“เปิดตัว รมต.”

ภารกิจที่เรียกว่า ที่แรก ของว่าที่นายกฯคนใหม่ อย่างเศรษฐา ซึ่งถือว่าเป็นการลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการเรื่องการท่องเที่ยว เพราะจังหวัดภูเก็ต และพังงา ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเป็นลำดับต้นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน หรือชาวต่างชาติที่อยู่ในโซนหนาว มักจะมาท่องเที่ยวที่ทะเล

 “ถ้าดูการเติบโตเศรษฐกิจของจังหวัดและภูมิภาค ผลตอบแทนน่าจะคุ้ม รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยหลังถวายสัตย์ฯ เราจะดูองค์รวมทั้งหมด จะไม่ได้ทำเชิงรุกอย่างเดียว ต้องดูปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาด้วย ต้องทำควบคู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกเว้นวีซ่าให้จีน อินเดีย ส่วนรัสเซียเป็นตลาดใหญ่ เราจะขยายให้ท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 90 วัน และคาซัคสถาน ก็จะเปิดตลาดด้วย ส่วนเรื่องท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้น ทำให้มีการพักผ่อนระยะยาว เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาแน่นอน โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญพัฒนาส่วนนี้ด้วย ส่วนอีวีบัส (รถเมล์ไฟฟ้า) ก็สามารถทำได้เลย

ยกขบวนการมาขนาดนี้ หากไม่ถามเรื่องการเมือง ที่กำลังฝุ่นตลบ ก็คงไม่ได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า “เสี่ยนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ที่เป็นนายกฯคนใหม่ ป้ายแดง นอกจากจะผันตัวจากนักธุรกิจ มาเป็นนักการเมืองแล้ว อีกอย่างที่ทุกคนรู้คือ “เสี่ยนิด” ชื่นชอบการเล่นกีฬามาก โดยเฉพาะฟุตบอล

โดยเสี่ยนิด ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ หลังคว้าแชมป์แบดมินตันชายเดี่ยวชิงแชมป์โลกที่ประเทศเดนมาร์ก  และถือเป็นนักแบดมินตันชายคนแรกของประเทศไทยที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ โดยรู้สึกชื่นชม

 “อยากให้วงการกีฬาไทยไปถึงระดับโลกได้ ทุกวันนี้เรามีนักกีฬากอล์ฟ นักกีฬาเทควันโด นักกีฬาแบดมินตัน คาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะมีการพูดคุยกับสมาคมกีฬาต่างๆ อยากให้รัฐมนตรีที่ดูแล มาพูดคุยด้วย  

มากันขนาดนี้ ก็ต้องเอ่ยปาก เซาะ แซะ ถึงรัฐมนตรี อย่างกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา ที่ป้องปากกันให้แซ่ดว่า  เป็นบุคคลที่เปิดตัวเมื่อครั้งลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงาด้วยใช่มั้ย?

  “ทำนองนั้นละครับ  ” ก่อนหัวเราะและบอกต่อว่า “แหม่ ก็รู้อยู่แล้ว 

ลงพื้นทีรอบนี้ ก็เสร็จสรรพ สื่อก็ต้องไม่วุ่นวาย ไปหา ไปงม ว่าใครจะได้เก้าอี้ กระทรวงท่องเที่ยวฯกันเลย ฮ่าฮ่า

 

 

เจ้าพระพาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อยากให้สัมภาษณ์

จบวงคุยบิ๊กซีอีโอชื่นมื่นไปเรียบร้อย หลัง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเจ้าสัว บิ๊กนักธุรกิจ และผู้ประกอบการชั้นนำ หารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ

ผิดพลาดกันได้

หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3

แม่บ้านเท่านั้นที่รู้

กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172

‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’

บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่

‘แม่กอดก่อน’

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ

ครบเครื่อง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