
การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์กำลังท้าทายความสามารถของอาเซียนในการรักษาความแข็งแกร่งและขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ทำให้ “ความเชื่อมโยง” กลายเป็นกลไกสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต งาน ASEAN Forum 2026 (CaF 2026) จึงเปิดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “Strengthening ASEAN’s Economic and Social Resilience” ระดมมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมวิเคราะห์โจทย์สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมหาแนวทางยกระดับความร่วมมือของประเทศสมาชิก เสริมความแข็งแกร่งให้อาเซียนรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนความเชื่อมโยงให้เป็นความได้เปรียบในการแข่งขันบนเวทีโลก
ดร. ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าอาเซียนกำลังก้าวสู่การครบรอบ 60 ปีในปีหน้า เป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนความสำเร็จและร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งนำมาทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2045 มุ่งสร้างภูมิภาคที่ยืดหยุ่น มีนวัตกรรม มีพลวัต และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตลอด 60 ปี อาเซียนสามารถรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ พร้อมขยายจาก 5 ประเทศผู้ก่อตั้งเป็น 11 ประเทศ มีประชากรกว่า 680 ล้านคนหรือ 8.5% ของประชากรโลก มี GDP รวมประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณ 4.5% ต่อปีสะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจและทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงตลาดสำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม ยังต้องรับมือความท้าทายทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ตลอดจนสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอาเซียนในระยะต่อไป คือการสร้าง ความเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สถาบัน และประชาชน ผ่านแผนยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงอาเซียน 2026–2035 ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด ความมั่นคง สาธารณสุข และการรับมือปัญหาข้ามพรมแดน เพื่อสร้างอาเซียนที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และพร้อมคว้าโอกาสใหม่ในอนาคต” ดร. ปานปรีย์ กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ทั้งสงคราม สงครามการค้า และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทยที่เผชิญมาตรการภาษี 12.5% และมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน จากประมาณ 79 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นราว 84 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความไม่แน่นอนของโลกมีแนวโน้มดำเนินต่อไปและอาจส่งผลกระทบรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดร.กอบศักดิ์ มีมุมมองว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้อาเซียน เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจทำให้นักลงทุนทั่วโลกมองหาฐานการลงทุนใหม่ในเอเชีย ขณะที่หลายตลาดมีข้อจำกัดในการเข้าถึง อาเซียนจึงมีศักยภาพเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการลงทุน โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันภูมิภาคกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล AI เทคโนโลยีคลาวด์ และเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและยกระดับศักยภาพประเทศ ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสของอาเซียนในการเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
“อาเซียนจำเป็นต้องผนึกกำลังกันมากขึ้น จากเดิมที่ความร่วมมือมีลักษณะค่อนข้างหลวม สู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และการรับมือกับแรงกดดันจากภายนอก เพราะสถานการณ์โลกในปัจจุบันไม่เพียงเป็นความท้าทาย แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้อาเซียนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเปลี่ยนความเปลี่ยนแปลงของโลกให้เป็นโอกาสในการเติบโต”ดร.กอบศักดิ์กล่าว
ด้าน โจเอล อัง (Joel Ang) รองประธานและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ (Singapore Economic Development Board: EDB) กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ แต่ละประเทศจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและสร้างความร่วมมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน AI กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและศักยภาพทางเศรษฐกิจ จึงต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาบุคลากรและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ควบคู่กับการรับมือภาวะโลกรวน”ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของเอเชีย ผ่านความร่วมมือ การใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความยั่งยืนให้ภูมิภาค

โจเอล กล่าวต่อว่า สำหรับสิงคโปร์ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะประชาชนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยติดตามทักษะที่แต่ละภาคส่วนต้องการและปรับหลักสูตรการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะทักษะด้านความยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการฝึกอบรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและเพิ่มโอกาสในการทำงานท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงาน และยังส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างภาครัฐและประเทศสมาชิก เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ผู้คน วัฒนธรรม และแนวทางการทำงานของประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนนำองค์ความรู้และประสบการณ์กลับไปต่อยอดการพัฒนาประเทศของตนเอง เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กอบศักดิ์' จ่อดึงเอกชน จัดตลาดให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตร อัพสเกล SME ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น
'กอบศักดิ์' เผย จ่อดึงเอกชน จัดตลาดให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตร อัพสเกล SME ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น เล็ง ลดผลิตสินค้าขาดทุน เปิดการนำเข้า ดัน Young Smart Farmer
'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค
เปิดสุนทรพจน์ นายกฯไทย แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ
'ศุภชัย' มั่นใจโรดโชว์จีนอนุทิน ไทยดึงเงินทุนยักษ์ใหญ่ คว้าศูนย์กลางฐานผลิตอาเซียน
“ศุภชัย เจียรวนนท์” มั่นใจโรดโชว์จีนของนายกฯ อนุทิน สร้างความเชื่อมั่นดึงทุนยักษ์ใหญ่ ชี้เป้า "ฉงชิ่ง-เสฉวน" กลุ่มไฮเทค เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เสริมไทยทวงฐานผลิตอนาคตอาเซียน
นายกฯ หารือ 'ปธน.คาซัคสถาน' ขยายโอกาสศก.ไทย-เอเชียกลาง
นายกฯ หารือ ปธน.คาซัคสถาน ย้ำไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน เดินหน้าความร่วมมือด้านการค้า-ลงทุน-เทคโนโลยี-ท่องเที่ยว ขยายโอกาสเศรษฐกิจไทย–เอเชียกลาง
เปลี่ยนใจแล้ว 'กอบศักดิ์' เผย สหรัฐ ยกเลิกเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ เป็นข้อตกลงการค้า-ลงทุนในสหรัฐแทน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า เปลี่ยนใจแล้ว !!!

