พลันที่สหรัฐฯ เปิดไฟเขียวให้หลายประเทศส่งมอบเครื่องบินรบ F-16 ให้ยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย ก็ทำให้เห็นภาพ “สงครามน่านฟ้า” ทำท่าจะระเบิดขึ้นในเร็วๆ นี้
เพราะรัสเซียเองย่อมไม่อยู่เฉยๆ ให้ยูเครนใช้เครื่องบินรบทันสมัยของสหรัฐฯ มาคุกคามตนเองเป็นแน่
สหรัฐฯ มี F-16 รัสเซียก็มี SU-35 ซึ่งต้องเรียกว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันในเชิงประสิทธิภาพการสู้รบกันเลยทีเดียว
แต่ก็มีนักวิเคราะห์มองว่าหากยูเครนได้ฝูงบิน F-16 ไปโดยสามารถฝึกนักบินของตนเองให้มีฝีมือพอที่จะทำการสู้รบกลางหาวกับรัสเซียได้ ก็จะเป็นตัว “เปลี่ยนเกม” สงครามยูเครนที่วันนี้เข้าสู่วันที่ 555 แล้ว
แต่ก็ต้องคำนึงว่ามอสโกคงไม่ยอมให้ยูเครนใช้เครื่องบินรบของตะวันตกมาเอาชนะสงครามได้เป็นอันขาด
เรียกว่าเป็นไงเป็นกัน และประธานาธิบดีปูตินก็คงพร้อมที่จะทุ่มสรรพกำลังเข้ามาถมช่องว่างใดๆ ที่รัสเซียจะพึงมีในสงครามนี้อย่างค่อนข้างแน่นอน
เป็นที่รู้กันว่ายูเครนได้เพียรพยายามร้องขอให้พันธมิตรทั้งหลายช่วยส่งเครื่องบินรบมาสนับสนุนตั้งแต่สงครามเริ่มใหม่ๆ
เพราะประธานาธิบดีเซเลนสกีตระหนักว่าเกมนี้หนักหน่วงมากสำหรับยูเครนที่ไม่ได้มีกองทัพอากาศหรือกองทัพเรือที่สามารถจะเทียบเคียงรัสเซีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศมหาอำนาจด้านกองทัพชั้นต้นๆ ของโลก
ในตอนแรก สหรัฐฯ ก็มีความลังเลเป็นอย่างยิ่ง
เพราะหวั่นว่าเซเลนสกีอาจจะใช้เครื่องบินรบทันสมัยไม่เพียงแต่เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น แต่ยังพร้อมจะจู่โจมดินแดนของรัสเซียด้วย
นั่นอาจจะทำให้สงครามบานปลายกลายเป็นสงครามน่านฟ้าระหว่างตะวันตกกับรัสเซีย
มิได้จำกัดเป็นสงครามเฉพาะยูเครนกับรัสเซียเท่านั้น
แต่แล้วด้วยการ “ตื้อ” ของเซเลนสกี และจากการเห็นความจำเป็นต้องเสริมทัพยูเครนให้แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะสงครามนี้ให้ได้ ในที่สุดสหรัฐฯ ก็ยอมทำตามที่ยูเครนร้องขอ
โดยเปิดไฟเขียวให้เดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ส่งมอบเครื่องบินเอฟ-16 ให้ยูเครน
ทั้งๆ ที่วอชิงตันรู้ว่าเมื่อตัดสินใจเช่นนี้แล้วก็ต้องเตรียมพร้อมทำการตั้งรับการขยายตัวของสงคราม
เซเลนสกีไม่ยอมนั่งรอให้มีการส่งมอบเครื่องบิน เขาตัดสินใจเดินสายเพื่อกดดันและเร่งให้มีข้อตกลงเกือบจะทันที
ผู้นำยูเครนเดินทางไปเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน
ทำให้เกิดข้อตกลงว่ายูเครนจะได้รับเครื่องบินรบเอฟ-16 ฝูงแรกที่ค่อนข้างจะใหญ่ เพราะจะมีทั้งหมด 61 ลำ
คือ 41 ลำมาจากเนเธอร์แลนด์ และ 19 ลำจากเดนมาร์ก
นั่นคือ “จุดหักเห” ของสงครามยูเครน
เซเลนสกีบอกว่า “เป็นข้อตกลงที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยผลลัพธ์”
หากจะย้อนกลับไปดูอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ตะวันตกส่งมอบมาให้ยูเครนก่อนหน้านี้ ก็ต้องถือว่าตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ยังไม่มีชาติใดได้อาวุธทันสมัยเป็นกอบเป็นกำอย่างยูเครนวันนี้
นั่นรวมถึงรถถัง Leopard และระบบป้องกันอากาศยาน Patriot ที่ยูเครนได้รับมาก่อนหน้านี้
แม้สหรัฐฯ จะเกิดหวั่นวิตกว่าหากตนส่งอาวุธร้ายแรงเพิ่มเติมให้กับยูเครน ก็อาจจะเกิดสถานการณ์ของการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัสเซีย
แต่ถึงจุดนี้อเมริกาและพันธมิตรตะวันตกคงจะตัดสินใจเดินลุยไปข้างหน้าแล้ว
โดยยึดเอายุทธศาสตร์สร้างความได้เปรียบในสมรภูมิรบก่อนที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจา
มอสโกออกมาส่งเสียงเตือนทันทีเช่นกัน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ กรุชโค ขู่ว่าตะวันตกจะต้องเจอกับ “ความเสี่ยงอันใหญ่หลวง” หากส่งมอบเครื่องบินรบให้ยูเครนมารบกับรัสเซีย
เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเดนมาร์ก วลาดิเมียร์ บาร์บิน ก็สำทับด้วยประโยคเข้มๆ เหมือนกันว่า
“หากเดนมาร์กส่งมอบเครื่องบินเอฟ-16 ให้ยูเครน นั่นก็เท่ากับเป็นการยกระดับความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น”
นอกจากข้อตกลงจะส่งฝูงบินให้แล้ว ประเด็นใหญ่กว่านั้นคือจะส่งมอบได้เร็วพอที่จะสกัดการรุกคืบของรัสเซียในสนามรบหรือไม่
เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่มีความพยายามจะเร่งรัดการส่งมอบเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางอากาศเหนือรัสเซีย
เพราะเป้าหมายหลักของเซเลนสกีคือการช่วงชิงดินแดนของยูเครนกลับคืนมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
อีกทั้งหากมีการสนับสนุนทางอากาศอย่างเป็นรูปธรรม ก็จะช่วยลดการสูญเสียกำลังทหารได้เป็นจำนวนไม่น้อย
นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริกเซน ดูเหมือนจะตระหนักเรื่องนี้พอสมควร
เพราะเขาบอกว่าเดนมาร์กเตรียมจะส่งมอบเครื่องบินรบใกล้ช่วงปีใหม่นี้ 6 ลำ จากนั้นอีก 8 ลำในปีหน้า และอีก 5 ลำในปีถัดไป
กระนั้นก็ตาม กว่าเครื่องบินเอฟ-16 จะเหินฟ้าเพื่อทำการสู้รบได้ในยูเครนก็ยังต้องรออีกหลายเดือน
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเร่งรัดการส่งมอบเครื่องบินมีความสำคัญคือ ความหวาดหวั่นของยูเครนและพันธมิตรตะวันตกว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปีหน้าจะมีผลทำให้โจ ไบเดน ต้องหลุดจากตำแหน่งหรือไม่
ที่ยูเครนเรียกร้องต้องการเอฟ-16 เป็นพิเศษ เพราะรู้ดีถึงสมรรถนะที่หลากหลาย
เช่น สามารถติดตั้งระเบิดและขีปนาวุธนำวิถีที่แม่นยำ
ด้วยความเร็ว 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติการสูง
อีกทั้งยังทำศึกสงครามได้ในทุกสภาพอากาศ แม้จะเป็นกลางคืนก็ตาม
ทุกวันนี้ กองทัพอากาศของยูเครนมีเครื่องบินรบที่ส่วนใหญ่เป็นเครื่องรุ่น MiG ซึ่งหลายคนเรียกว่า “อีแก่” เพราะใช้ทำสงครามมาตั้งสมัยสหภาพโซเวียต
ไม่ต้องสงสัยว่ารัสเซียมีกองทัพอากาศที่ทันสมัยกว่าหลายเท่า
ผู้บัญชาการรบของยูเครนยอมรับว่าเรดาร์ของเครื่องบินรบรัสเซียสามารถตรวจจับเครื่องบินลำอื่นไกลกว่าเครื่องบินของยูเครนวันนี้ไม่น้อยกว่า 2-3 เท่า
ถึงกับมีการเปรียบว่าเครื่องบินรบของยูเครนเหมือนคนตาบอด มองไม่เห็น ตกกลางคืนก็มองอะไรไม่เห็นเสียแล้ว
ทุกวันนี้ทั่วโลกมีเครื่องบินรบเอฟ-16 อยู่ 3,000 ลำ ใช้งานอยู่ใน 25 ประเทศ
ที่ประเทศต่างๆ ต้องรอไฟเขียวจากสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ เพราะมีข้อตกลงกันมายาวนานว่าการส่งออกและการนำเครื่องบินรบไปใช้งานอื่นๆ นอกเหนือจากข้อตกลงซื้อขายต้องได้รับการอนุมัติจากทางการสหรัฐฯ ในฐานะผู้ผลิตก่อน
อีกด้านหนึ่งคือประเด็นการเมือง
การจะปรับยุทธศาสตร์การทำสงครามในยูเครนนั้นต้องปรึกษาหารือวอชิงตันเป็นหลัก
เพราะสหรัฐฯ คือ “สปอนเซอร์” ที่ควักกระเป๋าและทุ่มเททรัพยากรให้ยูเครนมากที่สุด
นอกจากเอฟ-16 แล้ว เซเลนสกีก็ยังหวังความช่วยเหลือด้านกองทัพอากาศจากเพื่อนบ้านเติมเต็มด้วย
ก่อนบินไปเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ เขาไปสวีเดนและได้ข้อตกลงว่าประเทศนั้นจะช่วยฝึกนักบินยูเครนด้วยเครื่องบินรบ ยาส 39 กริพเพน
แสดงว่าในวันข้างหน้า ยูเครนอาจได้รับเครื่องบินรบรุ่นนี้มาเสริมกองทัพอากาศอีกด้วย
ทำให้เห็นภาพของการถูกยกระดับของสงครามยูเครนที่จะดุเดือดทั้งบนบก, ในทะเลและบนท้องฟ้าค่อนข้างแน่นอน!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


