ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญหน้ารัฐบาลใหม่กำลังวางตรงหน้าอยู่มากมายหลายประเด็น นอกจากเรื่องส่งออกที่ติดลบต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว รายได้จากการท่องเที่ยวก็ทำท่าจะมีปัญหา
เพราะที่เคยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะหลั่งไหลกลับมาหลังจีนฟื้นจากโรคระบาดโควิดก็ไม่เป็นไปตามที่ประเมินเอาไว้เนื่องเพราะเศรษฐกิจจีนเกิดอาการชะลอตัว
ทัวร์จีนมาไทยที่เคยวางเป้าเอาไว้ว่าจะสร้างรายได้ 4 แสนล้านนั้นก็อาการซึมยาว เพราะกรุ๊ปทัวร์จีนยังชะลอการเดินทางออกต่างประเทศ
รายงานจากวงการท่องเที่ยวไทยบอกว่าช่วงหยุดยาววันชาติจีนเดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงปลายปีที่ปกติจะเป็นช่วง “ไฮซีซั่น” ของนักท่องเที่ยวจีนนั้น ปรากฏว่า “เงียบสนิท”
เป้าหมายว่าจะได้นักท่องเที่ยวจีนทั้งปีที่ 5 ล้านคนก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก
สภาพัฒน์ฯเพิ่งรายงานว่าได้ลดประมาณการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ทั้งปีของ 2566 ลดลงเหลือ 2.5-3.0% จากประมาณการเดิมที่ 2.7-3.7%
แม้ว่ากระทรวงต่างประเทศจะเร่งเคลียร์ปมปัญหาวีซ่าเข้าประเทศหลังจากมีการร้องเรียนก็ไม่สามารถจะกระตุ้นภาพใหญ่ของเศรษฐกิจจีนที่ซึมลงไปอย่างชัดเจน
คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) บอกว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ประธานกลุ่มอุตสาหกรรม ส.อ.ท. ทั้ง 45 กลุ่ม ได้หารือร่วมกันถึงสถานการณ์การผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทย
และภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2566
เริ่มด้วยความคาดหวังให้ประเทศไทยมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วภายในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้
เพื่อเร่งออกนโยบายบริหารเศรษฐกิจประเทศ โดยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และการออกนโยบายสนับสนุนการส่งออก เร่งรัดเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับประเทศต่างๆ อาทิ เอฟทีเอไทย-ยุโรป
ที่ต้องเร่งตลาดส่งออกก็เพราะการผลิตในแต่ละอุตสาหกรรมกำลังหดตัว
อันเนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาหนี้ครัวเรือน เฉพาะในระบบ 90.16% และนอกระบบอีก 19.6% รวม 110%
มีผลให้ประชาชนมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตัวเลขที่น่ากังวลคือสถิติการส่งออกก็ติดลบต่อเนื่อง
จนมีความเป็นห่วงว่ายอดส่งออกจะต่ำกว่าติดลบ 2% ซึ่งก็จะส่งผลกระทบไปมากมายหลายด้านของเศรษฐกิจ
คุณเกรียงไกรบอกว่าข่าวร้ายจากข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมประมาณครึ่งหนึ่งหรือกว่า 20อุตสาหกรรมว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนจากสินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาดในไทยจำนวนมาก
โดยย้ำว่าปัญหาเหล่านี้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาแก้ปัญหา เพราะหากช้าไปก็จะนำไปสู่การชะลอของเศรษฐกิจที่หนักกว่าที่คาดคิด
และอัตราโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งไว้นั้นมีอันต้องเผชิญกับลมต้านหนักกว่าที่คิดค่อนข้างแน่นอน
ผู้นำด้านเอกชนมองว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ก็มีความสำคัญไม่น้อย
จึงอยากให้เป็นทีมบริหารนโยบายเศรษฐฏิจที่มีความรู้ วิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์
โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญๆ อย่างกระทรวงการคลัง, พาณิชย์, คมนาคม, เกษตรและสหกรณ์เป็นต้น
ผลกระทบจากการที่สินค้าจีนเข้ามาตีตลาดไทยก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง
ประเด็นเรื่องสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดไทยหนักขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลที่ต้องลงรายละเอียดอย่างจริงจังมากขึ้นสำหรับรัฐบาลใหม่
รายงานข่าวจากส.อ.ท. แจ้งว่า ในการประชุมร่วมของ 45 กลุ่มอุตสาหกรรมพบว่ากว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรมกำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการที่สินค้าจีนเข้ามาตีตลาด
ปกติเคยได้รับผลกระทบประมาณ 5-6อุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมเหล็ก
แต่ปัจจุบันสินค้าจีนเข้ามากระทบสินค้าไทยกว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอะลูมิเนียม อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก อุตสาหกรรมเซรามิก
ที่สินค้าจีนบุกไทยหนักขึ้นก็เพราะตลาดโลกซื้อสินค้าจีนมีออเดอร์ชะลอตัว
อีกทั้งเศรษฐกิจโลกก็ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ขณะที่การผลิตสินค้าเท่าเดิม
เมื่อผลผลิตของจีนล้น จึงหาตลาดรองรับ ทำให้ส่วนหนึ่งกระจายเข้ามาในไทย
เป็นที่รู้กันว่าสินค้าจีนมีราคาถูกกว่าคู่แข่งมาก
นักธุรกิจไทยที่ได้รับผลกระทบด้านนี้บอกว่า “ปกติสินค้าจีนก็เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ สินค้าจีนเข้ามาในปริมาณมากขึ้นและมีความหลากหลายขึ้นเช่นกัน”
เมื่อราคาถูกกว่าสินค้าไทยอย่างมาก ผู้ผลิตไทยได้รับผลกระทบเต็มๆ
โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs อันหมายถึงขนาดกลางและขนาดย่อมที่ยังขาดการปกป้องคุ้มครองจากทางการ
ปัญหาสินค้าจีนมาแย่งตลาดเท่ากับเป็นการซ้ำเติมปัญหาอื่น ๆ ที่ไทยกำลังเผชิญอยู่
เมื่อตลาดส่งออกซบเซา และตลาดในถูกข้างนอกโจมตีซ้ำอีกการทำการภาคการผลิตของไทยมีอันต้องถดถอย
ผลที่จะตามมาคือโรงงานที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อาจจะต้องลดการจ้างงาน
นำไปสู่ปัญหาสังคมอีกด้านหนึ่ง
และซ้ำร้ายยังเจอกับปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงจนกำลังซื้อชะลอตัว
มีผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมที่รายงานว่ายอดขายลดลง อาทิ รถยนต์ เพราะบริษัทไฟแนนซ์ทั้งหลายเริ่มจะใช้มาตรการเข้มขึ้น
ปัญหาเหล่านี้กำลังรอการแก้ไขของรัฐบาลใหม่ซึ่งก็กำลังเผชิญกับปัญหางบประมาณล่าช้าเพราะการตั้งรัฐบาลใช้เวลายาวนานกว่าที่คาดหมายเอาไว้เดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


