เมื่อวานเขียนถึงเหตุการณ์ “เรือลาดตระเวนจีนฉีดน้ำใส่เรือฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้” เกิดแรงกระเพื่อมเพิ่มความตึงเครียดขึ้นมาทันที
ฝ่ายมะนิลาและพันธมิตรตะวันตกออกมาเตือนจีนฉับพลัน แต่จีนก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาด้านเดียว
ปักกิ่งชี้แยงว่า ณ วันที่ 5 สิงหาคมทีผ่านมา แม้ว่าจีนจะห้ามปรามและเตือนหลายครั้ง แต่ฟิลิปปินส์ก็ยังคงส่งเรือ 2 ลำเข้าน่านน้ำ “เหรินอ้าย เจียว”
ซึ่งเป็นการละเมิดปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้
จีนกล่าวหาว่าฟิลิปปินส์พยายามส่งวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมและเสริมกำลังให้กับโครงสร้างทางทหารที่ผิดกฎหมาย
นั่นคือคำแถลงจากโฆษกของหน่วยยามฝั่งจีน (CCG) ที่ออกมาตอบโต้ครั้งที่สองต่อการเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์รอบหมู่เกาะหนานซาของจีน
โดยทางCCG ของจีนยืนยันว่าการใช้น้ำฉีดใส่เรือของฟิลิปปินส์นั้นเป็นวิธีการเตือนอย่างถูกกฎหมาย
นอกเหนือจากการใช้วิธีเตือนด้วยมาตรการทางกฎหมาย
หลังจากที่การเตือนด้วยวาจาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีผลใดๆ จึงมีการใช้ปืนฉีดน้ำ “เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดยตรง”
จีนถือว่านั่นคือการใช้วิธีการแบบ “มืออาชีพ รัดกุม และเกินกว่าจะตำหนิได้”
ปักกิ่งกล่าวหาสหรัฐฯ ได้เข้ามายุแหย่ฟิลิปปินส์กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์นี้
เพระฝั่งวอชิงตันก็ออกแถลงการณ์ว่า “เรายืนหยัดร่วมกับพันธมิตรฟิลิปปินส์ในการประณามความพยายามของจีนในการขัดขวางปฏิบัติการที่ชอบด้วยกฎหมายที่ Second Thomas Shoal”
เป็นถ้อยแถลงทางการของแพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงท่าทางสนับสนุนฟิลิปปินส์อย่างชัดเจน
โดยวิพากษ์วิจารณ์จีนว่าไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
อ้างถึงคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการในเดือนกรกฎาคม 2016 และยังขู่ว่าอาจจะต้องดำเนินการตามสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์
จุดที่เป็นข้อพิพาทนั้น ฟิลิปปินส์เรียกว่า Second Thomas Shoal ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแนวปะการัง Mischief Reef ใกล้กับใจกลาง Dangerous Ground ทางตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะ Spratly
เกาะปะการังแห่งนี้มีหน้าตาเป็นรูปหยดน้ำ ยาว 11 ไมล์ทะเล (20 กม.)
