
วันนู้น..เพื่อนเอาหนังสือเผาทิ้ง!
แต่วานนี้ ม็อบทะลุวัง นำโดย “บุ้ง”-“ตะวัน”-“หยก” ผู้ต้องหาคดี 112 ได้ร่วมกันเผา เอ๊ย..ขอโทษ ร่วมกันทำกิจกรรมที่หน้ากระทรวงวัฒนธรรม..
เพื่อขับไล่คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้ถอดถอนออกจาก “ศิลปินแห่งชาติ” โทษฐานไม่โหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี!
ซึ่งกิจกรรม นอกจากการฉีดสเปรย์ลงบนพื้นฟุตบาท พื้นถนนแล้ว กลุ่มม็อบยังห้าวเป้งปีนรั้วเข้าไปข้างในสาดสีใส่ป้ายกระทรวงฯ พร้อมจุดพลุสีควันโขมง!
เมื่อกระทำการดัง “อันธพาลครองเมือง” เช่นนี้ ต่อให้สวมหน้ากาก 3 ชั้นก็หนีไม่รอดที่จะถูกตำรวจตามจับมาลงโทษ-ลงทัณฑ์ตามกบิลบ้าน-กบิลเมือง..
และก็ตามเคย ที่ สส.พรรคก้าวไกลจะได้แห่กันไป ใช้ตำแหน่งประกันตัว..ไม่ปล่อยให้เด็กโดดเดี่ยวเดียวดาย!
ส่วน สว.-คุณเนาวรัตน์ในวัย 80 ปี ก็ยังคงดำเนินชีวิตเป็นปกติ ไม่ได้ร้อนรุ่ม วิตก กังวล หรือทุกข์ใจอะไรกับการทำหน้าที่ของตัวเอง
นี่..ผมไม่ได้มโน หากแต่คุณเนาวรัตน์ได้เคยเผยความรู้สึกผ่านบทกวีชื่อ “เคารพ” หลังจากที่เพื่อน (รัก) ขนหนังสือที่ตัวเองเขียนเผาทิ้ง ตามนี้..
เอาตัว เป็นที่ตั้ง ก็ตั้งตัว ขึ้นเป็นใหญ่/ทุกสิ่ง ต้องเป็นไป ตามหลักการอันเจาะจง/อหังการ์ เขื่องคับฟ้า กับอัตตาเขื่องคับกรง
แสวงอยู่แต่ยิ่งยง และยิ่งใหญ่ ให้ตัวเอง/เรียกร้อง การเคารพ สร้างบารมี ให้คนเกรง/วุ่นวาย และ วังเวง ต้องไว้ท่า และวางที
ผู้เป็นที่เคารพ สงบได้ ในทุกที่/มากมี ความไม่มี รู้เป็นอยู่ กับปัจจุบัน/ไม่มุ่ง ไม่มองหา การเคารพ อภิวันท์/แต่ความเคารพนั้น จะมุ่งมา หาเขาเอง ฯ
ครับ..คราวนี้แม้จะดูหนักกว่า แต่ก็เชื่อว่าคุณเนาวรัตน์จะยัง “สงบได้” อย่างผู้เป็นที่เคารพ และผู้ที่ไม่ได้มีอัตตา หรืออีโก้เหมือนเช่น “ผู้เฒ่า” บางคน
ผมไม่รู้นะ คุณเนาวรัตน์มีเหตุผลอะไรที่ไม่โหวตให้คุณพิธาเป็นนายกฯ แต่ที่พอจะรู้ ศิลปินแห่งชาติท่านนี้หาได้มีอคติต่อพรรคก้าวไกลและตัวคุณพิธาแต่อย่างใด
ผมสังเกตได้จากคำพูด ความคิด-อ่านทางการเมือง-สังคมในบางวาระ-โอกาสที่ได้นั่งคุย สรวลเสเฮฮากันบนโต๊ะข้าว-โต๊ะไวน์
บางคราวให้นึกอยากถาม..คุณเนาวรัตน์เป็นอะไรไป ทำไมพูดเหมือนกับจะเอาใจ-เข้าข้างเด็กเสียด้วยซ้ำ!
แต่คิดอีกที..นี่อาจเป็นจิตวิญญาณคุณเนาวรัตน์ หรือพูดง่ายๆก็ “เสรีภาพทางความคิด” ของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป
คุณเนาวรัตน์อาจเคยเป่านกหวีด แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณเนาวรัตน์จะต้องคาบนกหวีดอยู่ตลอดเวลา เช่นกันคุณเนาวรัตน์ได้รับการแต่งตั้งเป็น สว.โดย คสช.
นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็น “ปลอกคอ” ที่คุณเนาวรัตน์จะยอมให้ถูกจูงลากไปตามผู้มีอำนาจได้ บางครั้งคนฝ่ายอนุรักษ์ก็ให้รู้สึกอึดอัดกับท่าทีก็มีให้ปรากฏ
ฉะนั้น..ก็อยากบอกกับเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ปล่อยคนแก่-คนเฒ่าได้เดินไปตามความคิดอ่านอย่างเป็นอิสระเถิด ไม่ต้องไปไล่ ไปคุกคามข่มขู่หรอก..
ไม่นานแล้ว..ไม่ได้หมายถึงอายุขัย แต่จะพูดว่า อีก 8-9 เดือนคุณเนาวรัตน์และคณะ สว.ก็จะพ้นหน้าที่ที่จะให้คุณให้โทษกับการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว
และที่ “บุ้ง” ว่า.. “อยากให้ประชาชนส่งรายชื่อ ส่งที่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด ถ้าเรารวมตัวกันได้เราก็จะไป อยากให้ไปบุกใครก็จะไปถ้าอยากให้ไป” นั้น
อย่าเหิม-ลำพองไป..สว.ไม่ใช่ “สวะ” นะ..รู้ไว้!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

