ต้องบอกว่าไม่สมราคาคุยสักเท่าไหร่ สำหรับรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” เพราะในการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ชาวบ้านชาวช่องก็นึกว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ให้ดีอกดีใจกัน แต่ที่ไหนได้ วาระ 6 เรื่องนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นงาน “รูทีน” เสียส่วนใหญ่ และที่ “เสี่ยนิด” บอกว่ารัฐบาลนี้เทหมดหน้าตัก ต้องขยันทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้ผลงานออกมานั้น ตาสีตาสาก็เลยได้แต่มึนงงสงสัยว่า นี่หรือที่เรียกว่าทำงานเทหมดหน้าตัก ...๐
ไม่เชื่อก็ลองพินิจพิเคราะห์วาระที่เห็นชอบใน ครม.นัดพิเศษที่มี 6 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การจัดทำคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา 2.การกำหนดวิธีการประชุม ครม. 3.แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐในการเสนอเรื่องต่อ ครม.
และการจัดวาระเพื่อเสนอเรื่องต่อ ครม.เป็นวาระเพื่อทราบ หากไม่มีข้อทักท้วงให้ถือเป็นมติ ครม.ตามที่เสนอ 4.การมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจพิจารณาร่างมติคณะรัฐมนตรีและกลั่นกรองเรื่องก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี 5.การมอบหมายให้รัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และ 6.การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) ...๐
ไปๆ มาๆ เรื่องที่ดูมีเนื้อมีหนังมากที่สุดก็คือ การแต่งตั้ง ซึ่งก็ ไม่ใช่ใครที่ไหน “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” หรือหมอมิ้งนั้นเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นการกลับเข้ามาในแวดวงการเมืองแบบอยู่เบื้องหน้าครั้งแรกในรอบ 17 ปีทีเดียว ซึ่งตอนนี้ก็เรียกว่าคนเดือนตุลาฯ มากันเกือบครบทีมไทยรักไทยแล้ว คงเหลือเพียง “นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” หรือหมอเลี้ยบเท่านั้นที่ยังไม่มีชื่อในสารบบการเมือง ในขณะที่ “สหายอ้วน” อย่าง “ภูมิธรรม เวชยชัย” นั้น เรียกว่าได้ดีที่สุดในรุ่นก็ว่าได้ เพราะนั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กันเลย ...๐
หันมาดูเรื่องการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 11 ก.ย.กันบ้าง เพราะมีเอกสารปลิวว่อนออกมาแล้ว โดยรูปเล่มนั้นจะมีทั้งสิ้น 52 หน้า โดยเป็นส่วนของเนื้อหาในการแถลงของนายกฯ คนที่ 30 จริงๆ แค่ 14 หน้าเท่านั้น ซึ่งก็ไม่แปลกที่พรรคก้าวไกลของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรค จะเริ่มตีฆ้องร้องป่าวว่านโยบายไม่มีทั้งเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ประการใด ...๐
นอกจากนี้ “ภคมน หนุนอนันต์” รองโฆษกพรรคก้าวไกลยังออกมาสมทบอีกว่าการให้อภิปรายแค่วันเดียวก็เริ่มส่อให้เห็นแล้วว่าไม่สง่างาม เพราะขนาดรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เมื่อปี 2562 ยังให้เวลาถึง 2 วัน พิโธ่! ตอนนี้กลับมาเชิดชู พร้อมทั้งยก “รัฐบาลบิ๊กตู่” เป็นตัวอย่างเสียนี่ ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ก็ด่า “ลุง” ซะสาดเสียเทเสีย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกัน ในเมื่อคนพลาดหวังจากเพื่อนที่แทงข้างหลังก็ย่อมเจ็บแค้นเป็นธรรมดา ...๐
พูดถึงเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาท และตั๋วร่วมแล้ว โดยเฉพาะตั๋วร่วมหรือที่ปัจจุบันเรียกว่า "ตั๋วแมงมุม” ก็ต้องย้อนนึกไปไกลเกินกว่า 10 ปี เพราะพูดกันมานานแสนนาน ตั้งแต่ยังมีรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่สี แต่ตอนนี้มีสารพัดสีสารพัดเส้นทาง ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะ ขนาดแค่นโยบายเรื่อง 20 บาทยังพูดไปคนละทางสองทาง โดย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ รมว.คมนาคม หลังจากเคยนั่งมาแล้วสมัยทักษิณ 1/2 เมื่อปี 2546 ก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน รอไปก่อนอีก 2 ปีค่อยจัดการ แต่ “เศรษฐา” ผู้นั่งหัวโต๊ะ ครม. กลับบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ขอเวลาก่อนและไม่ใช่ 2 ปีแน่ๆ พระเจ้าจอร์จ! ตกลงประชุม ครม.ด้วยกันในการคลอดนโยบายแถลงต่อรัฐสภาหรือเปล่า ที่สำคัญทั้งคู่ก็เป็นรัฐมนตรีจากพรรคเดียวกันแท้ๆ ยังพูดกันไปคนละทิศละทาง ต้องบอกว่ารัฐนาวานิดนี่มันชักทะแม่งๆ เสียแล้ว ...๐
พูดถึง “สุริยะ” ไม่เอ่ยถึง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกฯ คนเดียวที่ไม่มีตำแหน่งอื่นพ่วงเหมือนกับอีก 5 รองนายกฯ ไม่ได้ เพราะคงรู้ตัวว่าข่าวและกระแสของตนเองนั้นสู้กับรองนายกฯ คนอื่นไม่ได้ การเข้าห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลเลยต้องโชว์เพาเวอร์ให้บรรดาเพื่อนรัฐมนตรี และ สส.ในสังกัดมาร่วมแสดงความยินดี ที่สำคัญเจ้าตัวยังคุยได้อีกว่าเป็นรัฐมนตรีสมัยที่ 15 และถูกใจกับตำแหน่งรองนายกฯ เพราะเป็นครั้งแรกที่จะสามารถใช้ประสบการณ์ในการดำรงตำแน่ง รมต.มา 14 สมัยในการบูรณาการ แหม! สมกับเป็นศิษย์ก้นกุฏิและมือขวาของ “มนตรี พงษ์พานิช” ตำนานทางการเมืองจริงๆ นะทั่นรัฐมนตรีเรียงหิน ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


