
คำคมที่บอกว่า “ก่อนพูด เราเป็นนายคำพูด แต่พอพูดแล้ว คำพูดจะเป็นนายเรา” มันเป็นสัจธรรมจริงๆ เลย ก่อนที่เราจะพูดเราเป็นคนกำหนดว่าเราจะพูดอะไร แต่พอเราพูดไปแล้วคำพูดที่เราพูดออกไปนั่นแหละจะเป็นตัวกำหนดการกระทำของเรา หากไม่ทำตามนั้นก็จะทำให้คนมองว่าเราโกหกตอแหล หรือเบาหน่อยก็คือเป็นคนไม่รักษาสัญญา การพูดอะไรออกไปก็เหมือนสาดน้ำ เมื่อสาดน้ำออกไปเอากลับคืนมาไม่ได้ฉันใด การพูดอะไรออกไปก็เอากลับคืนมาไม่ได้ฉันนั้น ถ้าหากจะทำอะไรที่ผิดคำพูดก็ต้อง “กลืนน้ำลาย” และถ้าหากจะต้องทำอะไรบางอย่างด้วยความจำเป็น ทั้งๆ ที่ไม่ชอบก็ต้อง “กลืนเลือด” ไม่เช่นนั้นชีวิตก็เดินหน้าไม่ได้ ในช่วงหาเสียงแต่ละพรรคสร้างวาทกรรม
และมีคำสัญญาต่างๆ มากมาย เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วหลายอย่างที่สัญญาไว้ทำไม่ได้ ก็กลายเป็นพรรคที่โกหกหลอกลวงตอแหล ถือว่าเป็นพรรคที่ใช้ไม่ได้ ไม่น่าคบ เพราะทำทุกอย่างให้ได้คะแนน และคำสัญญาส่วนมากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้
ถ้าหากรู้แล้วว่าทำไม่ได้ แต่ก็ยังใช้ในการหาเสียงหลอกให้คนลงคะแนน ก็ถือว่าเป็นพรรคที่ชั่วช้า ไม่มีจริยธรรม พรรคอย่างนี้จะให้มาบริหารประเทศคงไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าสัญญาไปพล่อยๆ โดยไม่ได้ไต่ตรอง ก็ถือว่าชุ่ย ไร้เดียงสา ขาดประสบการณ์ หรือถ้าจะพูดแรงๆ ก็คือไม่มีสติปัญญาพอที่จะมาทำงานระดับชาติ แต่ก็ยังสะเออะจะเข้ามาทำ แบบนี้ ถ้าหากได้เป็นรัฐบาล ประเทศชาติคงจะต้องพินาศแน่ๆ ที่น่าตกใจก็คือมีประชาชนจำนวนหนึ่งหลงเชื่อวาทกรรมหลอกลวง หลงเชื่อคำสัญญาที่ไม่อาจจะเป็นจริง รวมทั้งหลงเชื่อเรื่องราวต่างๆ ที่พรรคการเมืองใช้ในการสร้างภาพว่าพวกเขาคือคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นมันมีรายละเอียดอย่างไร เปลี่ยนไปในทางพัฒนา หรือเปลี่ยนไปในทางเสื่อม
เวลานี้ การจัดตั้งรัฐบาลมีปัญหามาก คนจำนวนหนึ่งก็โทษว่าเป็นเพราะความพิกลพิการของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ สว.มีส่วนร่วมในการลงคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบคนที่ สส.เสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี สำหรับคนจำนวนมาก เขามองว่าต้องขอบคุณ สว.ที่ใช้หลักการเรื่องความมั่นคงของประเทศและหลักจริยธรรมในการพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าหากไม่มี สว.ร่วมพิจารณาแล้ว เราจะได้นายกรัฐมนตรีแบบไหน นิสัยส่วนตัวเป็นอย่างไร นโยบายของพรรคเป็นอย่างไร ความสามารถในการบริหารประเทศเป็นอย่างไร เรื่องนี้เชื่อว่าวิญญูชนทั้งหลายย่อมมองออก และหลายคนก็ขอบคุณ สว.ที่ทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้อย่างเหมาะสม รักษาประเทศชาติเอาไว้ได้
คนที่โทษรัฐธรรมนูญ โทษ สว.นั้น เขาเคยคิดบ้างไหมว่าที่ตั้งรัฐบาลยากเวลานี้เป็นเพราะการพูดจาหาเสียงของพรรคต่างๆ จะเรียกว่าปากพาจนก็คงไม่ผิด ถ้าจะตั้งรัฐบาลให้ได้ หลายพรรคจะต้อง “กลืนน้ำลาย” คือไม่สามารถทำได้ตามที่พูดจาหาเสียงเอาไว้ หลายพรรคจะต้อง “กลืนเลือด” เพราะจำเป็นต้องทำบางอย่างที่ไม่อยากทำเลย แต่ถ้าไม่ทำ มันก็เดินหน้าไม่ได้ ตอนนี้หลายพรรคต้องหาคำอธิบายให้ประชาชนว่าทำไมต้อง “กลืนน้ำลาย” ทำตามสัญญาไม่ได้ และเมื่อต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำก็ต้องทำให้คนในพรรคเข้าใจว่าทำไมต้อง “กลืนเลือด” ถ้าไม่กลืน 2 กลืนนี้ก็ไปไม่รอด
- วาทกรรม "มีลุง ไม่มีเรา ไม่ร่วมกับ 2 ลุง" สุดท้ายต้องร่วมกับลุง คงต้องมีคำอธิบาย เพราะพรรคที่ไม่เอา 2 ลุงก็หลุดไปเป็นนายกฯ ว่าวไปแล้วหนึ่ง
- พูดชัดเจนว่า "ถ้าร่วมกับพลังประชารัฐ ผมลาออก” ถ้าจะไม่ลาออกก็คงต้องมีคำอธิบายให้ FC เข้าใจและยินยอมให้อยู่ต่อ ไม่มีตั้งคำถามใน Social Media ว่าจะออกเมื่อไหร่
- ถูกถามว่าจะแก้ ม.112 หรือไม่ ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า "จะแก้มาตรา 112" ตอนนี้จะขอเสียง สว.เป็นนายกรัฐมนตรี สว.อาจตั้งคำถามว่าเปลี่ยนใจแล้วจริงหรือเปล่า
- แถลงชัดเจนว่า "ประชุมวาระแรก เสนอตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ" มันทำให้หลายฝ่ายเขากลัวนะว่าในการจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่
- เมื่อเคยบอกกับ FC ว่า "กระทรวงดีๆ ผมไม่ให้แม่งมันหรอก" แล้วใครเขาจะยอมร่วมรัฐบาลด้วยโดยไม่มีการตกลงแบ่งกระทรวงกันให้ชัดเจนก่อน ตอนนี้ต้องรู้แล้วใช่ไหมว่าอำนาจต่อรองอยู่ที่พรรคไหนบ้าง เมื่อรีบพูดเรื่องยึดกระทรวงออกไปแล้ว แต่คงจะทำอย่างที่ใจต้องการไม่ได้ เพราะถ้ายังไม่มีความชัดเจนเรื่องแบ่งกระทรวง คงไม่มีใครลงคะแนนให้
- การที่จะบอกว่า "โหวดเลือกนายกฯ ก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องแบ่งกระทรวงที่หลัง" พูดแบบนี้จะให้พรรคร่วมรัฐบาลเขาวางใจได้อย่างไร ยังไงก็ต้องตกลงกันก่อนไหม
เมื่อมาถึงจุดนี้ แล้วจะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ที่พูดอะไรไว้แต่จะทำไม่ได้ก็ต้อง “กลืนน้ำลาย” ส่วนหลายอย่างที่ไม่อยากทำแต่ต้องทำ ที่ไม่อยากยอมแต่ต้องยอม และหลายอย่างที่อยากทำคงไม่ได้ทำ เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เดินหน้าพัฒนาประเทศไทย ก็จะเป็นต้องยอม “กลืนเลือด” นะ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญเวลานี้คือต้องหาเหตุผลในการจะอธิบายให้ FC ของทุกฝ่าย ไม่ว่าแดง เหลือง สลิ่ม หรือน้ำเงิน ให้เข้าใจว่าทำไมต้องยอม “กลืนน้ำลาย และกลืนเลือด” เพราะตอนนี้มีคนจำนวนหนึ่งที่เป็น FC ของทุกฝ่าย กำลังงอแงและแสดงความไม่สบายใจกับรัฐบาลสูตร Choc Mint ที่เป็นแนวทางของการหลุดจากกับดักความขัดแย้งสู่ความปรองดอง
สำหรับ พรรคเพื่อไทย จะต้องพูดคุยกันในพรรคให้ชัดเจนว่า ถ้าหากจะร่วมมือกันด้วยความสมานฉันท์ปรองดอง ต้องเลิกด่าทอส่อเสียดกัน อย่าพูดจาด้อยค่าพรรครัฐบาลที่รักษาการอยู่ตอนนี้เลยนะ มาหาคำอธิบายในการ “กลืนน้ำลาย” ให้ประชาชนที่เป็น FC เข้าใจและยอมรับให้ได้จะดีกว่า
แม้มีหลายเรื่องไม่ถูกใจคนในพรรคและ FC ในการไม่ได้ทำบางเรื่องที่อยากทำ และจำเป็นต้องทำบางเรื่องที่ไม่อยากทำ แต่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ก็ต้องยอม “กลืนเลือด” นะ ต้องทำให้คนในพรรคและ FC ทั้งหลายตระหนักว่าการเป็นรัฐบาลผสมจะให้ได้อย่างใจไปทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ อย่าเอาแต่ใจเหมือนด้อมส้มนะ ต้องรู้ว่าไม่มีพรรคไหนเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่พรรคอื่นๆ จะต้องมาโคจรตามข้อกำหนดของพรรคที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
ในเมื่อเราให้ความสำคัญกับความเป็นประชาธิปไตย เราต้องยอมรับและให้เกียรติกับคนที่คิดต่าง ถ้าหากเราไม่พอใจและคุกคามคนที่คิดต่าง เราคงไม่อาจจะเรียกตัวเองได้ว่าเราเป็นประชาธิปไตย การคุกคามคนอื่นที่คิดต่าง และจะต้องได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ นั่นแหละคือการเป็นเผด็จการโดยแท้ ดังนั้นจงพิจารณาสถานการณ์เวลานี้ เพื่อเข้าใจความจำเป็นของการ “กลืนเลือดและกลืนน้ำลาย” นะ ถ้าไม่ยอมให้มีการกลืนทั้ง 2 อย่างนี้ ประเทศไทยเดินหน้าไม่ได้ เราจะไม่รอดนะ ขอบอก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)
ความเปลี่ยนแปลงกับ...'ระบอบสีน้ำเงิน'
คงต้องยอมรับว่า...โลกทั้งโลก มันกำลังเคลื่อนเข้าสู่ จุดเปลี่ยน แบบถนัดชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที จะเปลี่ยนเพราะแรงเหวี่ยง แรงสวิง จากความขัดแย้ง ไม่คิดประนีประนอมยอมความ
ปรับแก้เอกสารความร่วมมือ 'ไทย-สหรัฐฯ'
ต้องบอก "สำนักปทุมวัน" ชั่วโมงนี้ "ดรามา" เข้ารัวๆ ตั้งแต่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ออกหนังสือด่วนที่สุดถึง รอง ผบ.ตร., จตช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า
ผลของพฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีกรกฎต่อคนทุกลัคนาราศี-ตอนที่สี่
ในทางโหรพฤหัสบดี (๕) เป็นหัวหน้าดาวดี หรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ ที่ทางโหราศาสตร์ยกย่องว่ามีคุณูปการมาก เป็นดาวที่คอยบันดาลให้มนุษ
เล่นการเมืองเพื่อใคร
ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร
สิ่งสำคัญในการ'ฟื้นฟูชาติ'
ความพยายามฟื้นฟูประเทศจีน...ให้กลับมาเป็น ชาติที่ยิ่งใหญ่ อีกครั้ง หรือที่ผู้นำจีน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ท่านเรียกว่า The Great Rejuvenation of the Chinese Nation

