บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" เงื่อนไขสู้สุดความสามารถของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะยังเสนอชื่อนายกฯ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ รอบ 2 ได้หรือเปล่านั้น หลังวันหยุดสุดสัปดาห์ต่างฝ่ายต่างส่งสัญญาณไปคนละทิศคนละทาง 

โดยพิธาปล่อยคลิป หากเดินไม่ผ่านสองสมรภูมิ คือโหวตนายกฯ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ และยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ไม่สำเร็จ ว่าจะหลีกให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่ตัวเองจะขอเกาะร่วมเป็นรัฐบาลไปด้วย ดังเช่นข้าวต้มมัด     

เล่นเอาพรรคเพื่อไทยออกอาการงงกับเงื่อนไขฝ่ายเดียวที่ผุดออกมา โดยภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงโดยสรุปว่า แถลงการณ์พิธาเป็นแถลงการณ์ก้าวไกล พรรคอื่นไม่ได้ร่วมรับรู้ และรู้สึกมึนที่ได้ฟัง,

จำนวนเสียงในสภาที่โหวตให้พิธายังไม่ชัดเจนหรือยังไม่สุดทางอีกหรือ ได้ ส.ว. 13 เสียง จะเอาที่เหลือมาจากไหน, การโหวตวันที่ 19 ก.ค. สำคัญ และต้อง “คุยกัน” ก่อนว่าจะเอายังไง, ขณะนี้ต้องดูสถานการณ์จริง และคิดว่าทำอย่างไรให้ตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่ไปคิดเรื่องการแสดงเชิงสัญลักษณ์อย่างแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272, แก้ ม.272 ไม่อยู่ในเอ็มโอยู และเป็นไปไม่ได้ เพราะ รธน.กำหนดให้มีเสียงฝ่ายค้านด้วย 20% เมื่อยังไม่มีรัฐบาลจึงยังไม่มีฝ่ายค้าน และการตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็วคือเป้าหมาย เพราะสำคัญกับประชาชนและภาคธุรกิจ

เมื่อฟังโจทย์หินอย่างนี้ ก็ต้องดูว่าในช่วงเย็นวันที่ 17 ก.ค. ที่ 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะคุยกันว่าจะมีทางออกอย่างไร แต่ดูสัญญาณที่ออกมา เพื่อไทยคงอยากจูงมือพรรคก้าวไกลไปอำเภอ จดทะเบียนหย่าเพื่อสลายขั้วเดิม และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะรู้ดีว่าหากยังมีพรรคก้าวไกล ที่ไม่ลดละแก้มาตรา 112 ก็ยากจะได้รับความร่วมมือจาก ส.ว.  

แต่ก่อนจะไปถึงการจะเสนอชื่อนายพิธาในรอบ 2 หรือไม่ ยังมีเงื่อนไขข้อกฎหมายที่ยังเถียงไม่จบ และเชื่อว่าจะมีการหารือกันในวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 18 ก.ค. ว่าจะเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้หรือไม่ พร้อมยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41 เพราะมองว่า การเลือกนายกฯ ถือเป็นญัตติ และพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธาได้ตกไปแล้ว จะนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกไม่ได้ในสมัยประชุมนี้ เว้นแต่มีสถานการณ์เปลี่ยนไป หรือหากจะนำมาพิจารณาต้องมีเหตุเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสองเท่านั้น

โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง บัญญัติว่า "หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้สภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 

ในกรณีเช่นนี้ ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้

  จากหลักการสำคัญดังกล่าว หากโหวตครั้งแรกแล้วไม่สามารถได้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าด้วยเหตุใด ประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจที่จะเปิดให้มีการลงคะแนนใหม่เองได้ ต้องให้สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาตามมาตรา 272 วรรคสอง เท่านั้น ประธานรัฐสภาจึงจะจัดให้การประชุมตามญัตติที่สมาชิกรัฐสภาเสนอได้ ดังนั้น ประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา จึงไม่มีอำนาจเปิดให้มีการโหวตในรอบสองได้โดยพลการ

นอกจากนี้ หากในระหว่างนี้ยังมีตัวแปร และต้องจับตาดูว่าในวันที่ 19 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ด้วยหรือไม่ และหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ที่เกี่ยวพันกับคุณสมบัตินายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) และมาตรา 89 วรรคหนึ่ง (2) และต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ตามมาตรา 160 จึงยิ่งเป็นกรณีที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะรัฐสภาจะเสนอชื่อ และลงมติให้นายพิธา เพราะบัดนั้นได้กลายสภาพเป็นบุคคลที่มีมลทินไปแล้วใช่หรือไม่.

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”