
ในที่สุดสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐที่ถูกเพ่งเล็ง และเรียกว่า “โด่งดัง” ในแง่ลบ ถูกปลด (หรือจะเรียกว่าขับไล่ออก) จากตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้วครับ
George Santos (อดีต) สมาชิกสภาคองเกรส รัฐนิวยอร์ก พรรครีพับลิกัน (สมัยแรก) เป็นข่าวและเป็นประเด็นตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง (ชนะการเลือกตั้งเพียง 8 คะแนน) หลังชนะการเลือกตั้งค้นพบว่า Santos โกหกแทบทุกเรื่องที่เขาโฆษณาประกาศไว้ในช่วงหาเสียง เช่น เป็นคนยิว (ปรากฏว่าไม่) เคยทำงาน Goldman Sachs กับ Citigroup (ปรากฏว่าไม่เคย) จบ Baruch College (ทั้งไม่จบและไม่เรียนที่นั่น)
เขาถูกกดดันตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง ให้แสดงความรับผิดชอบและเปิดเผยความจริง แต่ระยะเวลาปีกว่าๆ เขาสามารถหลบเลี่ยงและเอาตัวรอดได้ ทั้งๆ ที่มีความพยายามปลด (หรือขับไล่) เขาออกจากตำแหน่ง 2-3 ครั้งมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เพราะที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในพรรคปกป้องและป้องกันเขา ไม่ใช่เพราะเอ็นดูหรือรัก Santos ขนาดนั้น แต่เพียงเพราะพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในสภาล่อแหลมมาก ถ้าเสียสมาชิกไป 1 คน/เสียง มันจะมีผลต่ออำนาจต่อรองในสภา
Santos ถึงรอดแล้วรอดอีก ทั้งๆ ที่มีเสียงเรียกร้องจากทั้งสื่อ ทั้งมวลชน ทั้งสมาชิกสภาคองเกรสเอง ให้ขับไล่คนนี้ออกไป เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะเป็นสมาชิกสภาคองเกรส ไม่สมศักดิ์ศรีกับตำแหน่ง
จนกระทั่งมีคณะกรรมการ House Ethics Committee ได้สืบข้อกล่าวหาทุกข้อของ Santos และค้นพบว่า Santos โกหกมากกว่าที่ประกาศ โดยพบว่า Santos ใช้เงินบริจาคฟุ่มเฟือยในชีวิตส่วนตัว เช่น ใช้เงินบริจาคไปท่องเที่ยว ไปสมัครเว็บโป๊ ไปทำโบท็อกซ์ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ Santos ใช้ตำแหน่งให้ผู้บริจาคเชื่อว่า เงินบริจาคใช้กับการทำงานทางการเมือง แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ข้อกล่าวหานี้บวกกับข้อกล่าวหาเดิม จึงทำให้คณะกรรมการมีความเห็นว่า Santos ตั้งใจหลอกลวง และไม่ควรดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาคองเกรสต่อ และอยู่ที่ดุลพินิจของสมาชิกคองเกรสจะปลดเขาหรือไม่ ผลของคณะกรรมการจึงทำให้สมาชิกคองเกรสทั้งสองพรรค รวมถึงผู้ที่เคยปกป้องและป้องกัน Santos ตัดสินใจปลดเขาออกจากตำแหน่ง เพราะคณะกรรมการชุดนี้มีทั้งสมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกัน เลยจะหาว่าลำเอียงก็ไม่ได้ครับ
ในวันโหวตปลด Santos พ้นจากตำแหน่งนั้น ผลคะแนนอยู่ที่ 311-114 (รีพับลิกัน 105 เสียง เดโมแครต 206 เสียง) ในการปลดสมาชิกคองเกรสพ้นจากตำแหน่งจะต้องมีเสียง 2/3 ของสมาชิกทั้งหมด (ในสภาชุดนี้ก็คือ 290 จาก 435) แต่เดิมตอนร่างรัฐธรรมนูญโต้เถียงกันว่าไม่ต้อง 2/3 ก็ได้ แค่เสียงข้างมากก็พอ แต่ James Madison โต้เถียงว่าการปลดใครพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาคองเกรสเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญกว่าเพียงเสียงข้างมากขององค์ประชุมนั้นๆ ถ้ายึดเพียงเสียงข้างมากขององค์ประชุม ในอนาคตอาจเป็นเกมการเมืองก็ได้ ควรยึดที่ 2/3 ของเสียงทั้งหมด ถึงจะยั่งยืนและสมศักดิ์ศรีกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ สมาชิกเห็นด้วย เลยบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐ
ในประวัติของสภาคองเกรส (สภาล่าง) ก่อน Santos จะถูกโหวตให้พ้นตำแหน่ง เคยมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ถูกโหวตให้พ้นตำแหน่งครับ 3 รายแรก (John B. Clark, John R. Reid กับ Henry C. Burnett) ถูกโหวตให้พ้นตำแหน่งในปี 1861 ช่วงสงครามกลางเมือง ด้วยข้อกล่าวหาทรยศต่อประเทศ
