บันทึกหน้า 4

กระบวนการผ่านร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนบาท นอกจากต้องผ่านกฎหมายหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับวินัยการเงินการคลังของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงินต่างๆ อีกทั้งยังมีกำแพงอีกหลายด่าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะถอดใจก่อนหรือไม่ วุฒิสภา องค์กรอิสระ อาทิ กกต. ป.ป.ช. สตง. และศาลรัฐธรรมนูญเป็นด่านสุดท้าย 

แต่เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนใด และร่างเสร็จหรือยัง ถาม รมช.การคลัง "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" ก็บอกว่ายังไม่ได้ยกร่าง จึงต้องตีความกันว่า รัฐบาลเพื่อไทยคงรอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แนะเรื่องข้อกฎหมายก่อน จึงจะมีการยกร่างออกมา   

นอกจากนี้ปัญหาเรื่องข้อกฎหมายอีกประเด็นที่หลายคนกังขาโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทว่า ผู้ได้ประโยชน์สูงสุดอาจไม่ใช่ประชาชนเงินเดือนต่ำกว่า 7 หมื่นบาท และมีบัญชีเงินฝากไม่ถึง 5 แสนบาท แต่ผลประโยชน์สุดท้ายตกไปที่บรรดาเจ้าสัวค้าปลีกไม่กี่ตระกูลของประเทศนี้  

ผ่านบรรดาห้างร้านค้าปลีกต่างๆ ที่อยู่ในระบบภาษี ที่ล็อกเงื่อนไขเอาไว้ ขณะที่ร้านค้าเล็กๆ แม้ว่าจะเข้าร่วมโครงการได้ แต่เมื่อไม่อยู่ในระบบภาษี ก็ไปแลกเงินดิจิทัลไม่ได้ อย่างมากก็ใช้สิทธิเงินหมื่นบาทไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากร้านสะดวกซื้อของเจ้าสัวอยู่ดี 

จึงมีการวิจารณ์กันหนาหู รัฐบาลเพื่อไทยทุ่ม 5 แสนล้านประเคนให้บรรดาเจ้าสัวใช่หรือไม่ ล่าสุดทราบมาว่าบรรดาเครือข่ายและองคาพยพต่างๆ ของเจ้าสัว ส่งเสียงเชียร์และสนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่น แบบสุดลิ่มทิ่มประตู โดยไม่สนใจว่าสุดท้ายหนี้จะตกอยู่ที่ประชาชนที่ต้องแบกเอาไว้ เรื่องนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกฯ และ รมว.การคลัง จะทราบหรือไม่

ถามกันให้แซ่ดว่า หากสุดท้ายร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทไม่ผ่านจะทำอย่างไร หลังนักวิชาการออกมาส่งเสียงให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง แม้ไม่มีกฎหมายเขียนไว้ก็ตาม ด้านหนึ่งคือ นายกฯ ยุบสภา และอีกกรณีคือ นายกฯลาออก 

ส่วนจะเลือกทางนั้นไหน เข้าใจว่านายกฯ ไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะผู้กำหนดชะตากรรมก็คือนายใหญ่ชั้น 14 อาจจะเลือกให้อยู่ต่อก็ได้ แต่หากเกิดกระแสกดดันมากๆ อาจจะให้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รัฐบาลไปต่อได้ โดยอาจ ดัน "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยขึ้นทำหน้าที่ แต่ก็มีความเสี่ยงเกิดขึ้นเช่นกัน หากขึ้นมาแล้วไม่ปัง ก็มีแต่ทรุด เอาไปขายเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ได้ และจุดอ่อนสำคัญคือ เป็นร่างทรงของนายใหญ่ ของแสลงฝ่ายอนุรักษนิยมเดิม ก็ยังกลับตัวไม่ได้  

หรือนายใหญ่อาจเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคร่วมรัฐบาลมาขัดตาทัพก่อน เพื่อหลบกระแสความล้มเหลวของดิจิทัลวอลเล็ต แต่หนทางเลือกให้นายกฯ ยุบสภา ปิดประตูไปได้เลย เพราะหากเลือกตั้งในเวลานี้ บอกตามตรงกระแสยังสู้พรรคก้าวไกลไม่ได้นั่นเอง และนายกฯ นิดก็ไม่อยากเจอวิบากกรรมไล่หลังยามลงจากหลังเสือ   

กลายเป็นหนังเรื่องยาว หลังอนุกรรมการรับฟังความเห็นเพื่อทำประชามติ ที่มี "นิกร จำนง" เป็นประธาน เตรียมเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นต่างเรื่องรัฐธรรมนูญ 60 ที่มีภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ พิจารณาเสนอแก้ไขมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ในการประชุมวันที่ 24 พ.ย.นี้ 

เพราะไม่ต้องการตกม้าตาย เนื่องจากกฎหมายเดิมวางกับดักสองชั้นเอาไว้ คือ ด้านแรกต้องมีคนมาใช้สิทธิ์เกินกึ่งหนึ่ง หรือ 23 ล้านคน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 56 ล้านคน  และด่านสอง ต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ หรือ 13 ล้านคน ซึ่ง "นิกร" ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะผ่าน เพราะประชาชนอาจไม่มีส่วนร่วมและอินเรื่องรัฐธรรมนูญ หากเทียบกับการเลือกตั้งที่ประชาชนยอมเดินทางกลับภูมิลำเนามาใช้สิทธิ์ แถมยังมีแรงจูงใจอื่นๆ มากกว่าด้วย  

ฉะนั้นหากไม่มีการแก้ไขกฎหมายประชามติ หากทำไปแล้วไม่ผ่านตั้งแต่ด่านแรกก็เท่ากับปิดฉากการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไปในทันที และรัฐธรรมนูญ 60 จะมีความชอบธรรมมากขึ้นและยากในการแก้ไข ซึ่ง “นิกร" ยอมรับว่าเป็นประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้น ส่วนใครจะมองเป็นวิธีเตะถ่วงหรือไม่ ก็คิดได้เช่นกัน.

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”