ต้องบอกว่า “ปี่กลองการเมือง” ดังกระหึ่มขึ้นมาทีเดียวในช่วงปลายปี ในการชิงเก้าอี้ “พ่อเมืองกรุงเทพมหานคร” เมืองฟ้าอมรของชาวไทย ขนาดล่าสุด “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทยและผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2 ครั้ง และได้ที่ 3 มาทั้งคู่ ก็ยังโผล่มาในโลกออนไลน์ ส่งความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กกับเขาด้วย ซึ่งหากไม่ยึดติดและอคติในเรื่องความเป็น “เจ้าพ่ออ่าง” แล้ว ก็บอกได้เลยว่าความคิดเห็นของ “ชูวิทย์” ต้องเรียกว่ามองขาดอย่างยิ่ง เพราะ พ่อเมือง กทม.จริงๆ แล้วก็แทบไม่ต่างจาก “ผู้ว่าราชการจังหวัด” อีก 76 จังหวัดแต่ประการใด แม้จะมีการเลือกตั้งให้ดูโก้เก๋ก็ตามที เพราะอำนาจสารพัดอย่างตามที่ “ชูวิทย์” โพสต์ไว้นั่นแลต่างก็อยู่ในมือของกระทรวง ทบวง กรม อื่นกันทั้งนั้น จะขยับหรือปรับอะไรก็แทบทำไม่ได้ แต่ ที่ได้แน่ๆ คือการเป็นกระโถนท้องพระโรงรองรับสารพัดปัญหาที่จะมาตามมา ตั้งแต่ฝนตก รถติด ยันขโมยเต็มบ้านเมือง ...๐
ที่สำคัญรายเต็งจ๋าที่ตีฆ้องร้องป่าวมาเนิ่นนานอย่าง “ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” เจ้าของฉายาผู้ว่าฯ หมูป่า ที่ปัจจุบันเป็นพ่อเมืองปทุมธานี ปัดไขก๊อกลาออกมาลงชิง ในฐานะตัวแทนพรรครัฐบาลอย่าง “พลังประชารัฐ” ก็ยิ่งทำให้เสียงคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเดือดในสภากาแฟมากขึ้นไปอีก บ้างก็ว่าเป็นการคิดถูก ในขณะที่ “กูรู” อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร ที่สอบตก ส.ส.ในรอบที่แล้ว ถึงกับวิเคราะห์เบื้องลึกเบื้องหลังของการประกาศโบกมือลาของ “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” เป็นตุเป็นตะกันเลยทีเดียว ...๐
แหม! วิเคราะห์กันแบบเกรียนคีย์บอร์ดเก่งกันทั้งนั้น แต่พอลงสนามจริงกลายเป็นตัวประกอบกันทั้งเพ แต่ที่ขำไม่ออกคือการลากโยงการเปิดไทม์ไลน์ของ “บิ๊กตู่” ในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่บอกว่าอาจเป็นกลางปี 2565 โดยโยงเป็นการยื้อเวลา โดยเฉพาะ “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มองไปไกลถึงว่าเป็นการต่อรองยืดอายุให้ตัวเอง พิโธ่! คิดได้ ถามหน่อยเถิดหากกฎหมายลูก 2 ฉบับเสร็จสิ้นกระบวนการ “ลุงตู่” จะกล้าดันทุรังอยู่บนเก้าอี้ให้คนก่นด่าสาปแช่งเหรอ ...๐
ที่สำคัญที่ “บิ๊กตู่” คาดไว้วางกลางปีหน้า เพราะ อย่าลืมว่าก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นั้น อาจต้องเลือก “ส.ก.-ส.ข.” ก่อนด้วย ซึ่งก็ยังมีประเด็นที่อาจต้องถกเถียงกันอีกยาวๆ ตามประสาไทยแลนด์โอนลีด้วยว่า ควรจะมีอยู่ไหมทั้ง “ส.ก.-ส.ข.” ฉะนั้น มุกด่านายกฯ โดยอ้างเรื่องยืดเวลาตัวเองนั้น ต้องบอกว่าหากไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหารหลักมันดูจะหน่อมแน้มไปหน่อยน่ะโฆษก ...๐
แปลกแต่จริง ปากพร่ำบอกว่าต้องการเสรีภาพ ต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยเหมือนฝรั่งมังค่าเขา แต่พอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. …. ที่เสนอโดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,609 คน เป็นผู้เสนอ และร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. พ.ศ. …. ที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” กับคณะก้าวหน้าเป็นผู้เสนอ ถูกตีตกด้วยมติเสียงส่วนใหญ่ กลับมาด่าสาดเสียเทเสีย ...๐
อ้าว ตกลงประเทศประชาธิปไตยนี่เขาไม่ฟังมติเสียงส่วนใหญ่กันแล้วเหรอ หรือ หากเป็นกฎหมายที่ “จอน-ปิยบุตร” เสนอ ต้องเป็นกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ ซ้ำร้าย “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ยังบอกอีกว่า “มีอำนาจลงโทษผู้แทนราษฎรที่ลงมติโดยไม่มีเหตุผลรองรับเหล่านี้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และขอให้จดจำว่าใครที่ลงมติไม่รับหลักการโดยไม่มีเหตุผล เราจะไม่เลือกคนเหล่านั้น และตั้งมั่นที่จะทวงคืนระบอบประชาธิปไตยที่ใช้อำนาจตามปกติกลับมา” อ้าว แล้ว ที่ลงมติกันนี่ไม่ใช่ใช้วิธีปกติเหรอ ตีลังกาหรือนอนโหวตกันหรืออย่างไรมิทราบ แล้วถามหน่อยเถิด การเสนอกฎหมายที่ผลย้อนเป็นโทษนั้น ไม่ว่าต่อคณะบุคคลหรือบุคคล ใครเขาทำกันในสากลโลก กฎหมายนั้นถ้าย้อนหลังแล้วเป็นคุณสามารถทำได้ นี่เป็นหลักนิติศาสตร์ 101 เบื้องต้นมิใช่หรือ ทำไมผู้เสนอกฎหมายทั้งหลายทั้งมวลไม่รู้ หรือแกล้งโง่กันหมดเล่า ...๐
เริ่มด้วยเรื่องผู้ว่าฯ ก็จบด้วยเรื่องผู้ว่าฯ แล้วกัน เพราะดูเหมือน “พปชร.” จะออกอาการ “เป๋” ทีเดียวหลังผู้ว่าฯ หมูป่าไม่มาเป็นตัวแทนพรรค เพราะ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ดูเหมือนจะถอดใจที่จะส่งคนเป็นตัวแทนลงแข่งขันแล้ว แต่ “จักรพันธ์ พรนิมิตร” ส.ส.กทม. ในฐานะหัวหน้าภาค กทม. พรรค พปชร. ยังระบุว่าจะส่งแน่นอน ตกลงพรรคนี้เขาเล่นขายของกันทุกเก้าอี้เลยหรือเปล่าจ๊ะ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


