ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ยังร้อนฉ่าต่อเนื่อง! กับระเบียบใหม่กรมคุก หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า "ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566" ที่ยิ่งใหญ่คับฟ้า ในยุคที่มีนักโทษเทวดา ทำตัวประหนึ่งพ่อทุกสถาบัน ขนาดผู้นำประเทศยังต้องหงอมาตลอด ตั้งแต่ "นายใหญ่" กลับมาเหยียบแผ่นดินบ้านเกิด ไม่งั้นคงไม่มีวาทกรรม "มีนายกฯ ไว้ทำไม" ก็มีหน้าที่ตอบแทนบุญคุณที่เสกให้มานั่งเท่ๆ บนตึกไทยคู่ฟ้ายังงัยล่ะ ชาตินี้ก็ชดใช้ไม่หมดหรอก ล่าสุดลูกสาวสุดเลิฟ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตีมึนไม่แพ้เศรษฐา "ระเบียบที่ออกมานั้นมีมาตั้งแต่ปี 2560 ส่วนตัวคิดว่ากฎนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อใคร และยังไม่ทราบว่าคุณพ่อเข้าข่ายหรือไม่ พูดจริงๆ ว่ายังไม่ทราบ... ออกยิ่งเร็วยิ่งดี นี่เป็นความรู้สึกของลูก ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วใครอยากจะให้เป็นแบบนี้ แต่ในเรื่องอื่นขอให้เป็นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของกรมราชทัณฑ์และคุณหมอ เพราะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้" คอนโทรลไม่ได้จริงหรือ อยู่นอกเรือนจำมาเกือบ 4 เดือน ก่อนระเบียบใหม่จะคลอดซะอีก
๐ ช่วงนี้บิ๊กๆ ในรัฐบาลแทบจะเป็นใบ้ไปตามๆ กระทั่ง "สมศักดิ์ เทพสุทิน" รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม หนำซ้ำยังนั่งเป็นเสนาบดีกระทรวงคนก่อน ซึ่งปกติถามอะไรก็ตอบได้ทุกเรื่อง แต่งานนี้ปฏิเสธลิ้นพันกัน ไม่ได้ศึกษา ต้องทำหน้าที่อื่น เอาเรื่องอื่นดีกว่า เรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว ส่วนอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ประกาศปาวๆ ไม่เอื้อ "น.ช.ทักษิณ" ถ้าดูไทม์ไลน์ตามที่ "สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงไว้เมื่อวันอังคาร สัปดาห์หน้าก็เริ่มแจ้งให้เรือนจำทั่วประเทศปฏิบัติตามระเบียบ แน่นอนรวมถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จากนั้นแต่ละเรือนจำจะเริ่มคัดกรองผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ และส่งรายชื่อให้กรมราชทัณฑ์ "ปัจจุบันผู้ต้องขังที่เหลือโทษจำคุกเล็กน้อยและไม่มีความเสี่ยงทั้งยังสูงวัยและมีอาการเจ็บป่วย บางครั้งเราเองก็ต้องดูแลผู้ต้องขังเหล่านี้ด้วย เรียกว่าทำให้ที่ผ่านมาเราไม่มีกำลังในการดูแลผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากเพียงพอ การออกระเบียบนี้ ผมจึงมั่นใจว่าจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของกรมราชทัณฑ์สูงขึ้น และขณะเดียวกันก็จะได้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนด้วย" ชัดยิ่งกว่าชัด ล็อกสเปกซะขนาดนี้ ไม่กี่วันความก็แตกแล้ว
๐ จู่ๆ ก็เกิดแรงกระเพื่อมใน "รวมไทยสร้างชาติ” หลัง “เก็ต-ชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา" อดีตผู้สมัคร สส.เขต จ.เชียงใหม่ ประกาศลาออกจากรองโฆษกและสมาชิกพรรคผ่านเฟซบุ๊ก "กล้าพูดได้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้ ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนระบบภายใน เเละยังทํางานเเบบเดิม ผู้บริหารพรรคในอุดมคติของผมต้องกล้าชน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เข้าถึงง่าย ฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค ใจถึง ทํางานเชิงรุก ทำงานมีระบบ และกล้าเปลี่ยนแปลง หากฝ่ายอนุรักษ์ไม่ปฏิรูปตัวเอง ฝ่ายอนุรักษ์จะไม่มีพื้นที่เหลือในอนาคต” ถึงแม้เลือกตั้งที่ผ่านมาจะสอบตก แต่พรรคก็ปลอบใจให้นั่งเก้าอี้รองโฆษกพรรค เพราะมีบทบาทการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียชนกับพรรคก้าวไกล ต้องบอกว่าโดนใจพวกไม่เอาด้อมส้มอย่างมาก อีกทั้งยังมีดีกรีเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนกับ "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" เลขาธิการพรรค แต่อยู่ดีๆ ทิ้่งบอมบ์ลูกใหญ่ใส่พรรค เล่นเอาคนใน รทสช. ทั้งที่สภาและที่ทำการพรรคแถวซอยอารีย์ ตกใจกันหมดว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนพอตั้งหลักกันได้สักพักก็พอจะเข้าใจ โดยเฉพาะบางประโยคที่อดีตรองโฆษกพรรคคนนี้สื่อถึงบทบาทผู้บริหารพรรคบางคน เพราะมีบางคนไม่แฮปปี้อยากให้มีการปรับเปลี่ยนบ้าง หลังจากนี้เชื่อว่าอาจถึงเวลาที่แกนนำพรรคต้องปิดห้องคุยกันแล้วว่า ใครมีอะไรในใจ คับข้องใจตรงไหน เพื่อไม่ให้ภาพพรรคออกไปดูมีปัญหามากกว่านี้...
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .


