บันทึกหน้า 4

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” ภาพรวมรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลรวม 11 พรรคการเมือง จำนวน 314 เสียง โดยมีพรรคสองลุงเข้าร่วมพ่วงมือ สว.สนับสนุน

แต่คำถามที่ว่า การประกาศดัน "เสี่ยนิด" เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลในวันโหวตนายกฯ ที่ 22 ส.ค.นี้ แบบม้วนเดียวจบเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่

เนื่องจากมรสุมรุมเร้า "ว่าที่นายกฯ ตัวสูง" ไม่ว่าจะเป็นเครดิตก่อน ไม่มีลุง ไม่มีเรา แต่หลังเลือกตั้ง "มีลุงมีเรา" รวมถึงประเด็นทางการเมือง ที่พรรคเพื่อไทยจะแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี จนเป็นที่พอใจหรือไม่หลังพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลยื่นคำขาดว่า "ต้องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้จบก่อนการโหวตนายกฯ"

เริ่มที่พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา จากเดิมถูกตั้งแง่ ห้ามนั่งกระทรวงเดิม พร้อมโยนข้อหาเกรงว่าจะเข้าไปสร้างอิทธิพล โดยแกนนำพรรคร่วมบอกว่า เป็นข้ออ้างที่ไม่ยุติธรรม ทั้งที่ความเป็นจริงต้องการสานงานต่อได้ทันทีเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน และผลักดันงานตามนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงไว้   

ขณะที่พรรคสองลุง โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ อยากได้กระทรวงเพิ่มมากขึ้น เพื่อเกลี่ยให้ก๊วนต่างๆ ในพรรค โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานและดีอีเอส เพื่อสนองนายทุนเอาคนตัวเองมานั่ง เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ที่มีเสียงระบุว่า อยากดูแลความมั่นคง เช่น ตำรวจและทหาร หรือรอกระทั่งส้มหล่นนั่งเก้าอี้เบอร์ใหญ่สุดใน ครม. ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคยังเก็บตัวไม่พูดเรื่องนี้สักคำ 

ส่วนสถานการณ์อีกด้าน ก็มีเสียงจากฝั่งสภาสูงหลายคนไม่ได้พึงพอใจ "เศรษฐา" ผ่าน สว.ตัวตึง ยังติดใจในหลายประเด็น ยิ่งโดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์ สว.หลายคนติดตามการเคลื่อนไหวของ "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ที่แฉเรื่องเลี่ยงภาษีที่ดิน และเรื่องตั้งแม่บ้านและ รปภ.เป็นนอมินี เพื่อกู้เงิน 1,000 ล้านบาท จากบริษัทยานแม่

พร้อมหลักฐานชัด รปภ.ดังกล่าวขึ้นมาจิบชาบนบริษัทดังกล่าวอย่างสบาย มีข้อมูลไปขออีไอเอเพื่อก่อสร้างคอนโดฯ และยังมีชื่ออยู่ในบริษัทที่เป็นเจ้าของถนนในโครงการของแสนสิริ ทั้งที่บอกว่าไม่รู้จัก รปภ.คนนี้เสียอย่างนั้น

โดยนายสมชาย แสวงการ สว. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอ้างถึงดีลลับสิงคโปร์ ถึงการโหวตนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลว่า #เลือกตัดสินใจกันให้ดี วันที่ 21 ส.ค. รอดูแถลง วันที่ 22 ส.ค. รอโหวตผ่านหรือไม่ #ดีลลับสิงคโปร์

 นอกจากนี้ยังระบุว่า #เงื่อนไขสุดท้าย #ดีลลับสิงคโปร์ #ม้วนเดียวจบหรือม้วนเดียวจอด 1.เปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯ 2.กลับไทยเข้ากระบวนการรับโทษ 3.เลิกคิดล้มรัฐธรรมนูญปราบโกง 4.รัฐบาลสลายขั้วปกป้องสถาบัน     

ฉะนั้นหากทุกอย่างไม่สะเด็ดน้ำจากความมั่นใจโหวตแบบ "ม้วนเดียวจบ" อาจกลายเป็น "ม้วนเดียวจอด" ท่ามกลางกระแสข่าวผู้มีอำนาจอยากได้ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกฯ หวังถ่วงดุล "คุณพ่อโทนี่" ให้เลิกยุ่งการเมือง ใช่หรือไม่ 

อีกเรื่องนับครั้งไม่ถ้วนกับเรื่องโกหกคำโต หวังเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น พฤติกรรมคล้ายพรรคการเมืองเก่าๆ ขึ้นไปทุกวัน ล่าสุดมีข้อความและคำพูดของ พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลแชร์ว่อนเน็ต หลังไปออกรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ระบุย้อนไปถึงเหตุการณ์ครั้งที่พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยไม่ต้องให้พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล ท้้งที่หากได้ 71 เสียงของพรรคภูมิใจไทย จะได้เสียงเกิน 376 เสียงเป็นนายกฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่ง สว. พร้อมระบุว่า “ถ้าเรื่องที่ตัวเองพูดไม่จริง ก็บอกมาว่าไม่จริง” 

ขณะที่ข้อเท็จจริงช่วงนั้นผู้ที่ไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลก็คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทุกแขนงเมื่อวันที่ 15 พ.ค. หลังวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. มั่นใจเสียงของ 8 พรรคเดิม ก่อนจะเพิ่มเป็น 312 เสียง เพราะเชื่อว่าในขณะนั้นจะได้เสียงสนับสนุนเป็นนายกฯ ได้ ก่อนถูกรัฐสภาโหวตคว่ำในเวลาต่อมา...นี่คือแนวทางการเมืองตามวิถีก้าวไกลใช่หรือไม่ ที่พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย. 

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง

บันทึกหน้า 4

เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!

เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล

หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐

บันทึกหน้า 4

รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย