'ผู้เชี่ยวชาญอาวุธ' ไม่เชื่อมาตรการนายกฯปืนจะลดลง แนะใช้หลักวิทยาศาสตร์ มท.กวาดบ้านตัวเอง

'อนาลโย' เห็นด้วยจำนวนปืนในสังคมควรลดลง แต่มาตรการของนายกฯไม่ทำให้มั่นใจได้ว่าจำนวนปืนหรืออาชญากรรมจากปืนจะลดลง เน้นแต่การปราบปรามปืนถูกกฎหมาย แทบไม่มีการปราบปรามปืนเถื่อนอย่างจริงจังทั้งที่เป็นสาเหตุแห่งความรุนแรง ชี้ไม่จับกุมเจ้าหน้าที่ปกครองที่คอร์รัปชันจากการออกใบอนุญาตปืน ถ้ามหาดไทยไม่กวาดบ้านตัวเองก่อนไม่สามารถทำให้ปืนลดลงได้ แต่กลับสร้างปัญหามากเข้าไปอีก แนะใช้หลักวิทยาศาสตร์ อย่าใช้ความรู้สึกตัดสิน

14 ส.ค. 2569 - นายอนาลโย กอสกุล เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง การทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ เจ้าของเพจ ThaiArmedForce.com โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

ผมเป็นคนไม่ชอบปืนครับ
ผมไม่มีปืนอยู่กับตัว
ถ้าเสกได้ผมอยากเสกให้ประเทศไทยไม่มีปืนสักกระบอก
ใช่ที่ว่าถึงไม่มีปืนมันก็เอามีดฟันกัน แต่มีดมันก็ร้ายแรงน้อยกว่าปืนมากนัก

ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดให้คนดีถือปืนเพื่อปราบคนชั่ว สำหรับผมแนวคิดนี้มีปัญหาเต็มไปหมด และไม่มีอะไรการันตีเลยว่าถ้าให้พกปืนอย่างเสรีหรือติดอาวุธให้คนดีมากๆจะทำให้สังคมสงบสุข ยังไม่นับว่าคนดีคืออะไรด้วย

แต่แม้กระนั้น ผมก็เห็นว่าประเทศไทยเรามีคนกลุ่มหนึ่งที่มีเหตุจำเป็นและเชื่อได้จริงว่า เขามีความจำเป็นต้องมีปืน และ ผมก็คิดว่า มาตรการของรัฐตอนนี้มันไม่ใช่ทางแก้

สิ่งที่ผมเห็นด้วยอย่างเดียวคือจำนวนปืนในสังคมควรลดลง
แต่นอกนั้นมาตรการที่นายกรัฐมนตรีเปิดเผยออกมาแทบไม่มีอะไรที่จะทำให้มั่นใจได้เลยว่าจำนวนปืนจะลดลงหรืออาชญากรรมจากปืนจะลดลง

นายกรัฐมนตรีเน้นแต่การปราบปรามปืนถูกกฎหมาย เหมือนเป็นการลงโทษคนทำถูกกฎหมาย แต่แทบไม่เอ่ยถึงหรือแทบไม่มีการดำเนินการปราบปรามปืนเถื่อนอย่างจริงจัง ทั้งที่ปืนเถื่อนพวกนี้เป็นสาเหตุแห่งความรุนแรงที่มาจากปืนจำนวนมาก

ที่สำคัญยังไม่มีการปราบปรามหรือจับกุมเจ้าหน้าที่ปกครองที่คอรัปชั่นจากกระบวนการการออกใบอนุญาตปืน เพราะการคอรัปชั่นแบบนี้แหละทำให้กฎที่ออกมามันพังทลาย ทำให้คนที่ไม่ควรถือปืนกลับได้ถือปืนแบบที่ไม่คิดว่าพลเรือนจะถือได้ หรื อคนที่มีเหตุจำเป็นต้องใช้ปืนจริงๆไม่สามารถมีปืนไว้ป้องกันชีวิตหรือทรัพย์สินได้

