ไม่เชื่ออย่าลบหลู่วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคมนี้ จะเป็นวันเหมายันหรือวันที่คนไทยเรียกว่า “ตะวันอ้อมข้าว” ซึ่งเป็นวันที่กลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี ที่สำคัญจะ เป็นวันครบกำหนด 120 วันของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีที่นอนห้องพัดลม เพราะแอร์เสีย ตามที่หมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจเคยบอกไว้ในการพักรักษาตัว ซึ่งแนวโน้มก็คงต่ออายุกันไปยาวๆ แม้จะมีกฎหมายขีดเส้นไว้ก็ตามที เพราะล่าสุดทั้ง “รัฐมนตรีเรียงหิน” สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ยังสวมมาดนักวิชาการมาแสดงความเห็นแบบทันควันว่า “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์ระเบียบราชทัณฑ์ใหม่ ที่ระบุว่า “ไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในข่ายสิ่งที่น่ากลัวของสังคม แต่เป็นโทษในลักษณะที่ไม่ได้เป็นภัยต่อสังคม จึงสามารถอยู่ในที่คุมขังได้” ...๐
รมต.เรียงหินยังฟอกขาวให้ “นายเหนือ” ในเรื่องพักรักษาตัว 120 วันด้วยว่า “เป็นเรื่องธรรมดา สถิติเดือนนี้มีผู้ที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 30 วันเป็นจำนวนมากเกือบ 150 คน ไม่ใช่แค่ 1-2 คน ในอดีตก็มีมาก แต่ไม่ได้เปิดเผย” พิโธ่! แน่จริงก็เปิดมาสิว่ามีนักโทษกี่คนที่ได้รับโทษจำคุกแล้วไม่ได้นอนคุกเลย โดยพักรักษาตัวถึง 120 วัน ไม่ต้องบอกชื่อแซ่ แค่จำนวนก็ได้ มีบ้างไหม แล้วที่มาบอกว่า “ใครไม่เคยไปนอนคุก ไม่เคยถูกจองจำ ลองไปสักคืนสองคืน จะพบว่าความเครียดเป็นต้นกำเนิดของโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย เป็นบ่อเกิดของโรคอื่น เช่น โรคเบาหวาน ความดันเข้ามารุมเร้า” อ้าว ทั่นรัฐมนตรีไม่ลองดูสาเหตุก่อนเหรอว่าเพราะเหตุใด ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายกบิลเมืองใครเขาจะถูกศาลพิพากษาให้ติดคุกนอนตะราง ก็เพราะมันโกงกินคอร์รัปชันมิใช่เหรอจึงถูกบทลงโทษ เวลาจะอ้างจะฟอกขาวอะไรก็ควรดูต้นสายปลายเหตุก็น่าจะดีนะ ...๐
แล้วก็เหมือน “ผีเน่า” กับ “โลงผุ” เพราะอดีต รมว.ยุติธรรมสวมมาดนักวิชาการออกมาบอกว่า “นายใหญ่” เข้าข่ายระเบียบราชทัณฑ์ปุ๊บ “สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ออกมาตอบรับปั๊บ แม้จะยังไม่กล้าฟันธง เพียงแต่บอกว่าต้องกำหนดหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติก่อนก็ตามที แต่เรียกว่าปูพรมแดงรอไว้แล้ว ดูได้จากการไปให้สัมภาษณ์ “ไทยพีบีเอส” ในรายการ “มุมการเมือง” กรณีพักชั้น 14 รพ.ตำรวจจะครบ 120 วัน จะต่อออกไปหรือไม่ว่า “ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของราชทัณฑ์ ประกอบกับการวินิจฉัยของแพทย์ ว่ายังจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่องหรือไม่ แม้กฎกระทรวงจะระบุกรอบเวลาไว้ถึง 120 วัน แต่หากแพทย์ลงความเห็นว่ายังจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง ก็สามารถขยายเวลาได้โดยไม่ได้มีข้อกำหนดว่าขยายได้ถึงเมื่อใด” ...๐
เห็น “สหการณ์” ให้ความเห็นแล้วต้องบอกว่า นี่อนาคตยาวไกลไปถึงปลัด ยธ.กันเลยทีเดียว หากไม่เกษียณอายุราชการไปก่อน เพราะเข้าตำราเดียวกับ “ดร.เหลิม” ที่เคยพูดถึงสิ่งที่ทักษิณทำว่า “ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม” เมื่อช่วงปลายปี 2552 อย่างไรอย่างนั้น เพราะ “สหการณ์” ก็บอกว่ากฎหมายเขียนไว้ว่า 120 วัน แต่ไม่ได้มีลิมิตว่าจะจบเมื่อไหร่ ต้องให้แพทย์วินิจฉัย ก็เล่นตะแบงกันแบบนี้ กระบวนการยุติธรรมไทยมันจึงไม่แปลกที่ยิ่งตอกย้ำว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” เพราะเล่นเอาคำวินิจฉัยหมอใหญ่กว่ากฎระเบียบเสียได้ ...๐
เช่นเดียวกับ “บิ๊กทิน” ที่วันนี้ได้ดีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ออกปรามาสการปลุกปั่นเรื่อง “นักโทษเทวดา” ว่าจุดกระแสไม่ติด พร้อมปัดว่ารัฐบาลไม่ได้เกี่ยวหรือเอื้อให้ “ทักษิณ” ก็ถ้าบอกเช่นนั้นก็เท่ากับรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีกำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ที่สำคัญ “บิ๊กทิน” อาจประเมินว่าบรรดานักร้องทั้งหลายไม่ใช่พวกบิ๊กเนมนั่นแล เลยเชื่อว่ากระแสไม่เปรี้ยงปร้าง เพราะมีแค่ระดับ “ศรีสุวรรณ จรรยา” “พิชิต ไชยมงคล” “วัชระ เพชรทอง” เท่านั้น แต่บอกว่าอย่าดูเบาไป เพราะมดตัวเล็กๆ หลายตัวรุมกัดช้างก็ตายได้นะจะบอกให้ ...๐
หันมาดูเรื่องของ “พิธาคิโอ” กันบ้าง เพราะล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนในคดีการถือหุ้นไอทีวีแล้ว และนัดชี้ชะตาในวันพุธที่ 24 มกราคม 2567 โดยวันนี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ก็เข้าไปชี้แจง แล้ว ก็ตามสไตล์เอาดีเข้าตัวตามเดิม ที่บอกว่ารอวันนี้มานาน อ้าว! แล้วใครเล่าที่ขอดึงขอยืดเวลาในการแจงทั้งเอกสารหลักฐานออกไป เหมือนกรณีแจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.นั่นแล แต่พอถึงเวลาไต่สวนก็มาสร้างภาพว่าพร้อมและมั่นใจ รอมานาน สงสัยเจ้าตัวจะนึกว่าละครการเมืองจึงลืมตัวลืมตนเป็นนักแสดงอยู่เรื่อย แล้วที่เชื่อมั่นหนักหนาว่ารอดนั้น ก็ไม่รู้ว่าความเชื่อกับข้อเท็จจริงนั้นมันจะไปด้วยกันหรือจะสวนทางกัน ปีหน้าฟ้าใหม่ก็คงได้รู้กันเสียที ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


