เมื่อมันไม่มีตรรกะสมเหตุสมผล ความสงสัยจึงใคร่ไต่ถาม

ข่าวเรื่องนักโทษเทวดาในหลายๆ ประเด็นยังมีความน่าสงสัยอยู่ ทำให้ประชาชนมองว่าคนที่มีอำนาจหน้าที่ทำเรื่องนี้ถูกต้องแค่ไหน เท่าที่ติดตามข่าวมาตลอด ดูเหมือนว่าที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะกลับประเทศไทยอย่างเท่ๆ และจะไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว โดยไม่ต้องอาศัยพรรคการเมืองใดๆ และไม่ต้องอาศัยกฎหมายนิรโทษกรรมใดๆ น่าจะเป็นจริงดังที่ได้ลั่นวาจาไว้ ที่ผู้คนเขาสงสัยเพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่มีตรรกะที่สมเหตุสมผล อย่างนี้ถ้าหากประชาชนสงสัยคงไม่ว่ากันนะ เพราะคนเราทุกคนต่างก็มีตรรกะธรรมชาติอยู่ในตัวที่สามารถพิจารณาว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันนั้น มีความสมเหตุสมผลหรือไม่ เราลองมาไล่เรียงสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน แล้วลองพิจารณากันดูว่าทำไมประชาชนจึงเกิดความสงสัยใคร่รู้

ตอนลงจากเครื่องบินเมื่อมาถึงเมืองไทย เขาดูเท่มาก สง่างาม อารมณ์ดี และตั้งแต่กลับมา 100 กว่าวันแล้ว เขายังไม่ได้เข้าคุกแม้แต่วันเดียว และไม่ได้อยู่ในสภาพนักโทษด้วย ไม่ว่าการใส่ชุดนักโทษหรือการกล้อนผม การให้เหตุผลว่าเพราะเป็นคนป่วย เป็นคนชรา ประชาชนก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะพวกเขาเคยเห็นคนชราที่มีโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นนักโทษเด็ดขาด ใส่ชุดนักโทษและกล้อนผมมาแล้ว มันก็ชวนให้เกิดคำถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

มาถึงเรือนจำ ไม่อยู่คุก อยู่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีการแถลงว่าเจ็บป่วย 4 โรค หลายคนที่สูงวัยฟังแล้วก็พอจะรู้ว่าเป็นโรคของคนชราทั่วไป อาจจะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ก็ไม่น่าจะรุนแรง เป็นโรคที่ดูแลควบคุมได้โดยไม่ต้องเข้าทำการรักษาในโรงพยาบาล แค่ไปพบหมอให้ตรวจดูอาการและจ่ายยา คนไข้ก็กินยาตามหมอสั่ง ออกกำลังกาย กินอาหารตามที่หมอสั่ง ก็สามารถควบคุมอาการได้ ถ้าหากมีวินัยก็อาจจะทำให้อาการทุเลา หรือรักษาระดับความรุนแรงไม่ให้เพิ่มขึ้นได้ แต่อยู่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่ถึงวันก็ย้ายเข้าห้อง VVIP โรงพยาบาลตำรวจ โดยป่วยเป็นอะไรก็ไม่รู้ หมอทั้ง 2 โรงพยาบาลก็ไม่บอก เจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์ก็ไม่บอก อ้างว่าถ้าหากบอกจะเป็นการละเมิดสิทธิของคนไข้ ประชาชนก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่ออีก เพราะพวกเขาเคยได้ยินการแถลงอาการป่วยของคนไข้ที่ออกมารักษาตัวในโรงพยาบาลนอกคุกกันหลายคน โดยเฉพาะพวก 3 กีบที่ออกมารักษาที่โรงพยาบาลนอกคุก (หรือว่าคนเหล่านั้นยินยอมให้เปิดเผยได้)

