วันก่อนผมคุยกับคนในวงการ Cryptocurrencies หรือเงินสกุลคริปโตฯ ที่กำลังเป็นข่าวคราวร้อนแรงอยู่ขณะนี้ เขาพูดทีเล่นทีจริงว่า
“แต่ก่อนมีคนบอกว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น...แต่เดี๋ยวนี้มีเพิ่มมาอีกประโยคหนึ่ง...วัยรุ่นเล่นคริปโตฯ”
ว่าแล้วเราต่างก็หัวเราะกันร่วน
แต่จะว่าไป, อาจจะเป็นจริงของเขาก็ได้
ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเพราะธนาคารแห่งประเทศไทยออกประกาศว่า “ไม่สนับสนุน” การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหรือ digital assets ในการชำระค่าสินค้าและบริการ
ขณะที่คนในวงการนี้จำนวนหนึ่งแย้งว่าอย่างไรเสียก็หยุดยั้งการก้าวเข้าสู่การใช้เงินคริปโตฯ ไม่ได้แล้ว
เพราะมันคือแนวโน้มของโลก และหลายประเทศก็กำลังไปในทิศทางนี้
คนรุ่นก่อนอาจจะเห็นเป็นความเสี่ยง
แต่คนรุ่นใหม่เห็นว่าเป็น “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Assets) ที่ไม่ต้องมีการควบคุมโดยส่วนกลางที่เรียกว่า Decentralized Finance หรือ DeFi ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ในเมืองไทยเราก็เห็นกระแสของธุรกิจหลายวงการเริ่มจะก้าวเข้าสู่การยอมรับเงินคริปโตฯ บางตระกูลในการชำระค่าสินค้าและบริการ
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจขายปลีก รวมไปถึงร้านกาแฟและบริการต่างๆ
วันก่อนผมยังคุยกับเจ้าของ “ปลาเผาคริปโตฯ” ที่ยอมให้ลูกค้าจ่ายเป็นคริปโตฯ ด้วยซ้ำไป
แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยและ ก.ล.ต. ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลหรือผู้กุมกฎ หรือ regulator ก็ย่อมมีหน้าที่ต้องเกาะติดและส่งสัญญาณเตือน
ล่าสุดแบงก์ชาติบอกว่า “ไม่ห้าม” แต่ “เป็นห่วง” และกำลังเร่งหารือออกเกณฑ์การใช้คริปโตฯ
คุณชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บอกว่า
จากการที่ ธปท.ไม่สนับสนุนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) เนื่องจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง
อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ และยังมีความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
หรือการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน
มีผลต่อร้านค้า ผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการให้ได้รับความเสียหาย
ในระยะต่อไป หากมีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้างอย่างแพร่หลาย ความเสี่ยงข้างต้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการชำระเงิน เสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และความเสียหายแก่สาธารณชนทั่วไปได้
ผู้บริหารแบงก์ชาติบอกว่า ธปท.เริ่มเห็นการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระค่าสินค้าและบริการที่มีความแพร่หลายมากขึ้น
ธปท.มีความกังวลหากนำมาใช้ในวงกว้างที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในภาพรวมที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่ได้เข้านิยามลักษณะของ Means of Payment
อันหมายความว่าประชาชนทั่วไปต้องเข้าถึง ต้องสามารถคงมูลค่าได้ รวมทั้งต้องปลอดภัยและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้และผู้รับ
โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีสินทรัพย์อื่นหนุนหลัง (Blank Coin) เช่น Bitcoin หรือ Ether เพราะราคาจะมีความผันผวนสูง
คุณชญาวดีเสริมว่า
“แม้การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ลงทุนจะยอมรับความเสี่ยงได้ แต่ในการนำมาใช้ชำระสินค้าหรือบริการอาจจะไม่ได้มีลักษณะตามลักษณะในการเป็น Means of Payment
“ในความเป็นห่วงของ ธปท.ไม่ได้ห้ามหากมีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระค่าสินค้าและบริการในวงจำกัด หรือใช้ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้อยู่แล้ว เพราะไม่ผิดกฎหมาย แต่กังวลว่าหากใช้ในวงกว้างอาจจะกระทบต่อผู้อื่นที่ยังไม่เข้าใจในความเสี่ยงเรื่องนี้เพียงพอ เช่น กรณีแพลตฟอร์มถูกโจรกรรม ผู้ใช้งานก็อาจจะไม่สามารถเรียกชดเชยความเสียหายได้”
และบอกต่อว่ามีหน่วยงานเอกชนและสถาบันการเงินเข้ามาหารือกับ ธปท.ในเรื่องนี้หลายราย
ธปท.กำลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวนโยบายกำกับดูแลในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนออกมาในเร็วๆ นี้
(พรุ่งนี้: ภูมิทัศน์ทางการเงินในอนาคต).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


