"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" กรรมไล่ล่ายังไม่หยุด หลังสังคมตีกลับ "ก้าวไกลการละคร" หลังพรรคก้าวไกล "ทำนิติกรรมอำพราง" ไล่ "หมออ๋อง"-ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกล เพื่อให้พรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ขณะที่ "หมออ๋อง" ต้องไปเป็นสมาชิกพรรคใหม่ภายใน 30 วัน และยึดเก้าอี้รองประธานสภาฯ เอาไว้
ในสายตาทางกฎหมายของด้อมส้มโทษเป็นเพราะรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว แต่ในมุมมองของสังคมมองว่าเกมนี้อาจเป็นจุดตายของพรรคก้าวไกลหรือไม่
อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการนิติศาสตร์ชื่อดัง บอกว่า กรณีหมออ๋องและพรรคก้าวไกล เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
"ทำอย่างนี้ “รองอ๋อง” เองก็ยังเป็นคนก้าวไกลเหมือนเดิม เพียงแต่ใส่เสื้อพรรคอื่นทับลงไปบนเสื้อก้าวไกลอีกตัวหนึ่งเท่านั้นเอง" เมื่อถามว่า ถ้าเล่นลวงโลกกันอย่างนี้ ใครจะจัดการให้ถูกต้องได้บ้าง อาจารย์แก้วสรรบอกว่า กลุ่มแรกคือ สส.ในสภาจำนวน 50 คน ยื่นเรื่องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลยว่า “สส.อ๋อง” ขาดสมาชิกภาพหรือไม่ เพราะพฤติการณ์จริงที่ทำไปคือการออกจากพรรคด้วยการลาออก ไม่ใช่ด้วยมติขับออกจากพรรคตามข้อบังคับ
ส่วนกลุ่มสองก็คือ เลขาฯ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายใต้มติเห็นชอบของ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เองเช่นกันว่า สส.อ๋องได้ลาออกจนสิ้นสมาชิกภาพแล้วหรือไม่
เมื่อถามว่าแล้วปล่อยให้กราบทูลเสนอหัวหน้าก้าวไกลเป็นผู้นำฝ่ายค้านไปก่อนหรือ อาจารย์แก้วสรรตอบว่า เลขาฯ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ด้วยความเห็นชอบของ กกต. มีอำนาจปฏิเสธไม่รับรู้รับรองมติก้าวไกล ที่ให้ “รองอ๋อง” ออกจากพรรคโดยไม่มีเหตุขัดแย้งใดๆ ได้ เพราะตรงนี้ขัดข้อบังคับชัดแจ้ง แล้วก็รายงานประธานวันนอร์ให้ทราบ ทำแค่นี้การกราบบังคมทูลเพื่อแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านก็ไม่เกิดขึ้น ประโยชน์จากการทำผิดก็ไม่บรรลุ ส่วนในที่สุด สส.อ๋องจะสิ้นสมาชิกภาพหรือไม่ ก็รอศาลตัดสินอีกที
เมื่อถามว่า เรื่องนี้แท้ที่จริงมันผิดกันทั้งพรรค ทั้งคณะกรรมการบริหาร และ สส.เลยนะครับ โดยตอบว่า น่าจะทำความชัดเจนด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องสมาชิกภาพ สส.อ๋องก่อน ถ้าเห็นเป็นความผิดชัดเจนแล้วก็ค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า
ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เผยว่า วันที่ 2 ต.ค.นี้ จะไปยื่นคำร้อง เพื่อให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็น ว่าเข้าข่ายกลฉ้อฉลหรือนิติกรรมอำพราง อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 234 (1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 หรือไม่ กรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และ สส.ก้าวไกล มีมติเมื่อ 28 ก.ย. ให้นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือหมออ๋อง ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนฯ ได้ต่อไป และหัวหน้าพรรคก้าวไกลก็จะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา โดยให้เหตุผลในแถลงการณ์ที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียว่าเพื่อให้พรรคก้าวไกลสามารถทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ พร้อมกับโพสต์รูปภาพและข้อความว่า แยกกันเดิน เปลี่ยนประเทศด้วยกันนั้น
พฤติการณ์หรือการกระทำของพรรคก้าวไกล และหมออ๋อง อาจมีเจตนาที่จะทำเป็นกลฉ้อฉล หรือนิติกรรมอำพราง ซึ่งเป็นโมฆียกรรม ที่มุ่งกอดรัดอำนาจหรือตำแหน่งที่ตนมีหรือที่จะมีไว้ อย่างไม่ละอาย มิได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็น FC จำนวนมากแต่อย่างใด
ขณะที่ นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลหรือพรรค พท. จะเข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความกรณีดังกล่าวหรือไม่ เรื่องนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นของแต่ละบุคคล ยังไม่เป็นเรื่องของพรรค พท.
“เรื่องที่นายปดิพัทธ์ถูกขับออกนั้นไม่สุจริต ในเมื่อไม่สุจริตและส่อแววที่ทำให้คนนอกสามารถยื่นตีความต่อศาลได้ และผมมองว่านายปดิพัทธ์คงเดินไปลำบากแล้ว คล้ายๆ ว่าถูกจับสึกกลางพรรษา เป็นปาราชิกทางการเมืองไปแล้ว” นายอดิศรกล่าว
เกมนี้ของพรรคก้าวไกล จะได้ไม่คุ้มเสียหรือไม่ อีกไม่นานคงทราบกัน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
กระทรวงมหาดไทย (มท.) ยุติศึกขัดแย้งภายใน จ.ภูเก็ต โดยโยก นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ "รองฯ ซีฟู้ด" (ชื่อเล่น "กุ้ง") รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา
บันทึกหน้า 4
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงฝ่ายปกครอง และทำเอา "มท.1" อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ถึงกับออกอาการ "ของขึ้น" กลางที่ประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อปรากฏรายงานความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" รายหนึ่ง ออกมาคุยเขื่องว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้จงได้
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
บันทึกหน้า 4
ขอบันทึกกราบถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากหัวใจของประชาชนคนหนึ่ง ขอพระองค์เสด็จสู่สุคติ พระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
บันทึกหน้า 4
เคาะฉลุย! จบดรามาลูกอกตัญญู ในเมื่อกระแสแรงขนาดนี้ใครจะกล้าขวาง รัฐบาลหนูต้องสั่งถอยกรูด "บอร์ดบัตรคนจน" คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง


