การแสดงแสนยานุภาพทางด้านอาวุธขีปนาวุธที่สามารถใช้ในสงครามนิวเคลียร์ได้ของเกาหลีเหนือต่อผู้ใหญ่ที่มาเยือนจากจีนและรัสเซียครั้งนี้เป็นหัวข้อสำคัญสำหรับทั้งโลก
ทำให้สหรัฐฯต้องหันมาเกาะติดรายละเอียดของการนำเสนออาวุธเหล่านี้ในงานสวนสนามกลางกรุงเปียงยางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อันเป็นโอกาสที่เกาหลีเหนือจัดงานยักษ์เพื่อรำลึกถึง “ชัยชนะ” ในสงครามเกาหลีช่วง 1950-53
ในสงครามครั้งนั้น จีนและรัสเซียอยู่ข้างเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม อิว ซุง, ปู่ของคิม จอง อึน, ผู้นำเกาหลีเหนือปัจจุบัน
ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กันนั้น นักการทูตระดับสูงของอเมริกาออกมาสำทับว่าสหรัฐฯ จะ “ดำเนินการ” อะไรบางอย่างหากจีนปฏิเสธที่จะเข้าแทรกแซงการประจำการทางทหารของเกาหลีเหนือซึ่งเป็นสหายรักและพันธมิตรใกล้ชิดของปักกิ่ง
วอชิงตันได้ชี้นิ้วกล่าวหาเปียงยางว่าเป็นรัฐอันตรายที่มีบทบาทคอยสั่นคลอนในเอเชียตะวันออกมายาวนานแล้ว
แอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่าได้บอกกับฝ่ายจีนว่า วอชิงตันต้องการความช่วยเหลือจากปักกิ่งในการจัดการกับ “โครงการนิวเคลียร์” ของเกาหลีเหนือ
และการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี
และย้ำว่าสหรัฐฯ จะสนับสนุนพันธมิตรด้านกลาโหมกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หากจีนละเว้นจากการแทรกแซง
เนื้อหาเหล่านี้ บลิงเกนบอกว่าได้นำเสนอระหว่างการสนทนาข้างกองไฟที่ Aspen Security Forum ในรัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ
โดยเสริมว่า "เราเชื่อว่าจีนมีอิทธิพลที่ไม่เหมือนใคร และเราหวังว่าปักกิ่งจะใช้มันเพื่อรับความร่วมมือที่ดีขึ้นจากเกาหลีเหนือ
“แต่ถ้าจีนทำไม่ได้หรือไม่ยอมทำ เราก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ไม่ได้หวังพึ่งพาที่จีนต่อไป แต่จีนคงไม่ชอบใจเพราะมันไปสร้างความแข็งแกร่ง ไม่เพียงแต่การป้องกันของเราเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และงานที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นที่เราทั้งสามคนกำลังทำร่วมกัน”
ปักกิ่งวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรด้านกลาโหมของวอชิงตันในเอเชียตะวันออกมาตลอด
โดยมองว่าการรวมตัวของกลุ่มหนุนหลังโดยตะวันตกเป็นความพยายามไล่ล่าหรือสกัดกั้นกองทัพจีน
แต่โซลและโตเกียวไม่พอใจการทดสอบทางทหารของเปียงยาง ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นใกล้น่านฟ้าและน่านน้ำของสองประเทศเพื่อนบ้าน
เกาหลีเหนือได้ทำการ “ยิงขีปนาวุธครั้งแล้วครั้งเล่า” บลิงเกนกล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เปียงยางได้ทำการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป Hwasong-18 เป็นครั้งที่สอง
จีนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือได้เสนอความช่วยเหลือด้านเชื้อเพลิงและอาหารให้เกาหลีเหนือในอดีต
และวางตำแหน่งเป็นตัวกลางในการเจรจาระดับนานาชาติว่าด้วยการเสริมกำลังทางทหารของประเทศ
ความเห็นของบลิงเกนแสดงออกหลังการหายตัวไปของไพรเวททราวิส คิง ทหารอเมริกันที่หลบหนีเข้าไปในเกาหลีเหนือระหว่างการทัวร์พลเรือนใกล้กับชายแดนเกาหลีใต้เมื่อเร็ว ๆ นี้นี่เอง
เขาบอกว่ายังไม่มีข้อมูลอัปเดตว่าเขาถูกนำตัวไปที่ไหนในเกาหลีเหนือ
แต่ "มีความกังวลเกี่ยวกับสวัสดิภาพของเขาอย่างแน่นอน" ด้วยหวั่นเกรงว่าอาจถูกทรมาน
บลิงเกนยอมรับว่าวอชิงตันกำลังพยายามจะฟื้นฟูสัมพันธ์กับจีนในทุกมิติ
โดยยกตัวอย่างว่าคนระดับรัฐมนตรีจากสหรัฐฯหลายคนไปเข้าคิวเยือนปักกิ่งในช่วงนี้
นอกจากตัวเขาเองแล้วก็ยังมีเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และผู้แทนพิเศษด้านสภาพอากาศของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จอห์น เคอร์รี ที่แวะเวียนไปพบปะกับผู้นำจีนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
“เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะต้องทำให้ความสัมพันธ์นี้กลับมามีเสถียรภาพ ให้มีพื้นฐานภายใต้ความสัมพันธ์นี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันที่เรามีอย่างชัดเจนจะไม่เปลี่ยนเป็นความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่การสู้รบอันไม่พึงปรารถนา” เขาบอก
ในอีกด้านหนึ่งของความสัมพันธ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯบอกว่าจีนสามารถช่วยสกัดกั้นการผลิตเฟนทานิลยาผิดกฎหมายที่ส่งถึงสหรัฐฯ ผ่านเม็กซิโก
และควรจะร่วมมือกับสหรัฐฯในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
พร้อมทั้งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังชาวอเมริกันพร้อม ๆ กันเพื่อสานสัมพันธ์ไมตรีระหว่างกัน
“ถ้าเราไม่ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง ผู้คนก็มีสิทธิจะกล่าวหาว่าเราทั้งสองประเทศขาดความรับผิดชอบ” เขากล่าว
แต่ถึงวันนี้ เกาหลีเหนือก็ยังปิดปากเงียบเกี่ยวกับข่าวคราวว่าด้วยชะตากรรมของทหารสหรัฐฯ ทราวิส คิง หลังข้ามพรมแดนเข้าไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
แต่ก็ยังมีความท้าทายสำหรับการฟื้นคืนไมตรีระหว่างสองยักษ์ใหญ่ด้านอื่น ๆ อยู่
แต่บลิงเกนบอกว่าสหรัฐฯ ได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานการแฮ็กอีเมลของรัฐบาลจีนในจีน
มีรายงานว่าบัญชีอีเมลของเอกอัครราชทูตวอชิงตันประจำปักกิ่งและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศที่ดูแลเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกถูกละเมิด (ตามรายงานของ CNN และ The Wall Street Journal)
“สิ่งที่เราเคยแบ่งปันกับจีนมากกว่าหนึ่งครั้งคือความกังวลว่าอะไรก็ตามที่พุ่งเป้าไปที่รัฐบาล พุ่งเป้าไปที่ประชาชน พุ่งเป้าไปที่บริษัทต่างๆ ล้วนเป็นข้อกังวลสำหรับเราอย่างแท้จริง” บลิงเกนกล่าว
และขู่ว่า “ในอนาคต เราจะดำเนินการตามความเหมาะสม”
จีนก็ตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่ดุดันไม่แพ้กัน
สำนักข่าวไชน่าเดลีที่บริหารโดยรัฐบาลปักกิ่งเรียกสหรัฐฯ ว่า “อาณาจักรการแฮ็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกและโจรไซเบอร์ระดับโลก”
และฟาดกลับว่าข้อกล่าวหาการแฮ็กทุกวันนี้ที่มาจากสหรัฐฯ “เป็นเพียงกลิ่นอายของเกมเก่าๆ ของสหรัฐฯ ที่จงใจทำให้ภาพลักษณ์ของจีนเสียหายเท่านั้น”
จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ของสองยักษ์ใหญ่ล้วนมีความโยงใยไปถึงพันธมิตรของทั้งสองฝั่งด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้
สหรัฐฯต้องการให้จีน “จัดการ” ให้เกาหลีเหนือเบามือในการทดลองขีปนาวุธและให้ระงับยับยั้งการทดลองนิวเคลียร์
อีกทั้งขอให้พูดจากับรัสเซียให้ถอนตัวออกจากยูเครน
ขณะเดียวกันจีนก็คาดหวังว่าวอชิงตันจะลดละความพยายามที่จะสร้างเครือข่ายด้านทหารด้วยการจับมือกับญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในย่านนี้
เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างยิ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


