
เอาล่ะ..
รับทราบกันเอาไว้..สถานบริการใน 5 จังหวัด/พื้นที่ ประกอบด้วย สถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่
และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงสถานบริการที่ตั้งที่อยู่ในสถานที่ตั้งโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2566 มา รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวง ให้เปิดบริการได้ถึงเวลา 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้นแล้วนะ!
เมื่อมุ่งในเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อหวังเก็บเกี่ยวรายได้เข้าประเทศ ก็ไม่อยากจะพูดอะไรให้ต้องขัดเคืองใจกัน.. ขอให้สำเร็จ-สมหวังในสิ่งที่คิด-มองและปรารถนา..
เงินทองไหลมาเทมา นักท่องเที่ยวหลั่งไหลคึกคักตลอดราตรีกาล ร้านค้า-บริการก็ให้รับทรัพย์เบิกบานสมฤดีกันทั่วถ้วนหน้า!
อ้อ..แต่อย่าลืมเพิ่มค่าแรงให้กับพนักงานด้วยล่ะ เจ้าของธุรกิจอย่าคิด (เข้าข้างตัวเอง) ว่านักเที่ยวเพิ่มขึ้น-เยอะขึ้น แล้ว “ทิป” จะดีตาม พนักงานอิ่มหมีพีมัน
เพราะตีสาม-ตีสี่นั้น นักดื่ม-นักเที่ยวต่างเมาปลิ้น ไม่ได้คิดหรือไม่ก็ลืมที่จะให้ทง-ให้ทิปเด็กเสิร์ฟแล้วล่ะ!
อีกอย่างเมื่อขยายเวลาเพิ่มขึ้น ค่าบริการก็ควรจะเพิ่มขึ้นตาม เพื่อความยุติธรรม..จริงไหม?
ส่วน..เฉพาะในคืนส่งท้ายปีเก่า (31 ธ.ค.) ที่จะขยายเวลาให้สถานบริการในทุกท้องที่ทั่วประเทศ สามารถเปิดบริการไปจนถึงเวลา 6 โมงเช้า (พระออกบิณฑบาต) ของวันรุ่งขึ้น
ซึ่งเป็น “วันปีใหม่” (1 ม.ค.) ก็ขอเตือนประชาชน-ชาวบ้านที่จะออกไปทำบุญ-ใส่บาตรเพื่อเป็นสิริมงคลให้ชีวิตในวันขึ้นปีใหม่ โปรดได้ใช้รถ-ใช้ถนนด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ด้วยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 1 มกรา. พวกนักดื่ม-นักเที่ยวกำลังออกจากสถานบริการพอดี..เจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงจะหมดแรงตั้งด่านกันแล้วล่ะ?
อีกนิด..ที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ-รมว.มหาดไทย กำชับ..สถานบริการต้องไม่มีการละเลยให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด การพกอาวุธเข้าไปในพื้นที่
การตรวจสอบป้องกันไม่ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าในพื้นที่สถานบริการเหล่านี้นั้น
ทุกหน่วยงานต้องยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การตรวจสอบป้องกันไม่ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าในพื้นที่สถานบริการ”
ทางร้านจะต้องแข็งขัน-เข้มงวด-รัดกุมเต็มที่-สุดกำลัง เพราะนอกจากจะป้องกันไม่ให้เด็ก-เยาวชนเข้าไปดื่ม-ไปเมาแล้ว
ด้านหนึ่งยังช่วยป้องกันหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่ ไม่ให้ต้องซวยเหมือนอย่างคุณสมรักษ์ คำสิงห์ ที่กำลังเครียดอยู่เวลานี้
นี่..ผมพูดจริงไม่ได้พูดเล่นเอาสนุก ด้วยเพราะสถานที่เที่ยวกลางคืนเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ นอกจากการดื่ม-กิน พูดคุยสรวลเสเฮฮากันแล้ว..
ตัณหาราคะก็เกิดขึ้นได้ง่ายภายใต้บรรยากาศแสงสีเสียงแห่งนั้น!
และไม่ได้เกิดแต่เฉพาะผู้ชาย พวกสาวๆ ก็ใช่ย่อย เห็นคนหล่อ-คนดัง เข้าตา-โดนใจได้เสียที่ไหน ขอโทษ..พร้อมที่จะมีพลีกายได้ตลอดเวลาเชียวแหละ!
แล้วคิดดู..ถ้ามีเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปลอมแปลงบัตรประชาชนเข้าไปร่วมอยู่ด้วยในบรรยากาศนั้น และเธอชม้ายชายตาเชื้อเชิญ..
อยากรู้.. “ผู้หมวดครับหมวดจะทำไฉน เมื่อหมวดหิวข้าวตาลาย แต่ข้าวไม่มีสักทะนาน มีคนใจบุญเอาไข่มาตุ๋นใส่จาน ยกให้ถึงบ้านหมวดคงไม่คว่ำจานเสีย”
หรือหมวดอาจคว่ำ แต่ “ก้าวไกล” ไม่คว่ำแน่!?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..
ไม่ต้องกังวล?
แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