แนวปะการังล้อมรอบทะเลสาบซึ่งมีความลึกถึง 27 เมตร (89 ฟุต) และเรือเล็กจากทางตะวันออกเข้าถึงได้ มีหย่อมแห้งทางตะวันออกและตะวันตกของขอบแนวปะการังที่มีการก่อสร้างขึ้นมาสนับสนุนกิจกรรมทางทหาร
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนประณามการที่สหรัฐฯ รับรองการกระทำยั่วยุที่ผิดกฎหมายของฟิลิปปินส์
จีนบอกว่าสิ่งที่สหรัฐฯ ทำคือสนับสนุนการที่ฟิลิปปินส์ละเมิดอำนาจอธิปไตยของจีนอย่างโจ๋งครึ่ม
“แผนการเช่นนี้ไม่มีทางสำเร็จ มีแต่จะล้มเหลว” โฆษกทางการจีนย้ำ
จีนอ้างว่าคดีอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้เป็น “เรื่องตลกทางการเมือง” ที่ถูกชักใยเบื้องหลังโดยสหรัฐฯ ภายใต้หน้ากากของกฎหมายระหว่างประเทศที่จีนไม่ยอมรับ
“การที่สหรัฐฯ ให้เหตุผลแก่อนุญาโตตุลาการที่ผิดกฎหมายนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของจีนแต่อย่างใด และจะปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดน สิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลของเรา” โฆษกกล่าว
พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดใช้ทะเลจีนใต้เพื่อหว่านความบาดหมางให้กับภูมิภาคนี้
โฆษกของ CCG สรุปกระบวนการทั้งหมดของความขัดแย้งในแถลงการณ์ว่า
แนวปะการังเหริน อ้ายเจียว (Ren'ai Jiao)เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ Nansha ของจีนมาโดยตลอด
ในปี 1999 ฟิลิปปินส์ส่งเรือไปบริเวณนั้นโดยจงใจเกยตื้นที่เหรินอ้ายเจียว ทำให้จีนต้องแสดงท่าทีจริงจังทันที
จีนอ้างว่าฟิลิปปินส์ให้สัญญาหลายครั้งว่าจะถอดเรือรบที่จอดอยู่ออก
แต่ 24 ปีต่อมา ไม่เพียงแต่เรือจะไม่ถูกถอดออกเท่านั้น แต่ยังมีความพยายามที่จะซ่อมแซมและเสริมกำลังด้วย
โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดครอง Ren'ai Jiao อย่างถาวร
ฝ่ายจีนยืนยันว่าได้ยื่นการเจรจากับฟิลิปปินส์ในหลายระดับและผ่านหลายช่องทาง
โดยเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์ละเว้นไม่ให้เรือเข้าเมืองเหรินอ้ายเจียวโดยไม่ได้รับอนุญาต
และห้ามขนส่งวัสดุก่อสร้างเพื่อการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่และการเสริมกำลังแก่เรือรบที่ "จอดอยู่"
จีนเสนอผ่านช่องทางทางการทูตวให้ทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วมในการหารือเกี่ยวกับวิธีจัดการสถานการณ์ที่เหรินอ้ายเจียว
แต่ปักกิ่งอ้างว่าฟิลิปปินส์ปฏิเสธที่จะตอบสนองต่อข้อเสนอแนะเหล่านี้
การส่งมอบวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมและเสริมกำลังให้กับเรือรบที่ผิดกฎหมายหมายถึงการบุกรุกอย่างผิดกฎหมายเป็นระยะเวลานานขึ้น
จีนอ้างว่าการใช้ปืนฉีดน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดยตรงแสดงให้เห็นถึง “ความยับยั้งชั่งใจ” ของฝ่ายจีน
ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศในสถานการณ์คล้าย ๆ กันที่จะเปิดฉากยิงปืนใหญ่และส่งเรือรบลงสู่ก้นทะเล
นั่นคือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจีนที่อ้างโดยสื่อ Global Times ของทางการจีน
รัฐบาลฟิลิปปินส์เรียกเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบและยื่นประท้วงทางการทูตอย่างรุนแรงเกี่ยวกับกรณีนี้
เห็นได้ชัดว่าความขัดแย้งระหว่างจีนกับฟิลลิปปินส์เพิ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ขึ้นสู่อำนาจ
เพราะในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดีดูเตอร์เต้นั้น ฟิลิปปินส์ขยับเข้าใกล้จีนและห่างจากสหรัฐฯ
ขณะที่ภายใต้การนำของมาร์กอส จูเนียร์ปัจจุบัน มะนิลาปรับนโยบายใกล้ชิดกับวอชิงตันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่การร่าง Code of Conduct หรือคู่มือปฏิบัติร่วมระหว่างจีนกับอาเซียนที่ถกกันมาหลายปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการได้ในเร็ววันแต่อย่างไร
กรณี “ฉีดน้ำ” กลางทะเลจีนใต้จึงกลายเป็นจุดปะทุใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจในย่านนี้
ฟิลิปปินส์บอกว่าจีนทำอย่างนี้เท่ากับเป็นการ “ยั่วยุที่อันตราย”
แต่จีนโต้ว่าการมาตรการฉีดน้ำถือว่าเป็นการ “ยับยั้งชั่งใจ” เต็มที่แล้ว
แล้วเราจะเชื่อใครดี?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