รายที่ 4 (Michael J. “Ozzie” Myers) สมาชิกเดโมแครตจากเพนซิลเวเนีย ให้พ้นตำแหน่งปี 1980 ด้วยข้อกล่าวหารับสินบนและ Corruption ส่วนคนที่ 5 มาจากพรรคเดโมแครตเหมือนกัน (James Traficant จาก Ohio) ถูกโหวตให้พ้นตำแหน่งด้วยคะแนนเสียง 420-1 ในปี 2002 ด้วยข้อกล่าวหาสารพัด เช่น รับสินบน เป็นมาเฟีย ขวางการทำงานของตำรวจ หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี และข้อหาอื่นๆ อีกมากมาย
ส่วนวุฒิสภาคองเกรส (Senate) ในประวัติเคยโหวตให้สมาชิกพ้นจากตำแหน่ง 15 ราย ซึ่ง 14 รายเกิดในช่วงสงครามกลางเมือง ขับไล่สมาชิกที่สนับสนุนฝ่ายล้มรัฐบาล และอีก 1 รายที่ถูกข้อกล่าวหาทรยศต่อบ้านเมือง (ทั้ง 15 ถูกปลดในปี 1789)
ในกรณีของ Santos พอผลโหวตออกมา เขามีสถานะเป็นอดีตสมาชิกสภาคองเกรสทันทีและเป็นทางการ ขั้นตอนต่อไปคือ ประธานสภาฯ ทำหนังสือไปถึงผู้ว่ารัฐนิวยอร์ก รายงานเป็นทางการว่า Santos ถูกโหวตพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาคองเกรสของรัฐนิวยอร์ก เลยมีตำแหน่งหนึ่งว่าง และตามกฎระเบียบของรัฐนิวยอร์กเอง หลังจากผู้ว่าฯ รับจดหมายชี้แจง เขา (ผู้ว่าฯ) ต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 10 วัน และวันเลือกตั้งนั้นจะต้องจัดภายใน 80 วันจากการประกาศ (ผู้ว่าฯ นิวยอร์ก Kathy Hochul ประกาศวันเลือกตั้งซ่อมตรงกับวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ปีหน้าครับ)
ถ้าถามว่า Santos มีสิทธิ์ลงเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เขามีสิทธิ์ครับ เพราะในกรณีของ Michael Myers กับ James Traficant ทั้งสองคนลงเลือกตั้งใหม่ แต่แพ้ทั้งคู่
ในกรณีของ Traficant ตอนเป็นสมาชิกสภา เขาเป็นที่รักของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเขา เป็นสมาชิก 9 สมัย และเคยชนะการเลือกตั้งครั้งหนึ่งถึง 91% ในปีที่เขาลงเลือกตั้งใหม่หลังจากพ้นตำแหน่ง และถูกดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา เขาหาเสียงในคุกครับ เขาลงในนามอิสระ และแพ้อดีตผู้ช่วยของเขาที่ลงในนามพรรคเดโมแครตแทน
เอาล่ะครับ ใครอยากจะเชื่อมโยงผู้สมัครหาเสียงจากคุก กับ “ผู้ป่วย” (ชั้น 14) บริหารประเทศจากโรงพยาบาล/คุกนั้น เชิญตามสบายครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป. ร่วมเวที CALD ฟิลิปปินส์ คว้า 'เลขาฯ เยาวชนเอเชีย' ขับเคลื่อนคนรุ่นใหม่
'อิสรา' นำ ปชป. ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่ 'ณัฏฐา ปิ่นนัดดา วสันตสิงห์' คว้าตำแหน่งเลขาฯ เยาวชนเอเชีย
'หัวหน้าเท้ง' นำทัพส้มรายงานตัวสภา ยอด สส. ชุดที่ 27 เกือบครบ
'ณัฐพงษ์' นำ 118 สส. พรรคประชาขน รายงานตัวสภา 'เท่าพิภพ' ติดธุระ ยอดตัวเลขเกือบครบ ขาด 'พีระพันธุ์-หมอวรงค์' นัด 10 มี.ค.
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เจอกันฟ้าวันใหม่ครับ
เผลอแป๊บเดียวจะสิ้นปีอยู่แล้ว และเผลอแป๊บเดียวจะเข้าฤดูกาลเลือกตั้งด้วย หลายคนอาจคิดว่า เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้าดำรงตำแหน่ง เป็นอันเข้าใจอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งจะต้องมีแน่ๆ เร็วๆ นี้ แต่ยอมรับว่า ไม่ได้นึกว่ามันจะเร็วขนาดนี้ เปรียบเสมือนยุคโควิด
10ธันวาคมเป็นวันเปลี่ยนโลก?
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา เป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าจะถึงจุดนี้ และไม่น่ามีด้วยซ้ำ เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไรครับ? เรามาถึงจุดที่เพื่อนบ้าน 2 ประเทศ ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นเรียบร้อย แต่ไม่ถึงกับเกลียดชังและพร้อมฆ่ากันเหมือนทุกวันนี้ คนทั้ง 2 ฝ่ายต้องสูญเสียชีวิต ต้องอพยพ
SEA Games แบบไทยๆ
คงไม่มีข่าวอะไรที่คนสนใจเท่ากับเรื่องผู้มีชื่อเสียง ผู้มีอำนาจหลายท่านมีรูปถ่ายกับเบน สมิธ ซึ่งถ้าโลกสวยเมื่อบุคคลเหล่านี้บอกว่าไม่รู้จักเขา เพียงถ่ายรูปเฉยๆ

