หมื่นบาทให้เขาไปเถอะ?

น้ำตาจิไหล..

ดูสิ.. ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี โพสต์.. “..ปลาทูแม่กลองตัวนี้ ชาวประมงไม่ได้นอน จับมาเมื่อเช้า ขายไป 5 บาท พ่อค้าคนกลางขายต่อ 7-10 บาท ร้านอาหารขาย 30 บาท ปลอดประสพได้มาทาน  

นี่คือชีวิตจริง มันห่างไกลกับเงิน 10,000 บาทเหลือเกิน สงสารชาวบ้าน สงสารคนที่ไม่มี สงสารคนยากคนจน หมื่นบาทให้เขาไปเถอะครับ”

ครับ..สส.-นักการเมืองเนี่ย ช่างเข้าถึง-เข้าใจหัวอกคนยาก-คนจนได้อย่างลึกซึ้ง ทุกลมหายใจเข้า-ออกของพวกเขาจึงคิด-คำนึงแต่ประชาชนผู้ยาก-ลำบาก

มีช่องทางไหนที่จะช่วยเหลือได้ พวกเขาเป็นต้องออกแรง-ลุยทำ ต่อให้มีเสียงติฉินนินทาเยาะหยัน..“กู้เงินมาแจก เป็นพวกปัญญาอ่อน” ก็ไม่สน-ไม่แคร์ (ใครจะทำไม)!

“หมื่นบาทให้เขาไปเถอะครับ” ป่านนี้คนจนที่ได้ยิน-ได้อ่านคงน้ำตาไหลพรากด้วยซาบซึ้งกันไปทั่วทุกหัวระแหงแล้ว

แต่ถึงกระนั้น ก็มีคนอีกหลายสิบล้านที่สงสัย..นี่กูเป็นคนจนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมรัฐบาลเศรษฐาถึงได้ยัดเยียดเงินตั้งหมื่นบาทใส่มือให้ด้วย (วะ)?

ความจริงที่ ดร.ปลอดประสพได้แสดงความสงสารชาวบ้าน สงสารคนที่ไม่มี สงสารคนจนนั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ยินดี และควรที่จะช่วยกันสนับสนุนให้รีบๆ แจก (เงิน)

ผู้ว่าฯ-อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติก็ไม่ได้ขัดหากจะแจกเงินให้คนจน ยิ่งเอาเงิน (สด) ยัดใส่ “แอปเป๋าตัง” เลยยิ่งดีใหญ่ แต่ที่เขาท้วงติง-คัดค้าน..

เพราะรัฐบาลกำลัง “เล่นกล” ที่ไม่ใช่ประเภท.. “อับดุลเอ้ย ถามไรตอบได้” แต่กลายเป็นอับดุล เอ๊ยรัฐบาลเอ้ย “ถามไรตอบไม่ได้” สักข้อสงสัย!

และในขณะที่นักวิชาการ-นักเศรษฐศาสตร์เขารุมซักไซ้ แทนที่รัฐบาลจะมอบหมายให้ผู้มีความรู้หรือผู้ที่พูดแล้วสังคมพอจะเชื่อถือได้อธิบายความ

กลับดันผู้ชำนาญการ “เรียงหิน” คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ออกมาพูด.. “เรื่องที่เราจะดำเนินนโยบายอะไรสักเรื่องเป็นการรับผิดชอบในนโยบายของพรรคการเมืองที่มีต่อประชาชน

เราต้องคิดมาดีแล้วถึงดำเนินการ โดยหากทำแล้วออกมาดีก็ไม่มีอะไร ส่วนคนวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ได้ขาดทุนหรือเข้าเนื้ออะไร ทุกเรื่องมีสองมุม จะดีหรือไม่ดี

ให้รอดูว่าเมื่อรัฐบาลดำเนินการออกมาแล้ว หากผลออกมาไม่ดี คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะมีผลต่อพรรคการเมืองที่นำเสนอ

 เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยรับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ทำอะไรต้องรับผิดชอบในด้านนั้น”

ซึ่งก็จริง-ไม่เถียงล่ะ “เราคิดมาดีแล้ว” แต่ถามนิด..ใครกันที่คิด และคิดดีเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ-ประชาชนผู้ยากจนโดยบริสุทธิ์ หรือคิดดีเพื่อประโยชน์ใครกันแน่?

และไหนๆ ถามแล้วก็ถามต่อ..รองนายกฯ เรียงหิน จำไม่ได้แล้วเหรอ นโยบายจำนำข้าวที่ฉิบหายวายป่วง ประชาชนแบกรับหนี้อ่วมมาเป็นสิบปี มีเทวดาหน้าไหนล่ะรับผิดชอบ

เห็นมีก็แต่คุณบุญทรงที่ถูกหลอกให้ไปติดคุกอยู่ในขณะนี้ และไม่เกินฝนสองฝนก็จะได้เป็นอิสระแล้ว แล้วคุ้มกันไหมกับความฉิบหายน่ะ..หือ?

ส่วนที่ว่า.. “หากผลออกมาไม่ดี คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะมีผลต่อพรรคการเมืองที่นำเสนอ” นั้น

ถามหน่อย..จะเอาพรรคเพื่อไทยมาเดิมพันกับความหายนะของประเทศได้อย่างไร และสมมติพรรครัฐบาลโกงวินาศสันตะโร ฉิบหายย่อยยับ..

ด้วยประชาธิปไตย.. “เงินไม่มา กาไม่เป็น” เชื่อไหม..เลือกตั้งต่อไป พรรคเพื่อไทยก็ยังครองเมือง!

ฉะนั้น..หากต้องการช่วยคนยากจนจริง มีวิธีการอื่นอีกมากมาย ไม่ใช่มาปูพรม เหวี่ยงแหแจกแม่งกระทั่งเศรษฐี..

เช่นนี้-กลนี้..จึงน่าฉงน!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”