บันทึกหน้า 4

"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 11-12 ก.ย. ฝ่ายค้านถือโอกาสชำแหละนโยบาย ครม.เศรษฐา ที่มองเป็นสินค้าไม่ตรงปก และเปรียบเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง ถึงเวลานี้อำนาจกลับไม่มีและไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตหนึ่งหมื่นบาทถ้วนหน้า ว่าจะเอาเงินมาจากไหน เรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 650 บาท ที่เคยหาเสียงไว้แต่ไม่มี ส่วนนโยบายเชิงการเมืองก็จะมีการอภิปรายเช่นกัน เช่นเรื่องแนวทางการปฏิรูปกองทัพ

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็เข้าใจสถานการณ์ดี เพราะสภาเป็นเวทีของฝ่ายค้าน แต่ถ้าเก๋าเกมก็ควรจะบลัฟกลับ ใช้โอกาสทำความเข้าใจและหาเสียงแก่พี่น้องประชาชน เพราะเวทีนี้ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคงเป็นเรื่องผลการเลือกตั้งซ่อมระยอง ที่ผลออกมายังสะท้อนให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลยังฟีเวอร์อยู่เวลานี้ สะท้อนความน่ากังวลผ่าน "ไผ่ ลิกค์" สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ โพสต์แสดงความคิดเห็นของนายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.เขตบางบอน พรรคเพื่อไทย ที่โพสต์ข้อความถามความคิดเห็นประชาชน โดยระบุว่า "คิดว่าใครจะชนะเลือกตั้งซ่อมระยอง" ก่อนวันเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 ก.ย. โดยไผ่บอกว่า ปชป.น่าจะแพ้ครับ แต่ต้องดูคะแนนว่านัยเป็นแบบไหน เพราะที่ 2 จริงๆ เป็น พปชร. แต่ไม่ได้ส่งครับ แต่ถ้าจะเอามาวิเคราะห์ได้จริงๆ น่าจะเป็นสนาม อบจ. ถ้าก้าวไกลกวาดเหมือน สส. ก็ตัวใครตัวมันครับ 555

อีกด้านหนึ่งหลังการสังหารโหดตำรวจในงานเลี้ยงบ้าน "กำนันนก" หรือนายประวีณ จันทร์คล้าย สะท้อนเครือข่ายอิทธิพลใหญ่ที่ตำรวจสยบยอมให้ผู้มีอำนาจในพื้นที่ ในส่วนของคดีความเป็นเรื่องที่ก็ว่ากันไป แต่อีกด้านหนึ่งที่สังคมคาดหวังคือ การจัดการเครือข่ายผู้มีอิทธิพล 

ล่าสุดกระทรวงมหาดไทย โดย "อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้สั่งการคัดกรองและทำบัญชีดำผู้มีอิทธิพล และมอบหมาย "ชาดา ไทยเศรษฐ์" รมช.มหาดไทย จัดการเรื่องนี้ เพราะ "มีใจและกล้าท้าชน"    

แม้จะมีเสียงสะท้อนและด้อยค่า "ชาดา" ก่อนลุยงาน แต่อีกด้านหนึ่งก็เชื่อว่า "เจ้าพ่อแห่งลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง" จะสามารถปราบมาเฟียได้สำเร็จ โดยหมอเดชา "อ.เดชา ศิริภัทร" เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Deycha Siripatra ระบุตอนหนึ่ง โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ในวัยเด็กว่า หวนคิดถึงตอนที่ผมเรียนอยู่ระดับประถม ในโรงเรียนวัดศุขเกษม มีนักเรียนไม่ถึง 50 คน มีนักเรียนคนหนึ่งตัวโตกว่าคนอื่นเพราะเข้าเรียนช้า เจ้านักเรียนโค่งคนนี้เกเร ชอบแกล้ง นักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้งรังแกพาไปฟ้องครูใหญ่ให้ลงโทษ ก็ไม่หลาบจำ เป็นที่เอือมระอา              

ต่อมาครูใหญ่แต่งตั้งให้เจ้านักเรียนโค่งคนนั้น เป็นหัวหน้าใหญ่ของนักเรียนทั้งโรงเรียน มีหน้าที่รักษาความสงบในโรงเรียน รักษากฎระเบียบ ให้นักเรียนทุกคนทำอย่างเรียบร้อย ที่ครูใหญ่เน้นเป็นพิเศษคือ คอยดูแลไม่ให้นักเรียนคนใด ถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างเด็ดขาด

ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากได้รับตำแหน่งหัวหน้านักเรียน และได้รับมอบภารกิจที่ยากยิ่งนี้แล้ว เจ้านักเรียนโค่งคนนี้กลับกลายเป็นนักเรียนตัวอย่าง ทำตามกฎระเบียบอย่างน่าชื่นชม และคอยตรวจตราดูแลนักเรียนคนอื่นให้ทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดได้อีกด้วย  

ที่สำคัญคือ ในโรงเรียนไม่มีการกลั่นแกล้งรังแกกันอีกเลย เพราะมีหัวหน้าโค่งคอยดูแลความจำถึงประสบการณ์ในตอนเด็กเมื่อ 70 ปี ก่อนโน้นกลับมาใหม่ เพราะข่าวคุณชาดา

คุณชาดาได้รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย และได้รับมอบภารกิจไปจัดการอิทธิพลท้องถิ่น ทำให้ผมคิดถึงเรื่องเจ้านักเรียนโค่ง "จอมเกเร" คนนั้นขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ เพราะเรื่องของเจ้านักเรียนโค่ง "จอมเกเร" กับเรื่องของคุณชาดา "เจ้าพ่อลุ่มน้ำสะแกกรัง" รู้สึกว่ามีความคล้ายคลึงกัน มากพอสมควร

จึงหวังว่า ผลที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ จะเป็นเหมือนกับในโรงเรียนของผมเมื่อ 70 ปีก่อน คือมีความสงบเรียบร้อย อย่างที่แม้แต่ครูใหญ่เองก็ยังไม่เคยทำได้สำเร็จ ขอให้โชคดีทั้งครูใหญ่และนักเรียนโค่ง (ปี 2566) นะครับ.

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