เวลาที่สื่อมวลชนไต่ถาม ฝ่ายราชทัณฑ์บ้าง ฝ่ายหมอที่โรงพยาบาลบ้าง ฝ่ายผู้มีอำนาจทางการเมืองบ้าง ยังไงพวกเขาก็ไม่บอก ถามฝ่ายไหนก็ไม่ตอบ โยนกันไปโยนกันมา จนความน่าเชื่อถือของพวกเขาล้มละลายหมดแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ประชาชนไม่เชื่อเขาแล้ว การที่ประชาชนเป็นเช่นนี้จะมาโทษประชาชนว่าพยายามอยากรู้มากเกินไป จนอาจจะเข้าข่ายละเมิดสิทธิของคนไข้ ก็แค่อยากถาม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่สมเหตุสมผล มันจะเป็นการละเมิดอย่างไร ก็พวกคุณไม่ตอบ ประชาชนก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมถึงไม่ตอบ เมื่อความจริงไม่ปรากฏ ข่าวลือก็เข้ามาแทนที่ เมื่อเป็นข่าวลือก็หาต้นตอไม่ได้ว่าใครเป็นต้นตอของข่าวลือ เมื่อความจริงไม่มี ประชาชนจำนวนหนึ่งก็พร้อมที่จะเชื่อข่าวลือ แล้วก็กระพือต่อบนพื้นที่ Social media ที่เป็นสื่อเปิด ใครอยากพูดอยากเขียนอะไรก็ได้

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ลองไปรวบรวมการ์ตูนการเมืองและบทความการเมืองที่มีคนเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีภาพที่มีคนบางคนสั่งผู้มีอำนาจดูแลเรื่องการจัดการผู้คุมขังเวลานั้นให้ไปออกระเบียบเรื่องการจองจำนอกคุก เมื่อรู้เรื่องระเบียบนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ตั้งคำถามว่าการออกระเบียบของกรมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครบางคนหรือไม่ คนที่ว่านี้ก็คือคนที่ทำความผิด ศาลตัดสินแล้ว เจ้าตัวเองก็สารภาพยอมรับผิดแล้ว และบอกว่าสำนึกในความผิดแล้ว ยังมีการ์ตูนที่เป็นภาพของข้าราชการมาขอความเมตตาจากนักโทษเด็ดขาดให้ช่วยใส่ชุดนักโทษ เพราะการที่คนไข้ที่เป็นนักโทษเด็ดขาดไม่ยอมใส่ชุดนักโทษ และไม่ยอมกล้อนผมนั้น มันทำให้ข้าราชการโดนด่าแบบกระหน่ำกันเต็ม Social media และยังมีข่าวว่านักโทษเด็ดขาดไม่ได้ทำตามระเบียบเรื่องการลงทะเบียนนักโทษ (เรื่องนี้จริงหรือเท็จไม่มีใครรู้ แต่มันมีข่าวลือออกมาแล้ว)

ถ้าหากข่าวลือเป็นจริง ข้าราชการที่ไม่สามารถบังคับให้นักโทษเด็ดขาดทำตามกฎระเบียบได้ โดยที่พวกเขาที่ไม่เต็มใจรับใช้นักโทษเด็ดขาดคนนี้ก็เป็นคนที่น่าสงสาร แต่ข้าราชการที่เต็มใจจะรับใช้และยอมทำบางสิ่งบางอย่างที่เอื้อประโยชน์ให้นักโทษเด็ดขาดโดยไม่ละอาย พวกเขาก็สมควรถูกประณาม จะมาโทษประชาชนไม่ได้นะ ที่เขารู้สึกเช่นนั้นเพราะเขารักความถูกต้อง อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

ยังมีภาพการ์ตูนที่ออกมาเป็นชุด แสดงภาพนักโทษเด็ดขาดคนหนึ่งที่ไม่ต้องจำคุก แต่ไปถูกขังที่บ้านอย่างสุขสำราญ เสริมด้วยภาพการ์ตูนอีกภาพหนึ่งที่นักโทษเด็ดขาดคนหนึ่งเหยียบหัวคนออกจากโรงพยาบาลไปบ้านเพื่อใช้ชีวิตที่สุขสบายกับครอบครัว คนที่ถูกเขาเหยียบหัวบางคน ประชาชนรู้สึกอยากประณาม เพราะมองว่าคนเหล่านั้นยอมรับใช้นักโทษเด็ดขาดเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่บางคนที่โดนนักโทษเด็ดขาดเหยียบหัวนั้นก็น่าสงสาร เพราะพวกเขาจำใจต้องยอมให้เขาเหยียบ เพราะไม่กล้าเป็นศัตรูกับนักโทษเด็ดขาดคนนั้น เพราะไม่รู้ว่าถ้าหากไปทำอะไรที่ขัดใจนักโทษเด็ดขาด ตัวเองจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

