ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่า วันพุธที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2564 ตามปีปฏิทิน หรือ วันขึ้น 4 ค่ำเดือนอ้าย ปีฉลู ตามปฏิทินจันทรคตินั้น มีผลทางการสังคมและการเมืองที่ต้องจดจำสมเป็น “วันโลกาวินาศ” เสียจริงๆ โดยในทางสังคมนั้นก็ต้องบอกว่า วิญญาณของ “เสือดำ-เก้ง-ไก่ฟ้าหลังเทา” ได้ไปสู่สุคติเสียที เมื่อ ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาในคดีล่าสัตว์ป่าคุ้มครองหายากใน “ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2561...๐
นับเป็นระยะเวลา 3 ปี 9 เดือน 8 วัน กับการจับตารอคอยของสังคมทั้งประเทศว่า คดีนี้บทสรุปจะลงเอยเช่นไร เนื่องจาก ตัวละครสำคัญนั้นคือ “เปรมชัย กรรณสูต” เป็นประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจก่อสร้างนับแสนล้านบาท และเจ้าของสัมปทานรายใหญ่ในหลายโครงการของรัฐ แต่ดูเหมือน “ท่านเปา” ยังคงสถิตยุติธรรมและเป็นที่พึ่งของประชาชน ยกเว้นบรรดา “แก๊ง 3 นิ้ว” ที่พร่ำเพ้อว่ามีตั๋วช้าง ได้พิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้ปรับเงินอีก 2 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย...๐
แต่อย่างน้อยก็ต้องนับถือน้ำใจและความเป็นลูกผู้ชายของ “เจ้าสัวเปรมชัย” ที่ไม่หนีออกนอกประเทศ เพราะหากเขาจะทำก็สามารถทำได้ เพราะมีทั้งเรื่องของเงินทุนและเส้นสาย ซึ่ง ดีกว่านักการเมืองหลายต่อหลายคนที่ปากว่าตาขยิบมากนัก เพราะสุดท้ายก็เอาแต่กอบโกยและหนีเอาแต่ตัวเองรอดถ่ายเดียว...๐
หันมาดู "โลกาวินาศ” ในทางการเมืองบ้าง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้ออกออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัยอ่านคำวินิจฉัย เรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลพิจารณาว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ 5 อดีตแกนนำ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ได้แก่ “ชุมพล จุลใส” ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), “อิสสระ สมชัย” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป., “ถาวร เสนเนียม” ส.ส.สงขลา พรรค ปชป. และ "ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. สิ้นสภาพหรือไม่ เมื่อถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในคดีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2564 และถูกคุมขังระหว่างรออุทธรณ์ฎีการะหว่างวันที่ 24-26 ก.พ.2564...๐
โดยศาล รธน.ก็ชี้ว่า สมาชิกภาพของทั้ง 5 สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ คือวันที่ 7 เม.ย.2564 และให้ถือว่าตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่อ่านคำวินิจฉัยและให้เลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 45 วัน ส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ให้เลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อขึ้นมาภายใน 7 วัน โดยในส่วนการเลื่อนของพรรค พปชร.กรณี “ณัฏฐพล” ได้ยื่นลาออกจาก ส.ส.ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.2564 จึง เหลือเพียงการเลื่อนแทน “พุทธิพงษ์” ซึ่งก็คือ “ต่อศักดิ์ อัศวเหม” บัญชี ส.ส.ลำดับที่ 22 ญาติของ "ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” ประธานหอการค้าสมุทรปราการ ส่วนกรณีของ ปชป.นั้นคือ “จักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์” หรือ ส.จ.เซ้ม เจ้าของโกวเซ้มฟาร์ม ฟาร์มไก่ชนระดับประเทศ และเป็นหลานชายของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรฯ และเลขาธิการ ปชป. แทนเก้าอี้ของ “อิสสระ”...๐
ที่สำคัญและต้องติดตามแบบไม่กะพริบคือ การเลือกตั้งซ่อมแทนที่ “ถาวร-จุมพล” ใน 2 พื้นที่ ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นการชิมลางการเลือกตั้งใหญ่ก็ว่าได้ เพราะพื้นที่ภาคใต้ยามนี้จะบอกว่าเป็นของประชาธิปัตย์เพียงผู้เดียวก็กระไรอยู่ เพราะก็มีหลายพรรคการเมืองที่แบ่งเค้กด้ามขวานมาแล้วในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่สำคัญจะเป็นการพิสูจน์ผลงานของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ด้วยว่ามีบารมีสมกับที่พรรคพยายามชูเป็นนายกฯ ตัวเลือกหรือไม่อย่างไร...๐
งานนี้หาก “ปชป.” ไม่สามารถรักษาเก้าอี้เก่าของตัวเองได้ เมื่อรวมกับกรณีล่าสุดที่ เลือดเก่าอย่าง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” เพิ่งไขก๊อกพ้นสมาชิกพรรคไป ก็ยิ่งตอกย้ำว่า “ปชป.” ในยุคนี้อาจไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่อาจกลายเป็นแค่พรรคตัวประกอบก็เป็นได้ และก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งทั้ง 2 เขต ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงต้นปีหน้านั้น ก็ต้อง ลองติดตามดูผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ ว่าจะเคาะชื่อใครลงชิงพ่อเมืองกรุงเทพมหานคร ก่อนก็ได้ หากชื่อที่ส่งชิงยังไม่ว้าวจริงก็น่าจะเห็นเค้าลางได้ไม่ยากว่าเก้าอี้ ส.ส.สงขลาและชุมพรจะเปลี่ยนมือหรือไม่...๐.
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


