ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกๆ ของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่แสดงความคิดเห็นเรื่อง “นิรโทษกรรม” โดยระบุว่าเป็นเรื่องสำคัญ จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ โดยงานนี้ “เสี่ยนิด” เริ่มได้แสดงให้เห็นความเขี้ยวในการเป็นนักการเมือง เพราะเจ้าตัวเล่นบอกว่า “ถ้าเกิดขึ้นได้ในรัฐบาลชุดนี้” พร้อมทั้งโยนว่าเป็นเรื่องของรัฐสภาและฝ่ายนิติบัญญัติ แหม! นี่ไม่รู้ว่าติวเตอร์ดี หรือเจ้าตัวเริ่มเรียนรู้กลเม็ดเคล็ดลับ เพราะเล่นไม่สัญญาชัดเจน ที่สำคัญยังโยน “เผือกร้อน” ไปให้ฝ่ายนิติบัญญัติเสร็จสรรพ ...๐
ที่สำคัญก็ต้องบอกว่า “เศรษฐา” ก็ไม่พูดถึงสารัตถะสำคัญที่สังคมกำลังติดตามอยู่ว่า การนิรโทษกรรมนั้นจะครอบคลุมไปกว้างไกลแค่ไหน จะเอาเฉพาะความคิดเห็นแตกต่างของเสื้อสีต่างๆ
หรือจะรวมคดีทุจริต คดีโกงและคดีมาตรา 112 ด้วย ซึ่งไม่ใช่แต่ “เศรษฐา” ที่ไม่กล้าระบุชัด แม้แต่พรรคเพื่อไทยที่ไม่ใช่ของตระกูลชินวัตรตามที่ “แพทองธาร ชินวัตร” ระบุไว้ก็ตามเรียกว่ายังกั๊กไม่กล้าฟันธง ...๐
แต่เมื่อดูจากระเบียบว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ของกรมราชทัณฑ์แล้ว ก็ต้องเชื่อว่า “เพื่อไทย” จะไม่เหมารวมคดีทุจริตและคดีโกงเข้ามาด้วย เพราะทุกวันนี้กรณี “นักโทษเทวดาชั้น 14” ก็ทำให้ สังคมเกิดคำถามเรื่องกระบวนการยุติธรรมมากเพียงพอแล้ว ยิ่งมีระเบียบที่เอื้อชัดๆ ให้ “พี่โทนี่” ออกมาซ้ำเติมอีก การจะดันหรือเข็นนิรโทษฯ คดีทุจริตเข้ามาพ่วงคดีการเมืองด้วยก็อาจจะกลายเป็นเชื้อไฟให้สังคมกลับมาเกิดบรรยากาศมาคุได้อีกครั้ง ...๐
แม้ใจจริงๆ “นายเหนือ” อยากจะให้นิรโทษฯ คดีโกงด้วย เพราะจะทำให้ “น้องสาว” ที่อยู่ “ยูเออี” กลับบ้านเกิดเมืองนอนตามพี่บ้าง แต่เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะ แม้ไม่มีเรื่องนิรโทษฯ คดีโกงก็ตามที แต่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกฯ หญิงคนแรกก็จะเจริญรอยตามพี่ชายเป๊ะๆ แน่นอน โดยตอนนี้กำลังดูฤกษ์พานาที รวมทั้งระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าจะใช้ได้จริง และมีกระแสต่อต้านมากน้อยเพียงใด ...๐
หันมาดูพรรคร่วมรัฐบาลว่าด้วยนิรโทษฯ กันบ้าง เพราะล่าสุด “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ระบุชัดว่า ต้องไม่แตะไม่แก้หรือเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นความชัดเจนต่อจาก “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ออกตัวยืนยันมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วว่าต้องไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ในขณะที่ พรรครวมไทยสร้างชาติ “รทสช.” ของ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รองนายกฯ และ รมว.พลังงานนั้น แม้ยังไม่ได้ยินเสียงจากหัวหน้าพรรค แต่ “พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ” รองโฆษกพรรค รทสช. ก็ออกมายืนยันในแนวทางเดียวกัน พร้อมทั้งพ่วงคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไปด้วย ...๐
เรียกว่า 3 พรรคร่วมรัฐบาลก็มีเสียงที่ไปในทางเดียวกันแล้ว ในขณะที่พรรคใหญ่อย่าง “เพื่อไทย” ที่ยังกั๊กดูลาดเลาแล้ว ก็ยังเหลือพรรคพลังประชารัฐของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ยังไม่ได้แสดงความชัดเจนในเรื่องนิรโทษกรรมดังกล่าวว่าจะรวมเรื่องมาตรา 112 หรือไม่อย่างไร ...๐
พูดถึงเรื่องนิรโทษกรรมและมาตรา 112 แล้ว ไม่พูดถึง คดี “ทอล์กออฟเดอะเดย์” ไม่ได้ เพราะศาลอาญาได้พิพากษาจำคุก 6 ปี “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ โดยไม่รอลงอาญา แม้ล่าสุด “รักชนก” รอดคุกเพราะได้ประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ไม่หลุดจาก สส.ก็ตามที ในขณะที่อีกฟากหนึ่งนั้น “ไบรท์-ชินวัตร จันทร์กระจ่าง” ปราศรัยดูหมิ่นสถาบันนั้น ก็ถูกพิพากษาตัดสินจำคุก 3 ปี ปรับ 11,100 บาท โดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน ...๐
แต่ก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เพราะถึงคราวชี้เป็นชี้ตายขึ้นมา ที่เคยบอกว่า คนเท่ากัน สุดท้ายก็เป็นแค่โวหารสวยหรู เพราะกรณี “รักชนก” นั้น มี “ชัยธวัช ตุลาธน” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค หวังจะทำหน้าที่ประกันตัวให้สู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ทั้งที่ “ไอซ์” ก็สามารถใช้ตำแหน่ง สส.ประกันตัวเองสู้คดีได้ ในขณะที่ “ไบรท์” นั้น กลับไม่มีญาติหรือบรรดาคนร่วมเคียงข้างไปประกันแต่ประการใด โดยเฉพาะแกนนำพรรคส้มหวานที่เคยไปเชียร์ไปหนุนทั้งหลาย เรียกว่าหายเข้ากลีบเมฆเป็นทิวแถว งานนี้คงได้รู้เช่นเห็นชาติแล้วสิว่าถูกหลอกไปตายเป็นอย่างไรกันจ๊ะ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.


