
ในโรงภาพยนตร์..
คุยกันโขมงถึงหนังไทยเรื่อง “สัปเหร่อ” ที่เข้าฉายแค่ 6 วันก็ฟันรายได้ไปแล้วเฉียด 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์นานโขแล้วที่ไม่เคยเกิดขึ้น และกำลังวิ่งสู่ 200 ล้านอยู่ว่างั้น!
แล้ว “สัปเหร่อ” เป็นหนังของบริษัทไหน ใครกำกับ ใครเป็นนักแสดงล่ะ..บอกไปผู้อ่านไทยโพสต์ก็คงจะไม่รู้จักคุ้นเคยอยู่ดี
เอาเป็นให้รู้เพียงว่า เวลานี้ “สัปเหร่อ” เป็นภาพยนตร์สยองขวัญ-ตลกที่ฉีกแนวจากหนังไทยสยองขวัญที่เคยผ่านตา
มีฉากตลกให้หัวเราะแทรกอยู่ตลอดเรื่อง มีความเศร้า ความสะพรึงกลัว และที่กล่าวมานี้ สารภาพตามตรง ผมฟังจากขี้ปากเขามา..ยังไม่ได้ดู!
แต่ที่ดูแล้ว ก็ “หนังนอกโรง” เรื่อง “มนต์รักนักพากย์” ที่กำลังฉายอยู่ทางเน็ตฟลิกซ์ เป็นผลงานกำกับของคุณอุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร
เห็นคนในวงการทั้งผู้กำกับ นักวิจารณ์ สื่อต่างออกมาแสดงความชื่นชม ยกยอกันอย่างสมัครสมานพร้อมเพรียงแล้วก็ให้รู้สึกดีใจ-ชื่นใจแทนผู้กำกับ นักแสดง!
นี่..ถ้าหนังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ รายได้อาจจะถึง 100 ล้านไปแล้วด้วยก็ได้ แต่นั่นแหละหนังย้อนยุคที่เล่าผ่านหนังกลางแปลง คณะรถเร่ขายยาที่คนรุ่นผมคุ้นชินนั้น..
จะถูกจริตกับคนวัยที่ยังนิยมเดินเข้าโรงหนังอยู่รึเปล่า ก็ไม่อาจคาดเดาได้!
เหมือนกับที่คาดเดาไม่ได้ว่ารัฐบาลเศรษฐาจะเอาเงิน 560,000 ล้านบาทมาจากไหนเพื่อแจกให้กับคนจน-คนรวยถ้วนหน้า
เพราะจากที่ได้ยิน-ได้ฟังคำชี้แจงอยู่บ้างก็ล้วนเป็นคนในพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน-เศรษฐศาสตร์ นอกจากวาทกรรม-เล่นลิ้นไปมื้อๆ วันๆ
อย่างคุณอดิศร เพียงเกษ ก็ออกมาร่ายบทกลอน.. “มิใช่ นึกจะทำ แล้วก็ทำ แต่เป็นคำ สัญญา ตอนหาเสียง เพื่อไทยมา หมื่นบาท ต้องพร้อมเพรียง เป็นสายโลหิตเลี้ยง เศรษฐกิจไทย”
ครับ..ขอให้เป็นสายโลหิตเลี้ยงเศรษฐกิจจริงๆ เถอะ อย่าได้เป็นสายโลหิตเลี้ยงครอบครัวเจ้าของพรรคกับสุนัขในคอกเหมือนคราวจำนำข้าวอีกล่ะ?
เออ..พูดถึงเจ้าของพรรค ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภาพที่ปรากฏเมื่อวันหยุดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอะไรหรอก ด้วยภาพที่หลุดให้เห็นเป็นเรื่องของนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษเด็ดขาด
โดยมีการยืนยันจากนายกฯ-คุณเศรษฐาแล้วว่าเป็น “ทักษิณตัวจริง-เป็นๆ” พร้อมกันนั้น คุณสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ได้บรรยายภาพว่า..
“..เมื่อช่วงเช้าวันนี้เวลาประมาณ 10.00 น. ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาและดำเนินการประเมินสุขภาพของนายทักษิณ
ได้มีการนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรีไปทำการ CT Scan และ MRI และดำเนินการเสร็จสิ้นในเวลา 11.00 น. ขณะนี้อาการปลอดภัย กลับไปนอนพักรักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยดังเดิม..
ส่วนการนำตัวนายทักษิณไปทำซีทีสแกนและเอ็มอาร์ไอ จะเกี่ยวข้องกับระบบสมองหรือไม่ คุณสหการณ์ได้ปฏิเสธ..ไม่ทราบจริงๆ เพราะที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีมีการเจ็บป่วยหลายโรครุมเร้า..
หลังจากนี้ในช่วงวันที่ 22 ต.ค.ที่จะถึงนี้ นายทักษิณ จะเข้าสู่ขั้นตอนการนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำฯ เกินกว่า 60 วัน
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ทางทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องนำส่งความเห็นการวินิจฉัยเสนอต่อผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์
จากนั้นอธิบดีฯ จะพิจารณาความเห็นดังกล่าวของแพทย์ และนำเสนอไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นไปตามลำดับชั้น เพื่อให้รับทราบถึงกระบวนการการรักษาผู้ต้องขังป่วย
ส่วนถ้าหากจะมีการรักษาเกินกว่า 120 วัน จะต้องมีการนำเสนอไปยังชั้นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม”
ก็..รับทราบกันตามนี้ และเชื่อเหอะ นักโทษเทวดาจะยังคงนอนอยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจต่อไป..
จนกว่าจะได้กลับบ้าน..coming soon!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าท้าทายกฎหมาย
ยังไม่รู้.. ว่าที่..เพจเฟซบุ๊กของ “เสก โลโซ” หรือคุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย ร็อกเกอร์คนดัง ที่เวลานี้ยังเป็นนักโทษและได้ย้ายจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ไปยังเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จ.เพชรบุรี
นางพญาหลังม็อบ?
“ปูเลิกกับพี่เด๋อตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว สาเหตุในการเลิกเป็นเพราะว่าไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ้อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าเขาที่ศูนย์ดูแลคนป่วย”
เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ?
“บทสรุปของการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ เป็นข้อยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะ กทม.อย่างเดียว ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ทุกคนคือคนไทยทั้งหมด
คนกทม.กับตจว.ใครโง่?
“ก็คาดหวังว่าทุกคนเวลาพูดอะไรไปแล้วเราก็อยากให้ทำตามนั้น บางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลาก็จริง แต่อย่างน้อยเวลาเข้าไปจาก 10 เรื่องทำได้สัก 7 เรื่องมันก็ยังดี แต่เรื่องไหนที่ยังทำไม่ได้ก็คงต้องสื่อสารว่าทำไม่ได้เพราะอะไรแบบไหน
กางเกงยีนส์ไม่สุภาพ?
ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียง.. ปรากฏไวรัลหนึ่งเกิดขึ้นบนติ๊กต๊อกแบบทำให้ผมต้องเอ๊ะ..ใครผู้ใดหนอคิด “แฟชั่น” นี้ขึ้นมา?
1 เดือนแลก 1 ปี
“เราเอาคนหาดใหญ่เท่านั้น.. คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด แล้วพี่น้องจะเอาคนระโนดมาเป็น สส.เราเหรอ” ถ้าเป็น “ไอ้เท่ง-ไอ้ยอดทอง” หนังตะลุงพูดก็คงพอจะเข้าใจ-ทำใจได้ว่า “นายหนัง” ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความแตกแยกหรือด้อยค่าชาวอำเภอระโนด..

