
“ฐิติมา ฉายแสง” ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวสมการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอาจมีพรรค 2 ลุงร่วมด้วย คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ โดยยอมรับว่า
“คงพูดไม่ออก หากอนาคตต้องร่วมทำงานกับทั้งสองพรรคนี้ หนักใจมาก ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเป็นพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจ รวมถึงพิสูจน์มาแล้วว่า 9 ปีที่ผ่านมาพวกเขาบริหารประเทศไม่เก่ง ทำประเทศเสียหาย ที่สำคัญช่วงการหาเสียงทุกคนในพรรคเพื่อไทยก็เอ่ยปากบอกประชาชนทุกคน ย้ำว่ายังไงก็ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรค 2 ลุงอย่างแน่นอน ซึ่งตนเชื่อว่า ส.ส. ในพรรคเพื่อไทยหลายคนก็คงรับไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าพวกเขาจะกล้าพูดตรงๆ หรือไม่”
ส่วนวันที่ 8 ส.ค. ที่จะมีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะหยิบยกเรื่องนี้มาร่วมหารือด้วยหรือไม่ “ฐิติมา” ระบุว่า “ก็ต้องรอดูว่าจะมีใครกล้าพูดหรือไม่ ”
“แต่ละเรื่องมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ก่อนฉีกเอ็มโอยูแล้ว เราก็ไม่ได้ประชุมกัน มีคนเดินมาบอกกับตนว่าหากมีประชุมจะลุกขึ้นพูด เพราะได้รับผลกระทบหนักมาก กลับบ้านไม่ได้ ปรากฏวันที่ 4 ส.ค.ดันยกเลิกประชุมไปอีก ที่ตนพูดนี้เพราะรักพรรคเพื่อไทย อยากให้มีจุดยืนที่ชัดเจนเหมือนเคยหาเสียงไว้”
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาร่วมงานกับพรรคก้าวไกล หลังมีกระแสข่าวสนับสนุน “ฐิติมา” กล่าวมองว่า
“ ยังเป็นเรื่องดี ที่พรรคก้าวไกลยังไม่ได้ปิดประตูกับพรรคเพื่อไทย สถานการณ์ยังดีอยู่ ถ้ายังอยากจะมีที่ยืนกันต่อไป และหากย้อนกลับไปช่วงดีลจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลนั้น การจัดสรรตำแหน่งต่างๆ พรรคก้าวไกลก็ยกกระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจให้พรรคเพื่อไทย คำถามคือถ้าเป็นตอนนี้เราจะเหลืออะไร หากต้องไปร่วมกับพรรคการเมืองขั่วเดิมที่มีอำนาจต่อรอง เปรียบเสมือน แพ้ตั้งแต่ยังไม่ไปไหน และย้ำว่าถ้าพรรคเพื่อไทยรักษาจุดยืนความเป็นประชาธิปไตยที่เรารักษามาตลอด รักษามวลชน รักษาตำแหน่งเพื่อไปบริหารประเทศ วันนั้นประชาชนก็จะต่อว่าเราไม่ได้ ส่วนหากจับมือพรรคก้าวไกลคงจัดตั้งรัฐบาลยาก และยอมรับว่าก็เข้าใจ และทำให้ตนนอนไม่หลับ หันไปทางไหนก็ตันไม่มีทางออก^”
ร่ายยาวกันซ่ะ ขนาดนี้ เรื่องนี้คงต้องรอดูกันว่าพรรคเพื่อไทยจะมีพรรคของ 2 ลุง ร่วมหรือเปล่า
แต่จะชัดตอนไหน ก็คงมีแค่เพื่อไทยเท่านั้นที่จะตอบได้ หุ หุ
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเคียงข้าง
จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว
แม่พระของ ‘ช้าง’
ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน
ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.
แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
ยอมโดนด่า ใจแลกใจ
ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น
‘แพลนนิ่ง’
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

