ความทุกข์ของมนุษย์ป้า

ส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นแทบทุกห้องแชต ห้องไลน์กันทีเดียว สำหรับมนุษย์ป้าวัย 60 up เมื่อมีการนำเรื่องราวว่าด้วยการปรับกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับ "เบี้ยผู้สูงอายุ" ออกมาโพสต์และแชร์ต่อๆ กัน

โดยไม่ได้สนใจอ่านเข้าไปในรายละเอียดเลยว่า เขาใช้บังคับสำหรับมนุษย์ป้ารุ่นใหม่ที่เกิดปี 2506 เป็นต้นไป ส่วนมนุษย์ป้ารุ่นแรก รุ่นถัดมา รุ่นเดอะ รุ่นกลางเก่า กลางใหม่ หรือรุ่นก่อนหน้านี้ ยังคงสามารถรับเบี้ยผู้สูงอายุเหมือนเดิม

โวยและวีนไปก่อน ในขณะที่อ่านกันแค่ 2 บรรทัด!! ดูเหมือนกลายเป็นวัฒนธรรมของคนทุกวัยไปแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความทุกข์ของมนุษย์ยุคดิจิทัลนี้มีเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต

การแชร์ทันทีทันควัน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใด

การเสพข้อมูลข่าวสารที่มีคนโพสต์เข้ามา หรือส่งต่อๆ กัน แล้วก็เชื่อทันที โดยไม่เอะใจ หรือคิดจะสืบเสาะหาข้อเท็จจริง ก่อนตัดสินใจเชื่อ

กำลังเป็นพฤติกรรมเลียนแบบในสังคมไทย ที่หลายฝ่ายพยายามสะกิดเตือนกันหลายครั้งหลายคราว       แต่ดูเหมือนเกิดบรรยากาศ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวากันส่วนใหญ่ ส่งผลให้สังคมทุกวันนี้ วุ่นวาย ปั่นป่วน กังวล กระวนกระวาย สะสมกลายเป็นความทุกข์โดยใช่เหตุ หรือบ้างก็เกินกว่าเหตุอย่างเหลือเชื่อ

นี่จะโทษ "มือถือ" สมาร์ทโฟน ที่ไปไหนรวดเร็วทันใจด้วยนิ้วจิ้ม ก็ออกจะขาดความรับผิดชอบเกินไปไหม?!? เพราะแท้ที่จริงแล้ว มือถือ หรือข้อความจากมือถือ ไม่ได้บังคับให้เราต้องคิดหรือเชื่อตามจริงไหม แต่มันเป็นแค่เครื่องมือ หรือช่องทางที่ส่งข้อมูลข่าวสารให้พวกเราเท่านั้น

เจ้าของมือถือต่างหากที่ควรจะสังเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมาผ่านเจ้าจอสี่เหลี่ยม ว่าจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ หรือจะทำอย่างไรกับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมา..จริงไหม?!?

ขอสะกิดเตือนอีกครั้งว่า ผู้สูงวัยอย่าสูงแค่อายุและวัยนะคะ แต่ต้องสูงด้วยสติ และวิจารณญาณด้วย จึงจะพูดได้เต็มปากว่า อาบน้ำร้อนมาก่อน หรือมีประสบการณ์มากกว่าเด็กๆ ค่ะ.

                                                       'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”