ยังมีภาพการ์ตูนที่มีนักโทษกระทืบองค์ประกอบต่างๆ ของกระบวนการยุติธรรมพังทลายอย่างย่อยยับ เป็นภาพที่ไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ แต่สื่อความหมายชัดเจนมาก มันเป็นภาพที่แสดงความรู้สึกของประชาชนที่มองเห็นความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมของไทย จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ประชาชนที่มองว่านักโทษเด็ดขาดคนหนึ่งกำลังทำลายกระบวนการยุติธรรมของไทยให้พังพินาศไปแล้ว

ความรู้สึกเช่นนี้อาจจะหมดไปได้ ถ้าหากความจริงทุกอย่างกระจ่างแจ้ง ถ้าหากมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องนี้ตอบสนองความต้องการอยากรู้ของประชาชน ที่ผ่านมามีทั้งไม่ตอบ หรือถ้าหากมีการตอบบ้างก็ตอบไม่ได้ชัดเจนว่าทำไมนักโทษเด็ดขาดถึงได้อยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้น โรงพยาบาลไม่มีความสามารถในการจะรักษานักโทษเด็ดขาดให้หาย เพื่อกลับเข้าเรือนจำหรือ

ประชาชนจำนวนมากมีข้อสงสัยว่าทำไมต้องออกระเบียบการจำขังนอกคุกตอนนี้ ตราบใดที่ประชาชนไม่ได้รับรู้ความกระจ่างเรื่องนี้ ความสงสัยจะไม่หมดไป คำถามและเสียงเรียกร้องให้เปิดเผยความจริงจะกระหึ่มต่อไป ความสงสัยมันเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีตรรกะที่สมเหตุสมผลในหลายประเด็น อย่าไปตำหนิคนสงสัยที่ต้องการเห็นการทำงานที่ตรงไปตรงมาของนักการเมืองที่มีอำนาจ และเจ้าพนักงานที่ต้องทำหน้าที่ตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่ทำผิดมาตรา 157 นะเจ้าคะถึงเวลานั้น ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีบางคนบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันยิ่งกว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่ลักหลับกันในปี 2556 ด้วยซ้ำไปนะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อวิชชา'กับโลกธรรมที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา!!!

ตกลงท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ก็ยังคงไปต่อ...หรือยังคงอยู่ได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยและตัดสินไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านของรัฐบาลไม่ขัดอะไรกับรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พวกที่รู้ลึก รู้มาก แต่อาจไม่รู้จักตัวเองเอาเลยก็เป็นได้ หรือพวกที่สนุกสนานอยู่กับการร่ำลือถึงนายกรัฐมนตรีสำรอง ที่มีชื่อย่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ศ.ศาลา อาจถึงขั้นโศกเศร้า ศึม (ซึม) กะทือ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดคำนวณได้... (2) คืออันที่จริงความพยายามควานหาว่าใคร? คือผู้ที่มีชื่อย่อขึ้นด้วยตัวอักษร ศ. มันก็อาจคล้ายๆ

ยิ่งใกล้ยิ่งฝุ่นตลบ!

นี่ซิ...ยุทธจักรโล่เงินของแท้ ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะมือต่อไม้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ว่าด้วยมาตรฐานความดีและความชั่ว!!!

มีผู้นำประเทศอย่างท่านนายกฯ เสี่ยหนู อนุทิน หรือมีผู้ว่าฯ กทม.อย่าง ชัชชาติ บุรุษผู้กล้ามใหญ่ในปฐพี อันที่จริงถ้าจะว่าให้ถึงที่สุดแล้ว...มันก็น่าจะพอกล้อมๆ แกล้มๆ น่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้

เริ่มตั้งไข่ศูนย์บัญชาการรบ 'เอไอ'

คิวใหญ่ "กรมปทุมวัน" หากไม่มีอะไรแทรก ไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ปลายเดือน ก.ค.นี้น่าจะถึงคิวการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล