ขวางการปรองดอง?

ไอ้โม่งชักใย..

เนี่ย.. “เด็จพี่” คุณพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ มองด้วยสายตาคมลึก กับกรณีที่คุณนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” เดินทางไปขอเข้าเยี่ยมตรวจสอบ “นักโทษเทวดา”..

ที่ล่าสุดได้รับอนุญาตให้นอนบนวิมานหรู ชั้น 14 รพ.ตำรวจต่อไปๆๆ จนกว่าจะได้กลับจันทร์ส่องหล้า โดยกล่าวว่า..

“น่าจะเป็นเจตนาร้ายหาเรื่องค้าความขัดแย้ง หรือขยายผลไปถึงการปลุกม็อบสร้างความวุ่นวายมากกว่า ทั้งที่บ้านเมืองกำลังสงบเดินไปด้วยดี

รัฐบาลกำลังคิดหาวิธีการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน แต่คนกลุ่มนี้กลับทำตัวขวางโลก ปัดแข้งปัดขารัฐบาล เรียกร้องต้องการไม่จบไม่สิ้น

อดีตนายกฯ ทักษิณป่วยจึงเข้าไปนอนโรงพยาบาล คนกลุ่มนี้ก็ไม่เชื่อ ไม่พอใจ ตอนแรกเรียกร้องให้กลับมารับโทษ พอกลับมาก็ยังราวีไม่จบเสียที

ต้องการจะดูอาการป่วย อยากจะตรวจสอบความเป็นอยู่ ถามว่าเป็นอะไรกันแน่ เป็นทนาย หรือเป็นหมอ หรือเป็นตำรวจ ออกอาการคาดคั้นแบบเอาเป็นเอาตาย

ไม่มีใครเห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ลองไปส่องดูโลกโซเชียลบ้างหรือไม่ ถ้ายังไม่หยุดทำตัวขวางโลก ขวางการปรองดอง ระวังจะถูกสังคมประณาม

ทั้งนี้เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวน่าจะมีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง จึงอยากฝากบอกว่าพอได้แล้ว ประเทศยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ ขอให้ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุขบ้าง”

ครับ..ก็ไม่รู้เด็จพี่ไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่า ไม่มีใครเห็นด้วยกับการกระทำของทนายนกเขากับกลุ่มคนที่ไปเยี่ยม

และไม่รู้อีกว่าการกระทำของทนายนกเขา เป็นการทำตัวขวางโลก ขวางการปรองดองตรงไหนอย่างไร?

หรือว่า การที่ทักษิณกลับเข้ามาประเทศไทยแล้วไม่ต้องเข้าเรือนจำ-นอนคุกอย่างนักโทษเด็ดขาดทั่วไป นอนสบาย กินหรูอยู่บนชั้น 14 รพ.ตำรวจนั้น..

เป็นการสร้างความปรองดองของคนในประเทศนี้ เด็จพี่น่าจะได้ขยายความ-อธิบายให้ชัดลึกมากกว่านี้ เพื่อที่สังคม (ส่วนใหญ่) จะได้รู้-ได้เข้าใจ!

ส่วนเด็จพี่เองก็อย่าเป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด รำคาญไปนัก รู้ล่ะว่ารัก-เทิดทูนนายเหนือหัว แต่ก็ควรพูดอยู่บนหลักการ เหตุผลอย่างคนที่มีความรู้ระดับดอกเตอร์

ที่ว่า.. “ทักษิณป่วยจึงเข้าไปนอนโรงพยาบาล คนกลุ่มนี้ก็ไม่เชื่อ ไม่พอใจ ตอนแรกเรียกร้องให้กลับมารับโทษ พอกลับมาก็ยังราวีไม่จบเสียที” นั้น

ขอถามเด็จพี่..แล้วนายทักษิณกลับมารับโทษ นอนคุกสักวันหรือยังล่ะ? เมื่อยัง คนกลุ่มนี้ก็มีสิทธิที่จะสงสัย ว่าแพทย์-หมอผู้รักษาไม่มีความรู้ ไร้ฝีมือหรืออย่างไร..

จึงรักษานายทักษิณเกิน 60 วันแล้วก็ยังไม่หายสักที ทนายนกเขากับคณะจึงไม่เชื่อ ไม่พอใจหมอ และได้พากันไปถามสาเหตุ ไม่ได้หมายจะไปราวีนักโทษ

แต่หากถามแล้ว ยังไม่ได้คำตอบ หรือไม่มีความชัดเจนจากหมอ คราวนี้แหละ ได้เวลา “ราวี” ให้รู้ดำ-รู้แดงล่ะ!

ซึ่งหากเด็จพี่ห่วงประเทศจะบอบช้ำ หวั่นประชาชนจะอยู่กันอย่างสงบสุขไม่ได้ ง่ายๆ เพียงพลิกฝ่ามือ เด็จพี่ขึ้นลิฟต์ไปกระซิบข้างหูนักโทษเทวดา..

“กลับไปเข้าคุกเถอะครับนาย ข้างล่างตึก รพ.ชักกลิ่นไม่ค่อยดี เพราะมีทนายนกเขามานั่งส่งเสียงจุ๊กกรูๆ เกรงว่าไม่นานจะมารวมตัวกันพรึ่บ”!

นายจะเชื่อ-ไม่เชื่อ ถือว่าเด็จพี่ได้ทำหน้าที่ของคนเป็นห่วงประเทศ-ประชาชนได้อย่างสมบูรณ์เพียงเท่านี้ ส่วนอะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยไปตามเวรตามกรรม

อ้อ..ที่ว่า “ไอ้โม่งชักใย” น่ะ ถ้าเด็จพี่รู้ก็ขอให้ช่วยเปิดเผยโฉมหน้าด้วยเพื่อสังคมจะได้รู้เป็นใคร แต่ที่รู้ตัวแน่ ก็ “ไอ้โม่ง” ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังรัฐบาลเศรษฐา..

“เทวดา” ชั้น 14 ตนนั้นแหละ!.

 

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”