ผมก็พูดเหมือนเดิมว่านโยบายตอนนี้เป็นนโยบายที่ใช้ความรู้สึกนำเหตุผล ไม่ได้ใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ สถิติ หรือแม้แต่นิติศาสตร์เข้ามา คือออกมาตรการให้ดูเหมือนเหมือนกับว่ามีการดำเนินการแล้วนะแล้วก็จบไป ได้กระแสแต่ไม่ได้ผลลัพธ์อะไร เผลอ ๆ ผลลัพธ์จะกลายเป็นแย่กว่าเดิมเสียอีก

หรืออย่างโครงการปืนสวัสดิการที่หลายโครงการแทบจะเป็นร้านสะดวกซื้อปืน และเปิดโอกาสให้มีการทำกำไรจากการซื้อปืนไปขายต่อจำนวนมาก ทุกคนตลอดช่วงของโครงการได้กำไรและผลประโยชน์กันมหาศาล แต่โครงการเหล่านี้แหละที่เป็นตัวเพิ่มจำนวนปืนเถื่อนเข้าสู่ระบบจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีไม่เอ่ยถึงเลยแม้แต่นิดเดียว กรมการปกครองทุกวันนี้ก็ยังจำหน่ายปืนสวัสดิการกันสบาย

รัฐธรรมนูญไทยไม่ได้ให้สิทธิ์ หรือยืนยืนยันสิทธิ์ให้ประชาชนคนไทยถืออาวุธเหมือนรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา และกฎหมายเกี่ยวกับปืนค่อนข้างเข้มงวดอยู่แล้ว แต่การที่ปืนยังเต็มประเทศไทย ไปไหนมาไหนทุกคนต้องกลัวว่าจะโดนยิงหัวหรือไม่ ก็ชัดเจนแล้วว่าระบบที่ออกมานั้นพังพินาศย่อยยับ ซึ่งระบบนี้ถูกควบคุมโดยกระทรวงมหาดไทยนั่นเอง

ท่านนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกวาดบ้านตัวเองก่อน ตราบใดที่ยังยังปล่อยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างงี้ออกกฎมาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้ปืนลดลงได้ แต่กลับสร้างปัญหามากเข้าไปอีก

รัฐบาลควรจะใช้วิทยาศาสตร์และรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ยาตัดสินใจด้วยอารมณ์หรือกระแสแบบนี้

เพราะไม่งั้นนอกจากปืนจะไม่ลดลงจากประเทศไทยแล้ว ยังจะมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากสร้างผลประโยชน์จากระบบที่ออกมา และจะมีทรงเออีกเป็นจำนวนมากที่จะถือปืนกันเป็นคลังแสง
แล้วประเทศไทยก็จับกลับไปเละยิ่งกว่า เดิมเหมือนที่เป็นมาในหลายๆ เรื่องราวนั่นเอง



เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้เชี่ยวชาญอาวุธ' กางรายชื่อแกนนำภท.ที่ครอบครองปืน แนะนายกฯให้คนตัวเองมอบปืนให้รัฐก่อน

'ผู้เชี่ยวชาญอาวุธ' กางรายชื่อแกนนำพรรคภูมิใจไทยบางส่วนที่ครอบครองอาวุธปืน 'สุชาติ' 12 กระบอก 'ชาดา' 23 'อนุชา' 40 'ธนนนท์' ภริยานายกฯ 1 กระบอก แนะนายกฯให้คนของตัวเองมอบปืนให้รัฐก่อน ไปไหนมาไหนนักการเมือง ผู้ติดตามห้ามพกปืน

‘ดร.มานะ’ ตีแสกหน้า ‘คอร์รัปชันในโครงการปืนสวัสดิการตำรวจ’

โครงการปืนสวัสดิการ มีมาหลายครั้งแล้วในรอบหลายสิบปี ครั้งนี้คำแถลงของท่านรอง ผบ.ตร. ให้หยุดโครงการฯ จึงเป็นก้าวที่กล้าหาญและถูกต้อง