ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" เงื่อนไขสู้สุดความสามารถของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะยังเสนอชื่อนายกฯ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ รอบ 2 ได้หรือเปล่านั้น หลังวันหยุดสุดสัปดาห์ต่างฝ่ายต่างส่งสัญญาณไปคนละทิศคนละทาง
โดยพิธาปล่อยคลิป หากเดินไม่ผ่านสองสมรภูมิ คือโหวตนายกฯ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ และยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ไม่สำเร็จ ว่าจะหลีกให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่ตัวเองจะขอเกาะร่วมเป็นรัฐบาลไปด้วย ดังเช่นข้าวต้มมัด
เล่นเอาพรรคเพื่อไทยออกอาการงงกับเงื่อนไขฝ่ายเดียวที่ผุดออกมา โดยภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงโดยสรุปว่า แถลงการณ์พิธาเป็นแถลงการณ์ก้าวไกล พรรคอื่นไม่ได้ร่วมรับรู้ และรู้สึกมึนที่ได้ฟัง,
จำนวนเสียงในสภาที่โหวตให้พิธายังไม่ชัดเจนหรือยังไม่สุดทางอีกหรือ ได้ ส.ว. 13 เสียง จะเอาที่เหลือมาจากไหน, การโหวตวันที่ 19 ก.ค. สำคัญ และต้อง “คุยกัน” ก่อนว่าจะเอายังไง, ขณะนี้ต้องดูสถานการณ์จริง และคิดว่าทำอย่างไรให้ตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่ไปคิดเรื่องการแสดงเชิงสัญลักษณ์อย่างแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272, แก้ ม.272 ไม่อยู่ในเอ็มโอยู และเป็นไปไม่ได้ เพราะ รธน.กำหนดให้มีเสียงฝ่ายค้านด้วย 20% เมื่อยังไม่มีรัฐบาลจึงยังไม่มีฝ่ายค้าน และการตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็วคือเป้าหมาย เพราะสำคัญกับประชาชนและภาคธุรกิจ
เมื่อฟังโจทย์หินอย่างนี้ ก็ต้องดูว่าในช่วงเย็นวันที่ 17 ก.ค. ที่ 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะคุยกันว่าจะมีทางออกอย่างไร แต่ดูสัญญาณที่ออกมา เพื่อไทยคงอยากจูงมือพรรคก้าวไกลไปอำเภอ จดทะเบียนหย่าเพื่อสลายขั้วเดิม และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะรู้ดีว่าหากยังมีพรรคก้าวไกล ที่ไม่ลดละแก้มาตรา 112 ก็ยากจะได้รับความร่วมมือจาก ส.ว.
แต่ก่อนจะไปถึงการจะเสนอชื่อนายพิธาในรอบ 2 หรือไม่ ยังมีเงื่อนไขข้อกฎหมายที่ยังเถียงไม่จบ และเชื่อว่าจะมีการหารือกันในวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 18 ก.ค. ว่าจะเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้หรือไม่ พร้อมยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41 เพราะมองว่า การเลือกนายกฯ ถือเป็นญัตติ และพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธาได้ตกไปแล้ว จะนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกไม่ได้ในสมัยประชุมนี้ เว้นแต่มีสถานการณ์เปลี่ยนไป หรือหากจะนำมาพิจารณาต้องมีเหตุเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสองเท่านั้น
โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง บัญญัติว่า "หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้สภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88
ในกรณีเช่นนี้ ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้
จากหลักการสำคัญดังกล่าว หากโหวตครั้งแรกแล้วไม่สามารถได้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าด้วยเหตุใด ประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจที่จะเปิดให้มีการลงคะแนนใหม่เองได้ ต้องให้สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาตามมาตรา 272 วรรคสอง เท่านั้น ประธานรัฐสภาจึงจะจัดให้การประชุมตามญัตติที่สมาชิกรัฐสภาเสนอได้ ดังนั้น ประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา จึงไม่มีอำนาจเปิดให้มีการโหวตในรอบสองได้โดยพลการ
นอกจากนี้ หากในระหว่างนี้ยังมีตัวแปร และต้องจับตาดูว่าในวันที่ 19 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ด้วยหรือไม่ และหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ที่เกี่ยวพันกับคุณสมบัตินายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) และมาตรา 89 วรรคหนึ่ง (2) และต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ตามมาตรา 160 จึงยิ่งเป็นกรณีที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะรัฐสภาจะเสนอชื่อ และลงมติให้นายพิธา เพราะบัดนั้นได้กลายสภาพเป็นบุคคลที่มีมลทินไปแล้วใช่หรือไม่.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง
บันทึกหน้า 4
เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐
บันทึกหน้า 4
รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย


