
“ทุกคนคะ
พรุ่งนี้จะมีทีมงานอีกเพจ ลงพื้นที่อีสานพบผู้เสียหาย คดีข่มขืนจากนักการเมือง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หนูจะอัพเดตพรุ่งนี้อีกทีนะคะ ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคไม่ต้องร้อนนะคะ”
นี่..ไม่ร้อน แต่น่าจะหนาวเสียมากกว่า ด้วยผู้โพสต์คือ “เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อนักการเมืองพรรคไหน..
แต่ในใจของทุกคนก็คงเดาตรงกัน ถ้าใช่พรรคนั้นจริง ก็.. “ยุบเหอะ” มันเหม็น-เน่าไปหมดแล้ว!
เอ้า..ส่วนนั้นไม่ยุบ แต่ “แยก” ผมหมายถึงคุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กับข่าวที่ว่าได้ลาออกจากกรรมการและผู้บริหาร บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือทั้งหมดน่ะ
ซึ่งก็ทำให้เป็นที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่ช่อง 3 กำลังกลับมาโกยรายได้ มีกำไรเป็นกอบเป็นกำอีกรอบ หลังจากที่ขาดทุนบักโกรกไปพักใหญ่เมื่อ 4-5 ปีก่อน
การอ้าง “ปัญหาสุขภาพ”..ก็พอจะรับฟังได้ตามประสาคนทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน ย่อมต้องเจ็บป่วยบ้างเป็นธรรม แต่ก็น่าจะทนสู้-ทำงานต่อไปได้..
นอกเสียจากเกิดอาการ “ป่วยใจ” แทรกซ้อนเข้ามาเท่านั้นแหละ!
ก็..ให้รอฟัง (เหตุผล) หลังจากนี้ พร้อมๆ กับรอดู คุณสุรินทร์จะหยุด-พอแค่นี้ หรือจะมีโปรเจ็กต์ (ใหญ่) อะไรรออยู่ข้างหน้า แต่เชื่อว่าคงไม่หวนกลับไปช่องพีพีทีวีอีกแน่!
พูดถึงช่อง 3 เวลานี้ละครเรื่อง “พรหมลิขิต” กำลังฮิต มีผู้ชมตามดูเป็นอันดับ 1 ก็ว่าได้ และในขณะที่มีเสียงชื่นชอบ-ชื่นชมไปทั่วสารทิศ
เสียงติติง-เสียงบ่นก็เริ่มมีให้เข้าหูอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งผมนั้นขอเว้นที่จะไม่พูดถึงให้เสียกำลังใจ เพราะรู้ดีว่าด้วยงบ-ด้วยทุนการผลิตที่จำกัด-จำเขี่ย..
จะให้ละครดูเนี้ยบ-สมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกองค์ประกอบเห็นเป็นเรื่องที่ยากอยู่!
อย่างไรก็ตาม..มีอย่างหนึ่งที่อยากพูดถึง เพราะดูจะขัดตา-ขัดใจเสียทุกคราวที่นอนดู นั่นคือ “แม่การะเกด” กับ “พ่อหมื่น” ที่ภาคนี้มีลูกมีเต้าโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว
แต่คนเป็นพ่อและแม่ ตลอดไปถึงบ่าว-ทาสคนใช้ ดูจะไม่ยอมแก่ไปตามวัย-ตามกาลเวลา ยังดีที่ติดหนวดเอาไว้ ไม่งั้นคนดูอย่างผมคงว้าวุ่น
ไม่รู้ไหนลูก-ไหนพ่อ เพราะหล่อเหมือนกันทั้ง 3 คน (พ่อหมื่น-พ่อริด-พ่อเรือง) ส่วนแม่การะเกดลูก 4 นั้นเล่าก็เต่งตึง ผมเผ้าดกดำยังกับใช้ “OK” ที่คุณแพนเค้กโฆษณา
จะว่าคนโบราณไม่มีหงอกรึ ก็ไม่น่าใช่ เลยสงสัยทำไมผู้กำกับถึงปล่อยปละ-ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้เงินทุนอะไรมากมาย แค่แป้งกระป๋อง-สองกระป๋อง หงอกก็เต็มหัวแล้ว
นี่..ถ้าปล่อยให้ “แม่การะเกด” แก่โรยราไปตามวัย หนูพุดตาน ก็จะดูสวยเปล่งปลั่งโดดเด่น โดยที่คนดูไม่ได้รู้สึกว่าตัวนักแสดง “เบลล่า ราณี” จะแก่โทรม-ไม่สวยแต่อย่างใด?
ก็..ขอพูดเพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่คุณเศรษฐา-นายกฯ บอกก่อน-หลังหาเสียง..ไม่กู้ๆๆๆๆ แต่วานซืนยืนยัน..ต้องกู้ๆๆๆ นั้น
ฟัง-อ่านที่คนมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์-การเงินเขาพูดกันดีกว่า จะได้รู้-ได้เข้าใจ และจะได้ “ทำใจ” ไว้ให้พร้อม..ไม่ได้แน่!
เพราะไม่ว่าจะหันหน้า-เอียงหูไปทางไหน ใครต่อใครก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า..impossible เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ ไม่มีทางบังเกิดขึ้น
มีแต่เพียงคุณเศรษฐาที่ “ของขึ้น-อารมณ์บูด”..ตอบโต้ไม่สนหญิง-สนชาย คราวนี้ก็จะได้เข้าใจล่ะนะว่า การเป็น “นายกรัฐมนตรี” นั้น..
มันไม่ใช่การบริหารธุรกิจบ้านจัดสรร!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

