"ไทยโพสต์อิสรภาพแห่งความคิด" @ ประชาชื่น 46 อะไรที่ว่าแน่ก็ไม่แน่ หลังก่อนหน้าถนนทุกสายเต็มคาราเบลส่ง "เสี่ยนิด" เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย สู่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 18 ส.ค. หรือวันที่ 22 ส.ค. หลังมีกระแสข่าวรวบรวมเสียงได้ 315 เสียง โดยดึงพรรคสองลุงเข้าร่วม โดยแบ่งโควตา 9 คน ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี
แต่ไฉนจู่ๆ โค้งสุดท้ายไม่ราบรื่น อาจเพราะพรรคเพื่อไทยตั้งเงื่อนไขหล่อเกินเบอร์ โดย "เสี่ยอ้วน”-ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า "ใครเคยอยู่กระทรวงไหนมา เราอาจบอกว่าไม่ต้องอยู่กระทรวงเดิม เพื่อแสดงความโปร่งใส ดังนั้น ต้องคุยกันหลังจากนี้ แต่อย่างที่บอก ถ้าคุณไม่เลือกก็อยู่นอกสมการ ถ้าอยู่ในสมการก็จะคุย โควตาพรรคคุณจะเลือกก็ได้ แต่ขอดูตัวคน ถ้าเขายอมก็ได้" เช่นเดียวกับ "เสี่ยนิด" ก็ให้สัมภาษณ์เสียงแข็ง เห็นด้วยกับหลักการห้ามให้พรรคเดิมนั่งกระทรวงเดิม
การออกมาส่งสัญญาณเช่นนี้ สวนทางกับความเป็นจริงทางการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยมีโจทย์อยากเป็นรัฐบาล และพานายใหญ่ กลับบ้าน จะเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ ทั้งที่ตัวเองมีเพียง 141 เสียง แถมความนิยมจากประชาชนก็ไม่เหลือ เพราะหักหลังเพื่อน และฉีกเอ็มโอยูทั้ง 8 พรรค ข้ามขั้วไปจับมือกับพรรค 188 เสียงรัฐบาลเดิม
ไม่นับเครดิตต่างๆ ของแต่ละคนก็ย่อยยับ ไล่ตั้งแต่ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีกหาทางกลับบ้านไม่เจอ ต่อด้วย เศรษฐา และ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ และ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนเลือกตั้งไม่มีสองลุง แต่หลังเลือกตั้งก็ถูกแซวหนัก "อยากเก็บลุงไว้ทั้งสองคน" จึงไม่รู้ว่าจะเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ กู้วิกฤตล้มละลายทางความเชื่อได้หรือไม่
ความอ่อนแอดังกล่าวจะถูกสะท้อนผ่าน วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มี 10 เสียง ยังกล้าหาญขึ้นมาเรียกร้องให้ตกลงเรื่องโควตารัฐมนตรีก่อนการโหวตนายกฯ หรือหากเป็นไปได้ก็อยากนั่งทำงานในกระทรวงเดิมเพื่อสานงานต่อ
ล่าสุดมีกระแสจากพรรคร่วมรัฐบาลประมาณ 157 เสียง ประกอบไปด้วย พรรคภูมิใจไทย จำนวน 71 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง และพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง ยื่นข้อเสนอต่อคณะผู้แทนจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ต้องแบ่งกระทรวงให้เป็นที่ยุติชัดเจนก่อนการโหวตนายกฯ และไม่มีเงื่อนไขห้ามนั่งในกระทรวงเดิม
ทั้งนี้หากพรรคเพื่อไทยและเศรษฐาไม่รับเงื่อนไข มีความเป็นไปได้อยากจะให้เปลี่ยนตัวเป็น "อุ๊งอิ๊ง" ขึ้นมาเป็นนายกฯ แทน โดยมีเสียงออกมาจากบ้านป่ารอยต่อฯ ว่าต้องการ จับลูกสาวของนายใหญ่ขึ้นเป็นตัวประกันเพื่อควบคุม “คุณตาโทนี่” ให้อยู่หมัด
ดังนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่ว่าจะยอมให้ลูกสาวมาเสียงภัยการเมืองหรือไม่ หรือจะยอมทำตามเงื่อนไขที่พรรคร่วม 157 เสียง รวมตัวกันส่งเสียงตะโกนออกมากดดันพรรค 141 เสียง ที่พวกเขายอมมอบเก้าอี้นายกฯ ให้แล้ว
นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวจากวุฒิสภาสายตัวตึง อย่าง เสรี สุวรรณภานนท์, กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ที่แสดงอาการยังไม่ยอมรับ เศรษฐา เพราะยังติดใจเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามต่างๆ สุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ สว.ยังอยากให้มาแสดงวิสัยทัศน์ในสภา
"ผมพูดตามหลักการ หมายถึงทุกคน ไม่ได้หมายถึงนายเศรษฐา ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้อคติกับใคร ของจริงให้รอดูวันโหวต เพราะยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นก่อนวันโหวตหรือไม่ เช่น ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลตกลงโควตา ครม.กันไม่ได้ แล้วถอนตัว ก็เป็นตัวแปรได้ ดังนั้นทุกอย่างจะชัดเจนจริงๆ ต้องรอวันโหวต" สว.เสรีกล่าวไว้
นี่ยังไม่นับกรณี ชูวิทย์ กลมวิศิษฎ์ จะมีหลักฐานใหม่อะไรออกมาดิสเครดิต แฉเพื่อชาติ อีกหรือไม่ และหากเงื่อนไขและมลทินต่างๆ ยังไม่เคลียร์ก่อนวันเลือกนายกฯ อาจจะมีสภาพช้ำเสียก่อน ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงมากหากเอาชื่อ เศรษฐา เข้ามาโหวตในสภา.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”


