หนังเรื่อง Barbie เป็นเรื่องราวเบา ๆ ที่กำลังได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางทั่วโลก
แต่คนเวียดนามอดดูหนังเรื่องนี้เพราะโดยที่ผู้สร้างไม่ได้จงใจ เนื้อหาบางตอนกลับโหมไฟความขัดแย้งกรณีพิพาทเขตแดนทางทะเลระหว่างเวียดนาม-จีนขึ้นมา
ทางการเวียดนามสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ ‘บาร์บี’ จากค่ายวอร์เนอร์บราเธอส์ ให้เหตุผลว่า มีภาพของแผนที่ที่สนับสนุนการกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ของกรุงปักกิ่ง
เท่ากับเป็นการตอกย้ำตำนานข้อพิพาทระหว่างสองประเทศที่เรื้อรังมามายาวนาน
ท่าทีของเวียดนามครั้งนี้ส่งสัญญาณแข็งกร้าวออกมาว่า รัฐบาลกรุงฮานอยไม่ยอมรับเส้นประ 9 เส้นที่จีนใช้อ้างว่าเป็นจุดกำหนดอาณาเขตของตนในทะเลจีนใต้
และยังเป็นการบอกกล่าวต่อประชาคมโลกว่า เวียดนามจะทำทุกอย่างในทุกมิติเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยึดถือจุดยืนนี้ให้ได้
แม้จะเป็นบันเทิงที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองก็ตาม
วี เคียน ธานห์ หัวหน้าแผนกภาพยนตร์ของกระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและท่องเที่ยวของเวียดนามแจ้งว่าการสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ ‘บาร์บี’ นั้น เป็นเรื่องของการ “ควบคุมจำกัดภาพของเส้นประ 9 เส้นที่ทำให้คนเวียดนามรู้สึกถึงการล่วงละเมิดจากจีน”
หลังเวียดนามประกาศสั่งห้ามฉายออกมา บริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์แถลงว่าจุดประสงค์ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียง “เส้นลากของดินสอสีแบบที่เด็ก ๆ เขียนขึ้นมาสนุก ๆ” เพื่อแสดงให้เห็นถึง “เส้นการเดินทางสมมติจากดินแดนบาร์บีมายังโลกของความเป็นจริง” เท่านั้น
ย้ำว่าไม่ได้หมายถึงเส้นประ 9 เส้นของจีนแต่อย่างไร
แต่คำอธิบายนี้ไม่ช่วยเปลี่ยนใจรัฐบาลเวียดนามให้ยกเลิกคำสั่งห้ามฉาย แต่ฟิลิปปินส์กลับยอม
โดยให้เหตุผลว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบรายละเอียดทุกอย่างเท่าที่มีแล้วก่อนจะทำการตัดสินใจให้คำอนุญาต
โดยมีเงื่อนไขขอให้ทางวอร์เนอร์บราเธอส์เบลอภาพที่แสดงให้เห็นแผนที่เจ้าปัญหานี้ด้วย
แปลว่าฟิลิปปินส์ซึ่งก็มีประเด็นกับจีนเรื่องการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้เหมือนกันก็ยังมีความรู้สึกอ่อนไหวในเรื่องนี้เหมือนกัน
เพียงแต่ไม่คิดละเอียดเหมือนเวียดนาม
นอกจากประเด็นภาพยนตร์ ‘บาร์บี’ แล้วในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เวียดนามมีคำสั่งให้ตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัท iMe ซึ่งเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตของ Black Pink เกิร์ลกรุ๊ปเคป๊อปชั้นนำที่มีกำหนดจัดขึ้นเดือนนี้ที่กรุงฮานอย
เพราะมีการนำภาพแผนที่ทะเลจีนใต้ที่มีเส้นประ 9 เส้นออกมาใช้ในการโปรโมทคอนเสิร์ตด้วยเช่นกัน
วันที่ 6 กรกฎาคม ฟาม ธู ฮาง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามแถลงว่า “การโปรโมทและการใช้ผลิตภัณฑ์หรือสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอเส้นประ 9 เส้นในเวียดนาม คือ การทำผิดกฎหมายเวียดนามและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
มีผลให้บริษัท iMe จะออกมาขอโทษโดยชี้แยงว่าเป็น “ความเข้าใจผิดที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น”
และรับปากทำเปลี่ยนภาพทั้งหมดที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ชมเวียดนามด้วย
