กรรมที่ร่วมกันก่อ

ทำคอนเทนต์ให้เข้าเป้าไม่ใช่เรื่องง่าย

ก็..ต้องขอปรบมือ-ยินดีกับคุณอุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ แม่ม่ายป้ายแดง ที่จงใจโพสต์คลิปใส่ชุดซีทรูเดินโชว์หุ่น พลางจูงมือลูกสาว แล้วมีคนคอมเมนต์ทั้งชื่นชมทั้งติติง

ไม่เว้นกระทั่งคุณปู-จิตรกร บุษบา คอลัมนิสต์ดัง ก็ได้หยิบมาโพสต์.. “ด้วยความเคารพนะครับ ตอนเป็นดารา คุณอุ้มเป็นดาราที่ขายความเซ็กซี่ได้ แต่ตอน ‘เป็นแม่’ ขายอย่างอื่นเถอะครับ

ที่เดินอยู่ด้วยกันนั่น ‘ลูกสาว’ นะครับ สัญชาตญาณของ ‘ความเป็นแม่’ ควรทำงานให้มากกว่านี้ครับ #ด้วยความเคารพครับ”

ซึ่งสำหรับคนสร้างคอนเทนต์ถือว่าคุณอุ้ม ลักขณา ได้บรรลุเป้าหมาย สำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้ว เพราะได้เกิดกระแสขึ้นเพียงชั่ววัน

และเพื่อการต่อยอดไม่ปล่อยให้กระแสมอดดับเร็วพลัน คุณอุ้ม ลักขณา ก็ได้ออกมาเคลียร์ผ่านติ๊กต๊อก (ขออนุญาตคัดลอกจาก “ผู้จัดการออนไลน์”) โดยเผยว่า..

“ไม่อยากให้ดรามากัน ที่ใส่ชุดซีทรูและข้างในเป็นชุดว่ายน้ำ อยากให้เห็นว่าที่โรงแรม มีสระว่ายน้ำอยู่กลางโรงแรมเลย พอเราเดินออกมาก็จะเจอสระว่ายน้ำเลย

ทุกคนก็จะใส่ชุดว่ายน้ำเล่นน้ำในสระ เขาใส่ชุดว่ายน้ำกันตามปกติเลย ด้านข้างก็จะมีร้านอาหารเต็มไปหมด ทุกคนที่มาบริเวณกลางโรงแรมหรือหน้าโรงแรมตรงนี้ ที่เป็นสระว่ายน้ำ

ก็คือสามารถใส่ชุดว่ายน้ำเดินได้ทั้งโรงแรมเลย มีร้านอาหารริมสระว่ายน้ำ อยู่ติดกันเลย แขกที่มาเขาก็ไม่ได้มีกฎห้ามใส่ชุดว่ายน้ำเดินในโรงแรม คือสามารถเดินได้ ไม่ได้มีกฎห้าม

 เขาก็มาถ่ายแบบอะไรกันเยอะแยะไปหมด ส่วนชุดที่ตนใส่ ก็ใส่ลงมาจากห้อง เดินอยู่บริเวณรอบสระว่ายน้ำเท่านั้น ส่วนที่ถ่ายตอนกินข้าว ก็มีเสื้อคลุมปิดเรียบร้อยแล้ว

 คือตนก็ถ่ายวิดีโอรีวิวให้โรงแรม รีวิวให้ตัวเราเองด้วย”

เห็นไหม..คุณอุ้มมาเผยเองในตอนท้าย ว่าเธอทำคอนเทนต์รีวิวให้โรงแรมและตัวเธอเอง ซึ่งป่านนี้ ผู้บริหารโรงแรมกับคุณอุ้มอาจนั่งหัวเราะยิ้ม พลางจิบไวน์แกล้มไข่ปลาคาเวียร์ฉลองกันอยู่ก็ได้

และที่พูดมานี้ก็แค่จะบอกว่าบางเรื่อง-บางภาพของศิลปิน ดารา-คนดังนั้น ถ้าเผื่อจะมองผ่าน ปล่อยวาง เอาหูไปนา-เอาตาไปไร่เสียได้บ้างก็จะสบายใจ

ไม่ใช่ไร ทุกวันนี้บางทีสื่ออย่างเราๆ ก็ตกหลุมพราง หรือ “ฮุบเหยื่อ” เอาง่ายๆ ซ้ำร้ายยังถูกสังคมตำหนิติติงเอาอีก ทั้งๆ ที่เจตนาก็แค่หวังจะเตือนด้วยความสุภาพ ไม่ได้มีอคติใดๆ ในใจ!

ครับ..อย่างเรื่องของ “นักโทษเทวดา” ก็เช่นกัน สื่อได้พยายามเตือนด้วยเจตนาดีมาตลอด ว่าเอากลับเข้าคุกเสียเถอะก่อนที่จะสังคมจะสำแดงฤทธิ์..

 และจะทำให้รัฐบาลเศรษฐาบริหารบ้านเมืองด้วยความยุ่งยากลำบาก หรืออาจถึงขั้นไม่ได้บริหารอีกต่อไปก็ได้

แต่เมื่อเทวดาไม่ฟัง ดึงดัน-ดื้อ ข้าจะนอนอยู่บนวิมานชั้น 14 ต่อไป ใครก็ไม่อาจเอาตัวกลับเข้าคุกได้ และต่อให้อยู่นอกคุกครบ 60 วันแล้วก็ตาม

ล่าสุด..อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ลงนามให้นักโทษเทวดา อยู่รักษาตัวต่อที่ รพ.ตำรวจตามความเห็นแพทย์ และนำเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรมทราบ ตามขั้นตอน

ส่วนต้องรักษาตัวอยู่ที่ รพ.อีกนานเพียงใด ขึ้นกับความเห็นของคณะแพทย์ผู้รักษา ซึ่งต้องมีการพิจารณาต่อไป

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็เห็นจะป่วยการที่จะเตือนอีกต่อไป คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม แต่ให้ระวัง กรรมจะไม่เฉพาะนักโทษเทวดา นายกฯ เศรษฐากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมก่อ..

ย่อมได้รับผลกรรมไปด้วยกันเทอญ!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”