ลุ้น“ธุรกิจค้าปลีก”โตต่อเนื่อง

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงจนเริ่มมีการเปิดประเทศ เปิดเมือง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเริ่มกลับมาคึกคัก แม้ว่าจะมีประเด็นกดดันต่างๆ ทั้งอัตราเงินเฟ้อและสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ตาม จนหลายฝ่ายมองว่าหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงนี้คือ “การบริโภคภายในประเทศ” ที่มีทิศทางการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่า การบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นนั้น จะมีธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์เต็มแรง ได้แก่ “ธุรกิจค้าปลีก” ที่หลายฝ่ายอาจจะมองว่ายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการเปิดประเทศ เปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมา

โดย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองว่าธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2566 คาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตราว 10% จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของการบริโภค โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.7 ล้านล้านบาท ซึ่งกลุ่ม Store-base retailing จะกลับมามีมูลค่าเท่าก่อนช่วงโรคระบาดในปี 2567 ส่วน Non-store retailing ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

การเติบโตของ E-commerce ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยังมีแนวโน้มแข่งขันรุนแรง แม้จะมีการชะลอตัวลงหลังจากผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงกับก่อนช่วงโรคระบาด อย่างไรก็ดีพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกสบาย โดยเฉพาะกลุ่ม Marketplace retailers ที่มีสินค้าที่หลากหลายจากผู้ขายหลายราย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาและบริการของแต่ละร้านค้า ขณะเดียวกัน Buy Now Pay Later (BNPL) ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะในกลุ่มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัว

ทั้งนี้ กลุ่มค้าปลีกที่ฟื้นตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นหมวดร้านค้าสินค้าจำเป็น เช่น CVS และ Supermarket (โดยมูลค่าตลาด CVS และ Supermarket ฟื้นกลับมาในระดับก่อนโควิด-19 แล้วในปี 2566) รวมถึงมีการขยายสาขาเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยยอดขายที่เติบโตขึ้นของกลุ่ม Supermarket มีปัจจัยสนับสนุนจากกำลังซื้อของผู้มีรายได้ปานกลาง-สูง, กลุ่มธุรกิจ Health & Beauty ได้รับอานิสงส์จากกระแสรักษาสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้ยอดขายสินค้าหมวด Health เติบโตขึ้น โดยเฉพาะวิตามินและอาหารเสริม ขณะที่การกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าหมวด Beauty ให้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้น

และกลุ่ม Home & Garden ที่เติบโตเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่อยู่บ้านมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโรคระบาด ทำให้มีความต้องการ Renovate ที่อยู่อาศัย/ร้านค้า/ร้านอาหาร ผนวกกับแรงหนุนจากการโอนที่อยู่อาศัยราคาสูงที่ยังเติบโตได้ รวมถึงการปรับปรุงร้านค้าเพื่อรองรับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และกลุ่ม Department store ที่มีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยว

ส่วนกลุ่มที่ฟื้นตัวแต่ยังมีข้อจำกัด เช่น Hypermarket เนื่องจากเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงลูกค้าหลักเป็นที่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางลงมา ซึ่งมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวได้ช้า กลุ่มที่ฟื้นตัวช้า ได้แก่ สินค้าแฟชั่น เนื่องจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และเผชิญปัญหาด้านความยั่งยืน

ทั้งนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ธุรกิจค้าปลีกสามารถเพิ่มยอดขายจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาในประเทศมากขึ้นในครึ่งหลังของปี 2566 แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ยังต้องระวัง เช่น ราคาสินค้าและหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีความเปราะบาง อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนด้านการเงินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีระดับการกู้ยืมสูง การอ่อนค่าของเงินบาทที่กระทบกลุ่มสินค้านำเข้า

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็ยังหวังให้ปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ได้รัฐบาลใหม่เข้ามาขับเคลื่อน และออกมาตรการในการกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน และเศรษฐกิจของประเทศ เรียกความเชื่อมั่นทั้งจากประชาชน นักลงทุน และทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน