บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด "ข้าวต้มมัด" ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดทางแยกหรือไม่ ระหว่างพรรคเพื่อไทยแกนนำกับพรรคจัดตั้งรัฐบาล และพรรคอันดับหนึ่งก้าวไกลที่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะดันทุรังหมกมุ่นแก้ไขมาตรา 112 ทั้งนี้ในการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 3 วันที่ 4 ส.ค.นี้

คนเพื่อไทยเตรียมดันชื่อ "เศรษฐา ทวีสิน" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมั่นใจที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาลงมติเห็นชอบชนิดม้วนเดียวจบ อีกทั้งยังมีรายงานถึงสาเหตุการบอกเลิกเอ็มโอยู 8 พรรคโยนให้พรรคก้าวไกลตัดสินใจด้วยในวันก่อนเลือกนายกฯ เบื้องต้นเตรียมนำข้อมูลรวบรวมเสียง สส. และ สว. แจ้งต่อที่ประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

โดยชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะรวบรวมเสียงให้ผ่านเกณฑ์เลือกนายกฯ และจะสอบถามความเห็นของ 7 พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลถึงการแก้ปัญหาที่ยังรวบรวมเสียงไม่เพียงพอหากยังอยู่ภายใต้เอ็มโอยู 8 พรรค หากไม่มีคำตอบให้ พรรคเพื่อไทยเตรียมขอฉีกเอ็มโอยู เพื่อขอแยกตัวไปจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกลพ่วงท้าย เพราะติดเงื่อนไขหลายพรรคการเมืองไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย

พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าถึงจังหวะที่ฉีกเอ็มโอยูแล้ว จะมี 3 พรรคการเมืองที่ตามมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ 9 เสียง เพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง และเสรีรวมไทย 1 เสียง และมีพรรคการเมืองขั้วรัฐบาลเดิมเพิ่มเติมเข้ามาคือ พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ 19 เสียง ปีกของ "เสี่ยต่อ" เฉลิมชัย ศรีอ่อน เข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาลก่อนเป็นกลุ่มแรก เมื่อรวมทั้งหมดมีเสียง สส. 255 คน เกินครึ่งมาแค่ปริ่มน้ำเท่านั้น 

แต่เสียงยังไม่เพียงพอโหวตผ่านเกณฑ์ 376 เสียง ดังนั้น 151 เสียงของพรรคก้าวไกล ที่แม้จะหลุดไปเป็นฝ่ายค้าน แต่พร้อมยกมือโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เพื่อขับเคลื่อนกลไกประชาธิปไตยต่อไป ปิดสวิตช์ สว.ไปในตัว รวมทั้งหมดจะได้รับเสียงโหวตประมาณ  406 เสียง 

สอดรับการเจรจา “ดีลลับฮ่องกง” คนแดนไกลค่ายแดง-ผู้นำจิตวิญญาณค่ายส้ม และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีพรรค “2 ลุง” คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ ส่วนจะเป็นความจริงหรือไม่ อีกไม่นานรู้กัน หรือจะเดินตามมาสมทบในภายหลัง หลังมีภาพ “ผู้กอง” บินไปฮ่องกง ก่อนกลับมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง พปชร. ดัน ป.ที่ 4 ขึ้นมา เพื่อรับตำแหน่งทางการเมือง  

ว่าด้วยเรื่องดีลลับดังกล่าว หรือ "ซูเปอร์ดีล" มีเสียงจากบรรดาด้อมส้มเรียกร้องว่า “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ไปคุยอะไรกับนายใหญ่เพื่อไทย ซึ่งบัดนี้ยังปิดปากเงียบ ทำเอาบรรดากองเชียร์หมดศรัทธา สั่นคลอนต่อความเชื่อมั่น สะท้อนได้จาก "สมชาย ปรีชาศิลปกุล” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า ในฐานะพลเมืองคาดหวังจะเห็นการทำงานการเมืองที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่การ “เล่นการเมือง” ที่ใช้การเจรจาแบบลับๆ นอกสายตาของสาธารณะ 

หากพรรคก้าวไกลจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล, คุณพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี, ข้อเสนอ 112 ต้องตกไป ฯลฯ ก็ต้องทำให้เห็นว่าเป็นผลมาจากพลังอำนาจของฝ่ายอนุรักษนิยม และรัฐธรรมนูญที่วิปริต หากจะมีดีลลับระหว่างพรรคการเมืองอื่นๆ นั่นก็เป็นแนวทางที่ไม่ควรต้องเข้าไปแปดเปื้อนด้วย”

ถ้าไม่ได้ไป ก็ต้องปฏิเสธให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้คนมั่นใจว่าแนวทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยยังคงเดินไปอย่างโปร่งใส ถ้าไปจริง ก็ต้องอธิบายว่าอะไรคือเหตุผล อะไรคือเป้าหมายของการเจรจา แน่นอน ถ้าเห็นว่าเป็นจังหวะก้าวที่ผิดพลาดก็ควรต้องยอมรับและเป็นบทเรียนต่อไปในภายภาคหน้า...

ผลพวงเรื่องนี้สรุปง่ายๆ ผู้ที่ปิดสวิตช์ พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน และ "พิธา" ตกเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ก็คือ "ธนาธร" เจ้าของพรรคพลังส้มตัวจริงเสียงจริงนั่นเองใช่หรือไม่.

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง

บันทึกหน้า 4

เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!

เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล

หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐

บันทึกหน้า 4

รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย