บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าโฉมหน้าของรัฐบาล “เศรษฐา 1” ดูเหมือนจุดสตาร์ทจะไม่สวยอย่างที่วาดหวังไว้เสียแล้ว โดยเฉพาะในเก้าอี้สัดส่วนของพรรคเบอร์หนึ่งที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่าง “พรรคเพื่อไทย” โดยเฉพาะใน ชื่อของ “พิชิต ชื่นบาน” ทนายถุงขนม 2 ล้านบาทที่โผล่มาเบียดเก้าอี้ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” ไปได้ในนาทีสุดท้าย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า “ออเดอร์” ดังกล่าวนั้นต้องส่งตรงมาจากห้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ...๐

งานนี้คงต้อง รอลุ้นกันว่า “คุณสมบัติ” ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจออกมานั้นจะผ่านหรือไม่อย่างไร แล้วที่สำคัญแม้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่าง “เศรษฐา ทวีสิน” จะออกมาการันตีแทนว่า “พิชิต” ไม่ใช่สายล่อฟ้า แต่เชื่อว่าหากได้เป็นรัฐมนตรีจริง “ชนัก” ดังกล่าวก็คงต้องติดตัวไปอย่างต่อเนื่องแน่นอน ...๐

นี่ยังไม่นับรวมกรณีชื่อ “สุทิน คลังแสง” ที่ผงาดมานั่งเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” อีก ก็บอกได้คำเดียวว่า เป็นตัวเลือกที่สุ่มเสี่ยงเสียเหลือเกิน ทั้งที่ในพรรคเองก็มีอดีตนายทหารและนายตำรวจมากมาย แต่ “แจ็กพอต” ดันไปออกกับ “บิ๊กทิน” ได้ จึงไม่แปลกอีกเช่นกันที่ “เสี่ยนิด” ต้องออกปากว่าพร้อมจะช่วยดูแลเพื่อให้สมฐานะกับสถาบันกองทัพ!!! ...๐

แต่ที่น่าแปลกใจในบรรดาสภากาแฟนั้นก็คงต้องยกให้ “จาตุรนต์ ฉายแสง” และ “พิชัย นริพทะพันธุ์” ที่ต่างก็ปิ๋วกับเก้าอี้ทั้งคู่ ซึ่งกรณีของ “เสี่ยอ๋อย” นั้นไม่น่าตกใจอะไรหนักหนา เพราะก่อนหน้านี้ในบทบาทตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งก็ชัดเจนว่า “เพื่อไทย” มีก็ได้ไม่มีก็ได้ เพราะหมดยุคสหายคนเดือนตุลาฯ ในการหากินกับสังคมยุคโซเชียลแล้ว ในขณะที่ “พิชัย” นั้น เชื่อว่า “ทักษิณ” ก็คงรู้เช่นเห็นชาติเช่นกันว่า “ราคาคุย” มากกว่าฝีมือจริง เพราะตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้นก็ไม่ได้สร้างอะไรให้น่าจดจำ ...๐

ส่วน “ภูมิใจไทย” ก็โดนสังคมกระหน่ำไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีชื่อ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” จะนั่งเป็นเสมา 1 ซึ่งเสียงยี้ก็ไม่ใช่เรื่องตำรวจมาคุมการศึกษาหรอก แต่เป็น เพราะนามสกุล “ชิดชอบ” มากกว่าเท่านั้นเอง ไม่ต่างจาก “ชาดา ไทยเศรษฐ์” ที่ถูกยี้ในการนั่ง รมช.มหาดไทย ซึ่งหากเจ้าตัว อภิปรายดุเด็ดเผ็ดมันส์ในคราวโหวต “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในประเด็นเรื่องมาตรา 112 ถามหน่อยเถอะจะมีเสียงยี้หรือไม่อย่างไร เพราะ “ชาดา” ก็คือลูกทุ่งบ้านนอกที่พรรคก้าวไกลซึ่งอ้าปากพ่นเรื่อง “เท่าเทียม” ควรจะเชิดชูและสนับสนุนให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยซ้ำ เพราะก็ไม่ต่างจากการทลายทุนผูกขาดที่จะมีแต่หน้าเดิมๆ ในการเป็นรัฐมนตรีมิใช่เหรอ ...๐

ดูเหมือนจะ กลายเป็น “เทรนด์ฮิต” ในการลาออกจาก สส. หรือแม้แต่ลาออกจากหัวโขนหัวหน้าพรรคการเมืองกันเสียแล้ว เพราะคนแรกที่ลาออกจาก สส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แห่งพรรคไทยสร้างไทย และล่าสุดก็ตามมาด้วย “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เพื่อ หลีกทางให้เลขาธิการพรรคอย่าง “มังกร ยนต์ตระกูล” มาเสียบแทน ในขณะที่ระดับหัวหน้าพรรคที่ลาออกเพื่อเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ก็มีอย่าง “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” แห่งพรรคประชาชาติ ที่ลาออกให้ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จากเลขาธิการพรรคขยับมานั่งหัวหน้าแทน ส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น จากวลี “มีเราไม่มีลุง” ก็ทำให้ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเช่นกัน ส่วนจะได้ใครมานั่งแทนนั้น ยังต้องรอสัญญาณไฟเขียวจากคนในตึกชั้น 14 ของ รพ.ตำรวจก่อน แต่ หากยึดจากคำของ “โทนี่ วู้ดซัม” ที่ไปออกรายการแคร์คิดเคลื่อนไทยนั้น ก็บอกได้เลยว่า บรรดา “คนรุ่นใหม่” มีสิทธิ์ลุ้นอย่างมาก ...๐

แต่เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะ สุดท้ายไม่ได้คนรุ่นใหม่แต่ประการใด เพราะจริงๆ แล้วหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็แทบไม่ต่างอะไรกับ “หุ่นเชิด” ที่มีไว้เพื่อประดับ และรับผิดหนักสุดในกรณียุบพรรคนั่นเอง ฉะนั้น คนที่พลาดหวังเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งหลาย ไล่มาตั้งแต่ “ชัยเกษม นิติสิริ-ชูศักดิ์ ศิรินิล-นพดล ปัทมะ” ก็อาจได้เก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยประดับเกียรติประดับนามบัตรให้หายข้องจิตข้องใจก็เป็นได้ เพราะแม้ “โทนี่” เคยบอกว่าจะเอาคนรุ่นใหม่เพื่อมาสู้กับก้าวไกลนั้น อย่าลืมว่า “คำพูด” ของโทนี่นั้นก็เชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่อย่างนั้นก็คงกลับมาเมืองไทยตั้งแต่ปีมะโว้ ไม่ต้องรอจนถึง “เศรษฐา” ได้เป็นนายกฯ หรอกจริงไหมทั่นผู้ชม ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว