึงหัวอกของเราบ้างค่ะ รบกวนไปดูคลิปสัมภาษณ์ก่อนค่ะ ก่อนจะพิมพ์หรือพูดอะไร #สำนักข่าวเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รายงาน
โถๆ แม่คุณ..ก็น่าจะออกตัวเสียตั้งแต่แรก เขา-คนที่จูบเท้าน่ะไม่ใช่พิธานะ เพราะตอบอย่างนั้นใครก็คิดนึกเอาว่า “ประสบการณ์สุดโรแมนติกในชีวิตรักที่ผ่านมา” ก็มีแต่พิธาคนเดียวแหละ!
อ้อ..ผมน่ะไม่เชื่ออยู่แล้ว ต่อให้เอ่ยชื่อก็ไม่เชื่อ แต่ถ้าชายใดจูบเท้าเมียได้ ก็เห็นจะต้องยกให้..
เป็นผัวที่ประเสริฐครับ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