ไม่แต่เท่านั้น ในสัปดาห์เดียวกันนี้ รัฐบาลกรุงฮานอยเพิ่งสั่งบริษัทผู้ให้บริการสตรีมมิง เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ถอดซีรีส์โรแมนติกสัญชาติจีนเรื่อง Flight to You ออกจากการฉายในเวียดนาม
เหตุผลของทางการเวียดนามคือซีรีส์นี้มีหลายฉากที่แสดงให้เห็นถึงแผนที่เส้นประ 9 เส้นอยู่
บริษัทแห่งนี้ก็ยอมปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวเช่นกัน
เวียดนามเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก
เพราะฮานอยถือว่ามันเป็นประเด็นเรื่องอธิปไตยและความมั่นคงแห่งชาติสำหรับเวียดนาม
เวียดนามถือว่าการที่สื่อต่างชาติไม่ว่าจะเป็นการเมืองหรือบันเทิง หากให้ข้อมูลที่ฮานอยเห็นว่าเป็นเรื่องบิดเบือน สร้างความเสียหายให้กับประเทศก็เท่ากับกำลังถูกคุกคามโจมตี
ซึ่งรวมถึงกรณีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนรุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำของตนอยู่เป็นประจำด้วย
ที่เห็นได้ชัดคือเวียดนามกำลังส่งสัญญาณไปยังเพื่อนบ้านทั้งหลายว่าการลุกขึ้นมาต่อต้านจีนในกรณีนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นเส้นประ 9 เส้นนั้นเป็นต้นเหตุของข้อพิพาทที่มีการนำไปฟ้องต่อคณะตุลาการระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ซึ่งได้มีคำพิพากษาออกมาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 2016 แล้วว่า จีนไม่สามารถใช้แผนที่ดังกล่าวเป็นตัวกำหนดเขตแดนทางทะเลขอตน
แผนที่ทางการของจีนอธิบายเส้นประ 9 เส้นว่าเป็นเส้นที่ลากล้อมรอบพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้ อันเป็นการส่งสัญญาณว่า พื้นที่อันกว้างใหญ่ภายในเส้นนี้เป็นของจีน
หลังมีคำพิพากษาคณะตุลาการระหว่างประเทศออกมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซียและบรูไน ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่รอบ ๆ เส้นประ 9 เส้นต่างก็พร้อมใจกันปฏิเสธคำกล่าวอ้างของจีนทันที
แต่เรื่องความขัดแย้งระหว่างจีนกับเพื่อนบ้านในทะเลจีนใต้ก็ยังไม่จบลงง่าย ๆ
หลายประเทศคู่กรณีกล่าวหาว่าเรือของจีนยังคงรุกล้ำมาในพื้นที่ที่เรียกว่าเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (exclusive economic zone – EEZ) ในทะเลของจีนใต้อย่างต่อเนื่อง
คำว่า EEZ หมายถึงพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะที่ห่างจากชายฝั่งของแต่ละประเทศเป็นระยะทาง 200 ไมล์ทะเล
การร่างหลักปฏิบัติร่วมหรือที่เรียกว่า Code of Conduct (CoC) ระหว่างจีนกับประเทศอาเซียนเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียดทานที่อาจจะนำไปสู่การสู้รบในทะเลจีนใต้นั้นแม้จะทำกันมาหลายปี
แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
เพราะมีรายละเอียดที่ฝ่ายจีนและประเทศคู่กรณียังต้องถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปที่ตรงกัน
เมื่อยังตกลงกันอย่างเป็นทางการไม่ได้ ทะเลจีนใต้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่อเมริกาเข้ามาเผชิญหน้ากับจีนด้วยการแสดงจุดยืนเข้าข้างประเทศที่เป็นคู่กรณีกับปักกิ่ง
จนจีนต้องออกประกาศเป็นประจำว่า “อย่าให้ประเทศข้างนอกภูมิภาคมาสร้างความร้าวฉานให้กับเราที่อยู่ในย่านนี้”
จึงขึ้นอยู่กับจีนและประเทศในแถบนี้ที่จะต้องหาทางประนีประนอมเพื่อระงับต้นเหตุแห่งความขัดแย้งอย่างถาวร
อย่างน้อยเพื่อดูหนังฟังเพลงโดยไม่ต้องห่วงเรื่อง “เส้นประ 9 เส้น” เสียที!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


