หมดกัน! โผแต่งตั้ง "ตำรวจ" ยุค ผบ.ต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กุมบังเหียนกรมปทุมวัน อุตส่าห์ฟูมฟักแถวตรงมาตั้งแต่การแต่งตั้ง “นายพล” จนได้รับเสียงชื่นชม ได้รับเสียงปรบมือ เป็นการแต่งตั้งที่ยึดกฎ ยึดระเบียบ ยึดกฎหมาย ยึดคุณธรรม โปรงใส
พอจู่ๆ มาถึงคิว “โผนายพัน” ที่กำลังจะคลอดออกมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ก็เกิดร่องรอยด่างพร้อย!!!
หลัง นายกฯ เศรษฐา ไปร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยกับบรรดา สส.พรรคและผู้บริหารพรรค เย็นวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งนายกฯ บอกต่อ สส.ในที่ประชุมทำนอง
"...ผู้กำกับใหม่ ซึ่งผมมั่นใจว่าคงมีผู้ผิดหวังมากกว่าผู้สมหวังในห้องนี้ที่ขอตำแหน่งไป เพราะรู้สึกมันเยอะเหลือเกิน แต่ก็มีไม่น้อยที่ได้สมหวัง..."
ก็ดูเหมือนงานจะเข้า นายกฯ เศรษฐา และพรรคเพื่อไทย ทันที เมื่อพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ "สส.โรม" รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เจ้าของวลี "ตั๋วช้าง" ออกมาแยกเขี้ยวประกาศเสียงดังฟังชัด
"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแน่นอน"!!!
พร้อมๆ อธิบาย "ปกติตั๋วจะไม่มีใบเสร็จหรือหลักฐานที่เป็นเอกสารราชการในการยืนยันสิ่งเหล่านี้ เพราะส่วนมากจะเป็นการโทร.ฝากกัน แต่คนที่เป็นระดับนายกฯ พูดในที่ประชุม สส. ไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้ว่ามี สส.ของพรรคเพื่อไทยมาขอนายเศรษฐา"
เล่นเอาการเมืองร้อนระอุ "ตั๋วเศรษฐา" - "ตั๋วเพื่อไทย" กระหึ่ม!!!
แม้ "นายกฯ เศรษฐา" จะออกมาแก้ต่าง แก้ตัว รวมทั้งคนในพรรคเพื่อไทยต่างชิงปฏิเสธไม่มีการฝากตำรวจ ไม่มีการขอผู้กำกับใดๆ ก็ตาม แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ดูดีขึ้น จนมีการไปยื่นเรื่องร้องตรวจสอบจริยธรรมนายกฯ กันแล้ว
ยิ่งไม่มีเสียงหือ ไม่มีเสียงอือ อะไรออกมาจาก "กรมปทุมวัน" ต่อประเด็น "ตั๋วเศรษฐา" - "ตั๋วเพื่อไทย" ดังกล่าว สังคมก็เลยมองไปในมุม "น้ำท่วมปาก" เลยยึดสำนวน "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" เลยดีกว่า
กระนั้นในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ รอง ผบก. ลงมาถึง สว. วาระประจำปี 2566 ที่ตามไทม์ไลน์ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล แม่ทัพใหญ่สีกากี ให้ดำเนินการจัดส่งบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง สูงขึ้น บัญชีข้อมูลผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ข้อมูลเสนอแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ในส่วน บช.สังกัด สง.ผบ.ตร.ไปแล้วตั้งแต่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วน บช.ที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร. ให้ดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. ลงมาถึง สว. ให้เสร็จสิ้น และมีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันทุกหน่วยใน 29 พ.ย. 66
โดยให้คำสั่งมีผลใช้บังคับ พร้อมกันใน 30 พ.ย. 66
แรงกระเพื่อมจากรอยด่าง “ตั๋วการเมือง” ครั้งนี้ ก็ทำให้ “โผนายพัน” ยุค “ผบ.ต่อ” ไม่ว่าจะออกมาแบบไหน อย่างไร
ก็ยังคงคลางแคลงใจถึงความโปร่งใส ยุติธรรม อยู่ดี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว


