
สังคมไทย..
เรื่องบางเรื่องไม่เห็นจะต้องถกเถียงกัน ก็ต้องมาเสียเวลาพูดกันไป-พูดกันมาอื้ออึงอบอวลจนหนวกหู น่ารำคาญ!
อย่างกรณี..คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ “หมออ๋อง” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพถือกระป๋องเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง
พร้อมข้อความ.. “เอาแล้วๆๆๆๆ พิษณุโลกมีคราฟท์เบียร์ตัวแรกอย่างเป็นทางการแล้วครับ เป็นของดีพิดโลกนอกจากกล้วยตากและหมี่ซั่วครับ”
คนเป็นถึงระดับ “รองประธานสภาฯ” ถ้าอ่านกฎหมายไม่รู้-ดูกฎหมายไม่เป็น ก็ลงมานั่งข้างล่างเถอะ อย่าสะเออะไปนั่งบนเก้าอี้นั้นเลย!
ยอมรับความผิดของตัวเองซะบ้างแบบแมนๆ คนเราน่ะย่อมมีความพลั้งเผลอกันได้เป็นธรรมดา ไม่งั้นจะมีสำนวนไทย “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” ทำไม?
หรือว่า สส.พรรคก้าวไกลจะมีทัศนคติเดียวกัน.. “กูไม่เคยผิด ปัญหาไม่ใช่เรื่องของกู แต่มันเรื่องของมึง” ซึ่งก็ให้คิด-มองไปได้เช่นกัน เพราะทุกเรื่อง-ทุกความผิดพลาด..
พรรคก้าวไกลไม่เคยโทษตัวเอง มีแต่โทษกฎหมาย-โทษคนอื่นตะพึดตะพือตลอดมา!
ต้องเอาอย่างดารานั่น จำได้ไหม “ไทยรัฐออนไลน์” พาดหัวข่าววันที่ 5 ส.ค.2560 ..ดาราถูกปรับแล้วรายละ 5 หมื่น "โพสต์น้ำเมา" ที่เหลือเตรียมทยอยเข้าพบ ตร.
ทั้งนี้ ก็จากที่ได้มีผู้นำหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน โดยตั้งข้อกล่าวหาดาราว่า..โฆษณาหรือร่วมกันโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อ
หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยทางตรงหรือทางอ้อม!
และที่สุดดาราเหล่านั้นก็ให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวส่งเปรียบเทียบปรับที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รายละ 50,000 บาท!
ดาราเหล่านั้นไม่ได้ตั้งแง่ หัวหมอ โทษกฎหมาย หรือกล่าวหาผู้มีอำนาจกลั่นแกล้ง แต่ยอมจบง่ายๆ ด้วยการ “รับสารภาพ” จ่ายค่าปรับ..
ทุกอย่างจึงจบแบบไม่ต้องวุ่นวาย เป็นปัญหาให้ต้องถกเถียง ซ้ำยังเป็นบทเรียนให้ดาราคนอื่นๆ ไม่กล้ามาจนบัดนี้!
และว่าไปแล้ว ความผิดต่อกรณีนี้ก็แค่ “ขี้หมา” แต่หมออ๋องก็ไม่กล้ายอมรับสารภาพ ยังตะแบงเถียงกฎหมายข้างๆ คูๆ แถมคนในพรรคก็ออกมาปกป้องขู่ฟอดๆ
เช่นคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร..“ขอให้เอาพอประมาณนะผู้มีอำนาจ อย่าให้สูญเสียหลักการจนเราอยู่ไม่ได้”
เหอๆ..ผู้มีอำนาจคนไหนหนอที่ไปล่อไปหลอกหรือไปเอาปืนจี้หัวให้หมออ๋องถือกระป๋องเบียร์โชว์ยี่ห้อหราได้น่ะ..หือ?
อ้อ..แต่ที่คุณเท่าพิภพโพสต์.. “...ว่ากฎหมายเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ฉบับนี้มีปัญหามาก ไม่เอื้อผลประโยชน์ต่อประชาชนและยังสนับสนุนเจ้าใหญ่แทนที่จะเปิดทางให้เจ้าเล็ก
และความหลากหลายให้ประชาชนสามารถเลือกบริโภคได้ เป้าหมายสูงสุดของผมคือการผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับให้ใช้ได้จริง..”
ดีครับ..ผมไม่ค้าน เพราะผมก็คล้อยตามอาจารย์ไชยันต์ ไชยพร ที่โพสต์.. “หากเห็นว่ากฎหมาย มาตรา 32 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีปัญหา
ก็ควรแก้ไข ไม่ใช่ไปฝ่าฝืน แล้วบอกว่ากฎหมายไม่ดี เหมือนเรื่องมาตรา 112 ก็เช่นกัน ไม่เห็นด้วยก็หาทางแก้เสียก่อน ไม่ใช่ไปฝ่าฝืนหรือสนับสนุนผู้ที่ฝ่าฝืน”
ส่วนคุณพิธาที่ตอบนักข่าวที่ถาม..จะมีผลตำแหน่งรองประธานสภาฯ หรือไม่ว่า “ไม่น่ามีปัญหาอะไร” นั้น..
เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเหอะ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

