
“เรายังอยู่ด้วยกัน อยู่บ้านเดียวกัน..
วันก่อนย้ายของออกจากบ้านจริงๆ เพราะจะรีโนเวตบ้าน เจนย้ายของเยอะมาก เอาเฟอร์ฯ ที่อยู่บ้านข้างๆ จะต่อเติมเพิ่ม เลยให้เขามาขนของออกจากบ้านเยอะมาก..
ก็ขนจริง แต่ขนเฟอร์ฯ ที่ไม่ได้ใช้เพื่อรีโนเวตบ้าน..เราต้องดูแลลูก ต้องโฟกัสลูกมากๆ เรื่องนี้เซนซิทีฟ ปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องปกติ มีขึ้นมีลง ผัวเมียเป็นปกติ
แต่ท้ายที่สุดก็อยู่ตรงกลาง แต่ต้องทำเพื่อลูก..เจน 42 แล้ว ยังถามรักเลิกอีกเหรอ เจนเข้าใจมากๆ เรื่องพวกนี้เป็นวัฏจักร เจนอยู่วงการมา 30 ปีแล้ว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่คนอยากรู้
แต่วันนี้เจนมีลูก การพูดอะไรเจนต้องคิดถึงโนล่าอันดับหนึ่ง ทุกอย่างจะอยู่ในกูเกิลหมด ถ้าอนาคตลูกเจนต้องมาเปิดอ่าน เจนก็อยากให้มันเบาๆ อยากโพรเทคเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะโพรเทคได้
เจนคิดว่าคนมีลูกจะเข้าใจเรา อยากปกป้องและดูแลหัวใจเด็กๆ”
นี่..มาจากข่าวอักษรย่อของเพจดังที่ใบ้ว่า “นางเอกสายแบ๊ว แยกอยู่กับสามีเด็กแล้ว” ซึ่งไม่ทันที่นักข่าวจะได้ออกสืบเสาะ คุ้ยค้น
คุณเจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร นางเอกลูกหนึ่งก็ได้ออกมาเคลียร์เสียเองตามความทั้งหมดข้างต้น หวังว่าจะได้เข้าใจตรงกัน เธอกับสามียังนอนเตียงเดียวกัน หวานชื่นอยู่เหมือนเดิม!
เอ้า..นั่นแม้จะยังร่วมเตียงเดียวกันอยู่ตาม “MOU” แต่เพื่อไทยก็ดูเหมือนจะกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อยกับการที่ต้องผูกมัดอยู่กับก้าวไกลที่สร้างศัตรูไว้รอบทิศ
จะสลัดทิ้งเสียวันนี้-พรุ่งนี้ก็เกรงจะถูก “ด้อมส้ม” โกรธกริ้วอาละวาดบุกจันทร์ส่องหล้าเอา ครั้นจะกระเตงกันต่อไป คนแดนไกลก็เห็นจะไม่ได้กลับบ้านตามไทม์ไลน์เสียที!
แล้วจะเอาอย่างไงกันล่ะทีนี้.. ประชาชน-คนวงนอกอย่างเราก็ได้แต่คาดเดากันไปตามรสนิยมใคร-รสนิยมมัน กระทั่งสื่อ นักวิชาการ กูรูก็ยังปวดขมับ จับทางไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนคุณวิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์จะพอคลำทางได้ เห็นจากโพสต์.. “ก้าวไกลนั้นห้าวและก้าวร้าว ประกาศเป็นศัตรูมาตั้งแต่เปิดพรรคอนาคตใหม่แล้ว
ตอนนั้นพ่อฟ้าประกาศว่า พรรคไหนคิดไม่เหมือนกับพรรคของตนคือศัตรู...!
ยิ่งได้ 14 ล้านเสียงยิ่งห้าว ประกาศสร้างศัตรูไปรอบทิศ สุดท้ายหามิตร (ชั่วคราว) ไม่เจอ... ความห้าวจึงกลายเป็นคุกขังพรรคตัวเอง
ตอนนี้หมดซีนของพิธาแล้ว คอยดูซีนของลุงโทนี่กับลุงป้อมจะสำแดงบทบาทอะไรต่อไป ซึ่งหลายคนเห็น "ทาง" มาตั้งแต่เห็นผลการเลือกตั้งแล้ว”!
อ่อครับ ใครจะมองเห็น “ทาง” อย่างไรไม่ทราบ แต่สำหรับคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้มองเห็นและเตือนพรรคก้าวไกลไว้ว่า..
“อย่าฝันว่า จะมานั่งเป็นฝ่ายค้าน ผมขอยกตัวอย่าง ข้อเขียนของมาเคียเวลลี เตือนใจว่า” อย่าปล่อยศัตรูที่คิดว่าอาจจะมาทำร้ายในภายหลัง”
ถ้าเป็นสำนวนหนังกำลังภายใน คุณก็จะถูกสลายเคล็ดวิชา กลายเป็นคนธรรมดา ที่ต้องเดินออกนอกด่าน เอวัง!!!”
โห..นี่เท่ากับว่ารัฐบาล-นายกฯ ไม่ได้เป็น “ฝ่ายค้าน” ก็จะไม่มีที่นั่งในสภาด้วยหรือ? มิน่าถึงได้ปลุกเร้ากันไปทั่วเขตแคว้น จะขนกันมาทั่วสารทิศเป็นสงคราม 9 ทัพ
ไม่เอาน่า..จะโกรธให้โง่ โมโหให้บ้าไปเพื่ออะไร ก้าวไกลต้องโทษตัวเอง ที่บริหารอำนาจไม่เป็น เห่อเหิม คึกคะนอง ห้าว ก้าวร้าว ทำตัวเหมือนลิงเล่นไม้ขีดไฟมาแต่ต้น
ต้องดูอย่างคุณเศรษฐา ทวีสินสิ.. นักข่าวถามหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะทำอย่างไรไม่ให้ ม.112 เป็นปัญหา..
เขาตอบ.. “มองว่าพรรคที่จะเสนอชื่อนายกฯ ครั้งต่อไป ต้องไม่มีเรื่องของการแก้ไขหรือยกเลิก ม.112 ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. รวมถึงพรรคการเมืองอื่น
คณิตศาสตร์ค่อนข้างพื้นฐานมากๆ นับดูก็รู้ว่าเรื่องอะไรเป็นอะไร”
เด็กดื้อ-โง่เท่านั้น ที่คิดไม่เป็น!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

