จับกระแสการแต่งตั้ง "นายพัน" ระดับ รองผู้การ ลงมาถึง สารวัตร วาระประจำปี 2566 ยุค "ผบ.ต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กุมบังเหียนผู้นำกรมปทุมวัน ในรอบนี้
หากไม่มีเรื่อง "ตั๋วเศรษฐา" ไม่มีเรื่อง "ตั๋วเพื่อไทย" ที่เผลอหลุดออกมาจากห้องประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ในตำแหน่ง "ผู้กำกับการ"
ก็ต้องบอกว่าข่าวคราวการแต่งตั้งเดินไปตามระบบ เดินไปตามกฎ เดินไปตามกติกา มิหนำซ้ำยังมีข่าวจะตัดเกณฑ์แต่งตั้งสูงกว่ากฎระเบียบ ก.ตร.ที่กำหนดไว้ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ตำรวจ ฉบับปัจจุบัน
โดยคำนึงถึง "ระบบคุณธรรม" มีกฎ มีเกณฑ์ ในการใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งเป็นลำดับขั้นตอน
เรียกว่าผู้มีอำนาจแต่งตั้งในหน่วยขึ้นตรง สนง.ผบ.ตร. และผู้มีอำนาจแต่งตั้งในระดับกองบัญชาการต่าง "แถวตรง"!!!
ไม่มีใครกล้าลองของ "กฎหมายใหม่"
ยิ่งล่าสุด นายกฯ เศรษฐา ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง "คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ" หรือ "ก.พ.ค.ตร." มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2566 เป็นต้นไป
โดยมีนายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ เป็นประธาน โดยกรรมการประกอบด้วย นายธวัชชัย ไทยเขียว, พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี, นายวันชาติ สันติกุญชร, พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์, พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม และพล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน เป็นกรรมการและเลขานุการ
ก็ยิ่งทำให้การจัดทำบัญชีแต่งตั้ง "ตำรวจ" ต้องอยู่ในแถว ไม่เช่นนั้นแล้วหากมีตำรวจรายใดที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องเรียนขึ้นมา และ "ก.พ.ค.ตร." พิจารณาแล้วว่ามีมูล
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ บอกเอาไว้อย่างชัดเจน
"ปัจจุบันบริบทกฎหมายตำรวจเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย ต้องคำนึงระบบคุณธรรม มีหลักเกณฑ์จำกัดการใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา มิให้กระทำการโดยมิชอบ และมีการสอบทานโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) เมื่อ ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยอย่างไรแล้ว ผู้บังคับบัญชาอาจจะต้องรับผิดทางวินัยร้ายแรงและไม่ร้ายแรง ตลอดจนกำหนดฐานความผิดและมีโทษทางอาญาด้วย (พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาตรา 33-42, มาตรา 60 และมาตรา 87)"
เจอทั้งวินัย เจอทั้งอาญา
ไม่หนาวก็ให้มันรู้ไป!!!
กระนั้นก็คงต้องรอดู รอตรวจแถวรายชื่อ "ตำรวจ" ระดับ รองผู้การ ลงมาถึง สารวัตร ที่จะเริ่มทยอยออกมา โดยมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 6 ธ.ค. 2566
ใครจะขึ้นเขียง "ก.พ.ค.ตร." เป็นรายแรก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว


