โกหก...บ่งชี้อาการจิตเวช

ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แม้จะติดตามหรือไม่คิดจะสนใจเรื่องราวข่าวสารการเมืองก็ตาม เรื่องราวต่างๆ มันก็หลั่งไหลเข้ามาถึงเองในสมาร์ทโฟนของเรา แบบหนีไม่พ้น

เรื่องที่เป็นกระแสนอกเหนือจากนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ที่ผ่านฉลุยไปเรียบร้อยแล้วนั้น เห็นจะปิดหูปิดตาเรื่องราวเกี่ยวกับ "ทักษิณ ชินวัตร" กลับเข้ามอบตัวไม่ได้..จริงไหม?!?

เอิกเกริกกันเสียเกินความพอดี เพราะตอกย้ำถึงระบบอุปถัมภ์ และการมีอภิสิทธิ์ของคนกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน ตั้งแต่เครื่องบินลงจอดกันในลานจอดส่วนตัว ไปจนถึงการเข้าไปสูดลมหายใจภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไม่ถึงครึ่งวัน ก็ได้รับการดูแลเป็นพิเศษออกจากเรือนจำไปนอนห้องวีไอพีที่โรงพยาบาลตำรวจกลางกรุงกันเลยทีเดียว

ก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา แต่สำหรับมนุษย์ป้าแล้ว รู้สึกว่านี่เป็นกระบวนการ กลยุทธ์ "โกหก" คำโตอีกแล้ว ของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเรา 

โกหกว่าคิดถึงบ้าน โกหกว่ายอมรับกระบวนการต่างๆ ขอให้ได้กลับบ้านเพราะแก่แล้ว โกหกว่าเจ็บออดๆ แอดๆ สารพัดโรค โกหกว่าจะสำนึกในความผิดของตัวเอง โกหกว่าไม่ได้วางแผนใดๆที่จะไปนอนสบายนอกคุก และ ฯลฯ บลา บลา บลา...

ทำให้มนุษย์ป้าสงสัยเหลือเกินว่า คนเราที่โกหกเป็นนิสัยนั้น ถือว่าเจ็บป่วยหรือมีอาการอะไรทางจิตหรือไม่ แล้วเมื่อค้นหาคำตอบก็ได้พบว่า

การโกหกจนหยุดไม่ได้สามารถอธิบายอย่างกว้างๆ ได้ว่า คือการโกหกอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย และยกระดับการโกหกขึ้นไปเรื่อยๆ โดยคำโกหกเหล่านี้อาจมีหน้าที่แตกต่างกันไป บางครั้งอาจเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตัวตนให้ดูดีหรือดูน่าเห็นใจ แต่บางครั้งก็ไม่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน ถือเป็นโรคจิตเวชอย่างหนึ่ง

ในบางกรณี การโกหกรูปแบบนี้เป็นอาการผิดปกติที่เรียกว่า Pseudologia Fantastica หรือภาวะการโกหกที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาการหลักๆ ของผู้ที่มีภาวะนี้ก็คือความต้องการที่จะโกหกซ้ำแล้วซ้ำอีกในแบบที่ห้ามตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะในเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ โดยปราศจากเหตุผลที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม จิตแพทย์พบว่าส่วนใหญ่แล้วการหลอกตัวเองเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพทางจิตอย่างอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดปกติทางบุคลิกภาพ (Personality disorders) โดยอาการที่พบบ่อยซึ่งเชื่อมโยงกับการโกหกจนเป็นนิสัยก็คือ

โรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) การรู้สึกถึงความสำคัญของตัวเองที่มากจนเกินเลยซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของโรคนี้ อาจแสดงออกมาด้วยการคุยโวโอ้อวดเกี่ยวกับความสำเร็จของตัวเอง การมีเส้นสาย หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน

โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder) การหลอกตัวเองพบในคนที่ป่วยด้วยโรคย้ำคิดย้ำทำในฐานะที่เป็นหนึ่งในกลไกการรับมือของพวกเขา ซึ่งใช้เพื่อสร้างการเป็นพันธมิตรกับคนอื่น หรือเพื่อพยายามปกปิดอาการโรคย้ำคิดย้ำทำของตัวเอง

โรควิตกกังวล (Anxiety Disorders) ผู้ที่มีอาการวิตกกังวลและกลัวการถูกปฏิเสธอาจใช้การหลอกตัวเอง เพื่อเป็นหนทางในการพยายามปกป้องสภาพจิตใจอันอ่อนไหวของตัวเอง

โรคต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) การหลอกตัวเองถือเป็นอาการหลักอย่างหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคนี้ ซึ่งอาจใช้คำโกหกเพื่อสร้างสถานภาพหรือหลอกใช้คนอื่น

แล้วคนชอบโกหกที่เห็นตำตาอยู่นี่ คุณว่าจัดอยู่ในโรคเป็นประเภทไหนเอ่ย!!!.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้แล้ว..เอามาเล่าต่อ

บางวัน…เราไม่ได้อยากกินของอร่อยมากเท่าอยากกิน “ของดีต่อร่างกาย” มากกว่า เช้าวันที่เรารู้สึกว่าท้องไม่ค่อยสบาย อยากได้อะไรเบาๆ แต่ยังอิ่มท้องและดีต่อลำไส้ เครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้วอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และถ้าเครื่องดื่มแก้วนั้นทำจาก “ถั่วลูกไก่” ที่หลายคนรู้จักในชื่อถั่วชิกพี ก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก

รู้จักไหม..สปาใจ

มนุษย์ป้าเป็นคนหนึ่งนะ ที่พอทำครัวเสร็จก่อนนั่งลงกินข้าว ต้องล้างเครื่องครัว และจานทุกใบให้หมดจดไปรอบหนึ่งก่อน จากนั้นเวลากินข้าวเสร็จก็จะต้องลุกไปล้างจานทันที ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นต่อไป

ลัทธิ..บูชาความงาม!

นาทีนี้คอหนังซีรีส์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ต้องควักเงินจ่ายค่าดู หากไม่เคยปีนขึ้นไปบนกำแพงจีนนั่งดูละครแนวพีเรียดเรื่อง "ล่าหยก" ก็ถือว่า out ไม่ใช่แฟนคลับซีรีส์ หรือก็น่าจะอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่เรียกว่า วัยเกษียณ

คำตอบจาก..ครูใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเป่าอันในเซินเจิ้น กำลังเป็นไวรัลและซึ้งใจชาวเน็ตจีนในขณะนี้ หลังนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเครียดกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย (เกาเข่า) เขียนจดหมายร้องเรียนขอให้โรงเรียน "รื้อรังนก" เพราะเสียงนกร้องรบกวนสมาธิ แต่คำตอบของครูใหญ่นั้นกลับกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ล้ำค่า

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน