นานาจิตตัง

ไม่ได้ดู “พรหมลิขิต” สิท่า..ไม่เห็นเขียนถึง!

เนี่ย..เพื่อนคนหนึ่งมองหน้ายิ้มเอ่ย ก่อนที่ผมจะตอบเสียงเนือยๆ.. “ดูอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะเขียนมุมไหน-แง่ไหน เพราะละครเขาได้รับความนิยม เห็นใครๆ ก็ชมว่า “ดี” เสียทุกอย่างทั้งองค์รวม!

และที่ผมดู ก็ไม่ได้ผิดไปจากที่เขาชม-เขาอวย เมื่อยังหามุมอื่นเขียนไม่ได้ก็ไม่อยากไปพูดถึง แต่ที่ขอพูดถึงหน่อยก็หนังเรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท” ที่กำลังฉายอยู่ในโรงขณะนี้

จำได้..คุณธนกร ปุลิเวคินทร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกหนังไทยจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

เพื่อส่งเข้าชิง “รางวัลออสการ์” ครั้งที่ 96 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature Film) ซึ่งจะมีขึ้นในปีหน้า ณ นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยมีหนังไทยเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้ายทั้งหมด 8 เรื่อง ได้แก่ Blue Again, Scala ที่ระลึกรอบสุดท้าย, เธอกับฉันกับฉัน, บ้านเช่า..บูชายัญ, ลอง ลีฟ เลิฟว์!

มอนโด รัก โพสต์ ลบ ลืม, แมนสรวง และเพื่อน(ไม่)สนิท และนัยว่าคณะกรรมการฯ ได้มีการถกเถียง ประชุมหารือกันหลายรอบ จนในที่สุดก็ได้ “เพื่อน(ไม่)สนิท” เป็นตัวแทน

ซึ่งก็เชื่อในสายตาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องเป็นหนังดีมีคุณภาพเพียบพร้อมทุกด้าน แม้เวลานี้ที่กำลังฉายอยู่ในโรง รายได้จะไม่ค่อยสู้ดีนักก็ตามที!

ผมนั้นยังไม่ดูหนังทั้งเรื่อง ได้เห็นก็แค่ตัวอย่าง จะพูด-วิจารณ์อะไรก็ดูจะไม่เหมาะไม่ควร แต่พอดีได้อ่านข้อเขียนของคุณอ๊อด-บัณฑิต ทองดี อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ฯ เข้า

ก็..เห็นว่าเป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจ จึงเลยใคร่ขออนุญาตคัดลอกมาให้ได้อ่านกันดู ตามนี้..

“มีเวลาเขียนถึงสักที คงต้องขอรีวิวสั้นๆ ว่าหนังดีนะ บทดี เด็กๆ แสดงดี แต่มันไม่น่าจะสื่อสารกับคนวัยผม

หนังมีฉากเบียวๆ หลายฉากที่เป็นมุกแบบวัยรุ่นยุคนี้น่าจะชอบและสื่อสารถึงกันได้ แต่ก็คงต้องยอมรับ และยืนยันอีกทีว่าหนังมันไม่ได้คุยกับคนวัย gen X หรือ Gen Y แน่ๆ

แม้แต่ Gen Z หรือ Gen Ultra เองที่ไม่ได้เป็นเด็กเรียนภาพยนตร์ ก็ไม่แน่ใจว่าหนังมันได้พูดคุยกับพวกเขาหรือเปล่า

ให้นึกภาพตามง่ายๆ ถ้าเรานั่งคุยกับเพื่อนสัก 5-6 คนในร้านกาแฟ แล้วมีสักสองคนคุยกันเองเรื่องเทรดเหรียญคริปโต หรือตลาดหุ้นขึ้นลง

อีก 4 คนไม่ได้มีความรู้เรื่องเหล่านี้ เขาก็คงหาเรื่องอื่นคุยกัน หรือไม่ก็เล่นโทรศัพท์ ไม่ใส่ใจเรื่องคริปโตอะไรนั่น

                    ผมเคยคุยกันเล่นๆ กับหลายๆ คนในวงเหล้าว่า หนังที่เกี่ยวกับแวดวงคนทำหนัง เรียนหนัง หรือขายบทหนังในเมืองไทยไม่เคยประสบความสำเร็จเลย

เพราะผมรู้สึกว่าวงการคนทำหนังค่อนข้างลึกลับ ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้รู้จักชีวิตของพวกเรา เวลาจะถ่ายทำก็ทำกันแบบปิดสถานที่ ไม่ก็ถ่ายในป่าในเขา ในบ้านในสตู

ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้รู้จักชีวิตการทำงานบ้าง คนดูจึงน่าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับชีวิตคนเหล่านี้ ก็เลยไม่ค่อยอยากสนใจตัวละครจากแวดวงนี้เท่าไหร่

ไม่เหมือนวงการอื่นๆ ที่ชีวิตเขาเปิดเผยให้สังคมรับรู้วิถีชีวิตในการทำงาน ไม่เชื่อลองถามพ่อแม่เราสิว่า เขารู้มั้ยว่าพวกเราทำงานกันแบบไหน

เช้าตรู่ออกไปทำงาน เที่ยงคืนกลับมานอน เช้าก็ออกไปอีกละ 80% พ่อแม่ลูกเมียเราไม่น่าจะรู้หรอก ผมเลยค่อนข้างเดาออกตั้งแต่แรกว่าผลจะออกมาทางไหน

สรุปว่า หนังดีนะครับแต่อาจจะสื่อสารกับคนกลุ่มเล็กไปหน่อย ก็ขอเป็นกำลังใจให้ อัตตา เหมวดี ผู้กำกับด้วยนะครับ หนังไทยยังต้องสู้กันอีกเยอะครับ”

เนี่ย..สำทับ “หนังดี” จากผู้กำกับมือรางวัลเลยนะ ส่วนจะดีกว่า “สัปเหร่อ” หรือ “ธี่หยด” รึไม่..

นานาจิตตัง..ละกัน!.

              

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”