สัปดาห์ก่อนเงินสกุลรูเบิลของรัสเซียแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนก็เริ่มมองหาสาเหตุที่นำมาสู่สถานการณ์ที่เพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดีปูติน
แม้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนจะกระเตื้องจาก 1 ดอลล่าร์ต่อ 100 รูเบิลมาที่ 94 รูเบิล แต่ความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนตัวของเงินสกุลรัสเซียก็ยังมีอยู่อย่างกว้างขวาง
ตอนเริ่มสงครามใหม่ ๆ แม้จะมีการประกาศคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียอย่างกว้างขวางจากฝั่งตะวันตก ปูตินก็ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อรัสเซียแต่อย่างไร
มิหนำซ้ำ ยังย้ำเตือนว่าตะวันตกต่างหากที่จะต้องเดือดร้อนย่างแสนสาหัสเพราะรัสเซียจะไม่ขายน้ำมันและก๊าซให้ตะวันตก...ยกเว้นเส้นแต่ว่าใครพร้อมจะจ่ายเป็นเงินสกุลรูเบิลก็จะยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ
เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าปูตินคงจะสามารถยันกับตะวันตกได้อย่างดี
เพราะคนเดือดร้อนคือคนในยุโรปตะวันตกที่กำลังต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บเพราะขาดพลังงานในบ้านมาสร้างความอบอุ่น
มอสโกหันไปขายน้ำมันและก๊าซให้จีนและอินเดียกับประเทศที่เป็นมิตรกับรัสเซีย
ช่วงนั้นข่าวคราวจากรัสเซียบอกว่ารายได้ของรัสเซียกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ผ่านมาปีเศษ ๆ ยุโรปตะวันตกปรับตัวกับการขาดแคลนพลังงานรัสเซียได้ดีพอสมควร เพราะผ่านหน้าหนาวมาได้แม้จะด้วยความลำบาก
รัสเซียเองกำลังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่หนักขึ้นเพราะไม่มีทีท่าว่าสงครามยูเครนจะจบลงเมื่อใด
การที่เงินรูเบิลมีค่าหดตัวต่ำสุดตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในวันนี้เกิดจากการที่มีค่าใช้จ่ายทางทหารเพิ่มขึ้นและการส่งออกลดลง
สกุลเงินรัสเซียสูญเสียมูลค่าถึงร้อยละ 25 ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา
พอค่าเงินอ่อนลงอย่างแรงเช่นนี้ก็กลายเป็นอุปสรรคในการจัดหาเงินทุนสำหรับการนำเข้า
เพราะต้นทุนของการทำสงครามที่พุ่งสูงขึ้น และรายได้จากการส่งออกที่ลดลงเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และการไหลออกของเงินทุนที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบของสงครามกับยูเครน การลดค่าของเงินสกุลรูเบิลสูงกว่าส่วนที่เพิ่มขึ้นของเงินรูเบิลในปีที่แล้ว คือตอนที่สงครามเพิ่งระเบิดซึ่งมีผลทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วทันที
เมื่อประเทศในยุโรปเลิกใช้แหล่งพลังงานของรัสเซีย ก็ทำให้รัสเซียได้รายได้จากการขายพลังงานหดตัวลงทันที
อีกด้านหนึ่งคือเศรษฐกิจในประเทศได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของรัฐบาลในด้านกลาโหมและพันธกรณีทางสังคม
แม้แต่ “ค่าโลงศพ” ที่ต้องจ่ายให้ครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบในยูเครนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนทำให้สภาวะเศรษฐกิจเข้าสู่จุดที่น่ากังวล
ทั้งหมดนี้ด้วยทำให้การขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น นำไปสู่อัตราแลกเปลี่ยนของรูเบิลที่ลดต่ำลงตามลำดับ
การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้การนำเข้าประจำปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
“เงินตราเข้ามาในประเทศน้อยมาก มีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ” วลาดิเมียร์ มิลอฟ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงาน
วันนี้ เขาต้องลี้ภัยในต่างประเทศเพราะต่อต้านสงครามยูเครนจนถูกบีบให้ต้องออกไปอยู่ต่างประเทศ
“ตอนนี้การนำเข้าฟื้นตัวสู่ระดับก่อนสงครามแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เรานำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าผลิตจากจีน ตุรกี เอเชียกลาง และเอมิเรตส์ ไม่ใช่จากตะวันตก คุณยังคงต้องจ่ายเป็นสกุลเงินบางอย่าง แต่ไม่มีใครต้องการเงินรูเบิล”
คือคำอธิบายของคนที่ติดตามข่าวสารเชิงลึกของผลกระทบของสงครามของปากท้องประชาชนชาวรัสเซีย
แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างแรงในปีที่แล้วมีส่วนช่วยทำให้แรงกดดันต่อเงินรูเบิลลดลงบ้าง แต่ก็ไม่พอที่จะยันแรงต้านต่อเศรษฐกิจ
ธนาคารกลางแห่งสหพันธรัฐรัสเซียได้ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 20 เป็น 7.5 เปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสบางสำนักมองว่าการใช้จ่ายภาครัฐต้องเข้ามาอุ้มเพื่อเล่นบทเป็นช่องทางโดยตรงในการส่งเสริมการนำเข้า
คำถามของชาวบ้านก็คือเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ในประเทศของตน
แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าเมื่อเกิดสงคราม รัฐบาลก็ต้องทุ่มงบประมาณเพื่อเผด็จศึกให้จงได้
แต่เมื่อชัยชนะยังดูห่างไกลจากความเป็นจริง และชาวบ้านไม่อาจจะวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของผู้นำในการทำสงครามได้ ก็ต้องยอมรับว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนอ่อนแอลงเช่นนี้ ในที่สุด ก็จะนำไปสู่ราคาข้าวของแพงขึ้น
ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้แจ้งว่าบัญชีเดินสะพัดของรัสเซียเกินดุล ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่าง
การส่งออกและนำเข้าโดยประมาณ ลดลงร้อยละ 85 ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2565
แรงกดดันต่อบัญชีเดินสะพัดจะมีผลทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงอีก
ซึ่งก็อาจจะตามมาด้วยภาวะเงินเฟ้อเพราะต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของรัสเซียที่ Renaissance Capital ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนของมอสโกกล่าวว่าเงินรูเบิล "มีแนวโน้มที่จะมีเสถียรภาพเมื่อเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์และสูงกว่านั้น"
แต่ในเดือนกรกฎาคมส่วนเกินดุลลดลงเหลือ 1.8 พันล้านดอลลาร์
พอเงินรูเบิลหดตัวลงอย่างแรงเช่นนี้ก็มีผลทำให้ธนาคารกลางของรัสเซียระงับกฎเกณฑ์ว่าด้วยการเบิกจ่ายงบประมาณที่ใช้ซื้อหรือขายสกุลเงินต่างประเทศจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติเมื่อรายได้จากน้ำมันและก๊าซสูงหรือต่ำกว่าระดับที่กำหนด
แต่ก็ยังอาจจะมีความหวังอยู่บ้างสำหรับรัสเซียหากรายได้จากการขายพลังงานมีแนวโน้มจะกระเตื้องขึ้นบ้าง
สถิติทางการชี้ว่ารายรับจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซหลักของรัสเซียลดลงกว่าร้อยละ 40 ในช่วง 7 เดือนแรกของปี เมื่อเทียบกับปี 2565
อันเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรและการกำหนดราคาเพดานของกลุ่ม G7 ทำให้รายได้หดตัวลง
แต่ในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มดีดตัวขึ้น โดยเกิน 8 แสนล้านรูปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาตรการเหล่านั้นมีผลบังคับใช้
ท้ายที่สุดก็คงจะอยู่ที่ประธานาธิบดีปูตินจะต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินสงครามยูเครนอย่างไรต่อไป
หากมีโอกาสยุติสงครามได้โดยไม่เสียหน้ามากนัก ปูตินอาจจะฉวยจังหวะนี้ประกาศ “ชัยชนะ” เพื่อกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัสเซียเอง
แต่หากยังยืนหยัดบนเงื่อนไขที่จะต้องยึดดินแดน 4 แคว้นของยูเครนตามที่ได้ประกาศเป็นหลักการสำคัญสำหรับการสงบศึก, ก็คงจะได้เห็นเงินรูเบิลดิ่งต่อไป
นั่นแปลว่าปากท้องชาวบ้านรัสเซียก็จะกลายเป็นประเด็นหลักของมอสโกอีกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


